เวชสารแพทย์ทหารบก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/rtamedj <p>The Royal Thai Army Medical Journal is an academic journal in military medicine with the objective of disseminating research and knowledge related to the medical and nursing services for personnel under the Royal Thai Army Medical Department. It accepts submