Thai JPEN วารสารโภชนบำบัด https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ThaiJPEN <p>วารสารโภชนบำบัดเป็นวารสารของสมาคมผู้ให้อาหารทางหลอดเลือดดำและทางเดินอาหารแห่งประเทศไทย ตีพิมพ์ปีละ 2 ฉบับ ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน ฉบับที่ กรกฎาคม-ธันวาคม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ</p> <p>เผยแพร่ความรู้ด้านโภชนาการแก่บุคลากรทางสาธารณสุขที่มีความสนใจด้านโภชนาการ</p> <p>เผยแพร่ผลงานด้านวิชาการและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับความรู้ด้านโภชนาการ ของแพทย์ เภสัชกร พยาบาล นักกำหนดอาหารและนักโภชนาการ</p> <p>ส่งเสริมให้สมาชิกของสมาคมผู้ให้อาหารทางหลอดเลือดดำและทางเดินอาหารแห่งประเทศไทยมีการศึกษาต่อเนื่อง และพัฒนาองค์ความรู้ให้เป็นปัจจุบัน</p> <p> </p> <p>กระบวนการพิจารณาบทความ</p> <p>บทความทุกบทความจะต้องผ่านการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อย 2 ท่าน แบบผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แต่งไม่ทราบชื่อซึ่งกันและกัน (double-blinded review)</p> สมาคมผู้ให้อาหารทางหลอดเลือดดำและทางเดินอาหารแห่งประเทศไทย th-TH Thai JPEN วารสารโภชนบำบัด 2697-4479 <p>เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ตีพิมพ์ลงใน <em>Thai JPEN วารสารโภชนบำบัด&nbsp;</em>ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ&nbsp;</p> <p>บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ใน <em>Thai JPEN วารสารโภชนบำบัด&nbsp;</em>ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ&nbsp;<em>Thai JPEN วารสารโภชนบำบัด</em> หากบุคคลหรืหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนใดส่วนหนึ่งไปเผยแพร่หรือเพื่อกระทำการใด จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก&nbsp;<em>Thai JPEN วารสารโภชนบำบัด&nbsp;</em>ก่อนเท่านั้น</p> ภาวะลำไส้สั้น และความเป็นไปได้ในการรักษาด้วยยาลดการหลั่งกรดกลุ่ม Potassium Competitive Acid Blocker https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ThaiJPEN/article/view/270393 <p style="font-weight: 400;">ภาวะลำไส้สั้น (short bowel syndrome, SBS) เกิดขึ้นเมื่อผู้ป่วยมีลำไส้เล็กที่สามารถทำงานได้เหลือน้อยกว่า 200 เซนติเมตร และอาจทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะขาดน้ำ เนื่องจากมีการหลั่งสารคัดหลั่งโดยเฉพาะกรดที่มากเกิน หรือเกิดจากการดูดซึมกลับไม่เพียงพอ ปัจจุบันมีคำแนะนำให้ใช้ยากลุ่มลดการหลั่งสารคัดหลั่งและยาควบคุมการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร เพื่อช่วยลดโอกาสเกิดภาวะขาดน้ำในผู้ป่วยที่มีภาวะลำไส้สั้น ไม่ว่าจะเป็นยากลุ่ม histamine-2 receptorantagonists, proton pump inhibitors(PPIs) ,somatostatin analogue, หรือ clonidine ก็ตาม Potassium competitive acid blockers (PCABs) เป็นยาลดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารกลุ่มใหม่ซึ่งมีคุณสมบัติบางประการที่เหนือกว่ายากลุ่ม PPIs ได้แก่สามารถออกฤทธิ์ได้รวดเร็วและยาวนานกว่าโดยไม่จำเป็นต้องรับประทานก่อนมื้ออาหาร มีการรบกวนการเมแทบอลิซึมของยาตัวอื่นที่น้อยกว่า คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้ยากลุ่ม PCABs อาจจะใช้เป็นยาลดการหลั่งสารคัดหลั่งที่ดีโดยเฉพาะในภาวะลำไส้สั้นระยะเฉียบพลัน การทบทวนวรรณกรรมเรื่องนี้จะพูดถึง กายวิภาคและหน้าที่ของทางเดินอาหาร, คำนิยาม ภาวะแทรกซ้อน พยาธิสรีรวิทยา การจัดการภาวะลำไส้สั้น และกลไกที่ยากลุ่ม PCABs อาจจะสามารถใช้เป็นยาลดการหลั่งสารคัดหลั่งได้</p> พหล สโรจวิสุทธิ์ ประพิมพ์พร ฉัตรานุกูลชัย (ฉันทวศินกุล) ศุภมาส เชิญอักษร ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Thai JPEN วารสารโภชนบำบัด https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-25 2025-12-25 33 2 44 56 ภาวะขาดกรดไขมันจำเป็น https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ThaiJPEN/article/view/275471 <p>ภาวะขาดกรดไขมันจำเป็น คือ การขาดกรดไขมันที่ร่างกายไม่สามารถสร้างได้ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ภาวะขาดกรดไขมันจำเป็นอาจพบได้ในผู้ป่วยหลากหลายกลุ่ม ทั้งผู้ป่วยที่มีความบกพร่องต่อการย่อยและการดูดซึมไขมัน ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่ไม่มีสารละลายไขมันทางหลอดเลือดดำ รวมไปถึงผู้ป่วยที่ต้องรับประทานอาหารไขมันต่ำเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงที่ต้องให้ความสนใจ ตรวจหาอาการแสดงของโรคและวินิจฉัยแยกโรคอยู่ด้วยเสมอ ในผู้ป่วยที่ไม่มีอาการแสดงชัดเจนการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการมีความจำเป็นในการช่วยช่วยวินิจฉัยโรค เพื่อนำไปสู่การรักษาภาวะขาดกรดไขมันจำเป็นที่เหมาะสมกับผู้ป่วย</p> วทันยา คุววัฒนานนท์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Thai JPEN วารสารโภชนบำบัด https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-25 2025-12-25 33 2 57 64 คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการใช้อาหารพลังงานต่ำมากเพื่อควบคุมน้ำหนัก ในประเทศไทย https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ThaiJPEN/article/view/271518 <p> ภาวะอ้วนเป็นปัญหาสุขภาพเรื้อรังที่เกี่ยวข้องกับโรคแทรกซ้อนหลายโรคซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างครอบคลุม อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังมีผู้มีภาวะอ้วนจำนวนมากที่ไม่ประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนัก จากการรักษาแบบดั้งเดิม การใช้อาหารพลังงานต่ำมาก (very low-energy diet; VLED) เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาภาวะอ้วนที่ให้ผลในการลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็ว แต่มีข้อควรระวังบางประการซึ่งควรอยู่ภายใต้การดูแลจากบุคลากรทางการแพทย์สหสาขาวิชาชีพ ในสถานพยาบาลที่มีความพร้อมในการติดตามดูแลผู้ป่วย การควบคุมน้ำหนักด้วยการใช้อาหารพลังงานต่ำมากจำเป็นต้องพิจารณาการใช้ให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและความพร้อมของแต่ละบุคคล โดยจะต้องมั่นใจว่าผู้ที่บริโภคได้รับโปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ และสารน้ำอย่างเพียงพอ รวมทั้งมีความพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการใช้ชีวิตควบคู่กันไป เพื่อให้การลดน้ำหนักประสบความสำเร็จในระยะยาว</p> <p> คำแนะนำฉบับนี้ได้รวบรวมข้อมูลและความเห็นข้อเสน แนะแนวทางหรือคำแนะนำในการใช้อาหารพลังงานต่ำมากที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย เพื่อเป็นแนวทางให้บุคลากรการแพทย์ที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติ เพื่อดูแลผู้มีภาวะอ้วนได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย คำแนะนำประกอบด้วย ข้อบ่งใช้และข้อห้ามใช้ของอาหารพลังงานต่ำมาก ขั้นตอนการดำเนินโปรแกรมอาหารพลังงานต่ำมาก อาหารสำหรับการดำเนินโปรแกรมพร้อมตัวอย่างการจัดมื้ออาหาร และการสนับสนุนโปรแกรมอาหารพลังงานต่ำมาก</p> วีระเดช พิศประเสริฐ ดรุณีวัลย์ วโรดมวิจิตร ประพิมพ์พร ฉัตรานุกูลชัย (ฉันทวศินกุล) ศุภวรรณ บูรณพิร กรกต วีรเธียร อรรจนา เตชะกำพุช สุเทพ อุดมแสวงทรัพย์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Thai JPEN วารสารโภชนบำบัด https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-25 2025-12-25 33 2 23 43 ความชุกของภาวะโลหิตจางชนิดเม็ดเลือดแดงขนาดใหญ่กว่าปกติใน ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ได้รับยาเมทฟอร์มินระยะยาวร่วมกับวิตามินบีเสริม https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ThaiJPEN/article/view/275485 <p>การใช้ยาเมทฟอร์มินระยะเวลานานมีความสัมพันธ์กับการขาดวิตามินบี 12 ซึ่งก่อให้เกิดภาวะโลหิตจางชนิดเม็ดเลือดแดงขนาดใหญ่กว่าปกติ จึงมักมีการเสริมวิตามินบีให้แก่ผู้ป่วยที่ได้รับยาเมทฟอร์มิน งานวิจัยเชิงพรรณนาภาคตัดขวางนี้ จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความชุกของภาวะโลหิตจางชนิดเม็ดเลือดแดงขนาดใหญ่กว่าปกติในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ได้รับเมทฟอร์มินระยะยาวร่วมกับวิตามินบีเสริม โดยเก็บข้อมูล ณ แผนกผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ในช่วงวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2566 ถึง 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567</p> <p>จากผู้ป่วยทั้งหมด 161 คน เป็นเพศหญิงจำ นวน 113 คน (ร้อยละ 70.2) มัธยฐานของอายุคือ 74 ปี (ค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ 65-81 ปี) ขนาดยาเมทฟอร์มินที่ใช้อยู่ในช่วง 1,000-3,000 มิลลิกรัมต่อวัน โรคร่วมที่พบมากที่สุดคือ โรคความดันโลหิตสูงและโรคไขมันในเลือดสูง จำ นวน 126 คน (ร้อยละ 78.26) ผลิตภัณฑ์วิตามินบีเสริมชนิดรับประทานที่มีการ<br />สั่งใช้ร่วมมากที่สุดคือ วิตามินบีรวม จำนวน 79 คน (ร้อยละ 63.49) ซึ่งมีวิตามินบี 12 ในปริมาณ 20-200 ไมโครกรัมต่อเม็ด ในการศึกษานี้พบความชุกของภาวะโลหิตจางชนิดเม็ดเลือดแดงขนาดใหญ่กว่าปกติ ร้อยละ 2.5 (4 คนจาก 161 คน) อย่างไรก็ตาม ไม่พบความสัมพันธ์ของขนาดยาเมทฟอร์มิน ขนาดของวิตามินบี 12 ในผลิตภัณฑ์วิตามินบีเสริม กับการเกิดภาวะโลหิตจางชนิดเม็ดเลือดแดงขนาดใหญ่กว่าปกติในกลุ่มผู้เข้าร่วมการวิจัย (p-value = 0.824 และ p-value = 0.358 ตามลำ ดับ)</p> <p>งานวิจัยนี้พบภาวะโลหิตจางชนิดเม็ดเลือดแดงขนาดใหญ่กว่าปกติในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ได้รับเมทฟอร์มิน ระยะยาวร่วมกับวิตามินบีเสริม อย่างไรก็ตามเนื่องจากจำ นวนกลุ่มตัวอย่างน้อยและไม่ทราบถึงความร่วมมือในการรับประทานยาของผู้ป่วย จึงต้องการการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป </p> ปุณยาพร โทนมณี ปณิดา สมบัติเจริญกิจ สุธิดา จันทร์เจนจบ ทิพวรรณ ศิริเฑียรทอง ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Thai JPEN วารสารโภชนบำบัด https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-25 2025-12-25 33 2 1 10 Malnutrition in Pre-dialysis Chronic Kidney Disease Patients at National Institute for Nephrology and Transplantation, Sri Lanka: Prevalence and Its Associated Factors https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ThaiJPEN/article/view/269608 <p><strong>Background: </strong><span style="font-weight: 400;">Malnutrition is a recognized complication of chronic kidney disease (CKD). This study was carried out to determine the prevalence of malnutrition and its associated factors among pre-dialysis CKD patients. </span></p> <p><strong>Methods: </strong><span style="font-weight: 400;">A cross-sectional study was carried out on pre-dialysis CKD patients at the National Institute for Nephrology, Dialysis and Transplantation (NINDT), Sri Lanka. Systematic sampling method was used. Patients’ clinical, anthropometric, laboratory parameters were assessed. Nutritional status was evaluated using ‘Subjective Global Assessment’ tool. </span></p> <p><strong>Results: </strong><span style="font-weight: 400;">The response rate was 98%. The mean age of the CKD patients was 57.4 ± 12.6 years with a male: female ratio of 1.6:1. Diabetes mellitus was the most common co-morbidity associated with CKD. (n = 180, 90.5%) Only 7.5% (n = 15) engaged in moderate intensity exercise. The mean serum albumin level was 3.7 g/dl (SD = 0.7). Hypoalbuminemia detected in 40.7% (n = 74) patients. Prevalence of malnutrition was 62% (95%CI:54.9 - 68.7). The prevalence of malnutrition increased significantly across CKD stages (</span><em><span style="font-weight: 400;">p </span></em><span style="font-weight: 400;">= 0.001). It was significantly commoner in patients without a family history of CKD (</span><em><span style="font-weight: 400;">p </span></em><span style="font-weight: 400;">= 0.011) and who referred to nutritional counselling (</span><em><span style="font-weight: 400;">p </span></em><span style="font-weight: 400;">= 0.017). More severe the CKD stage (</span><em><span style="font-weight: 400;">p </span></em><span style="font-weight: 400;">= 0.041), referred to nutrition counselling (</span><em><span style="font-weight: 400;">p </span></em><span style="font-weight: 400;">= 0.017) and absence of a family history of CKD (</span><em><span style="font-weight: 400;">p </span></em><span style="font-weight: 400;">= 0.021) were significantly associated with higher risk of malnutrition independent of other covariates. </span></p> <p><strong>Conclusion: </strong><span style="font-weight: 400;">The prevalence of malnutrition among pre-dialysis CKD patients was high. There was </span><span style="font-weight: 400;">a significant association between the prevalence of malnutrition and worsening kidney function, family history of CKD and referred to nutrition counselling. </span></p> Bandula Kachchakaduge Anura Hewageegana ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Thai JPEN วารสารโภชนบำบัด https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-25 2025-12-25 33 2 11 22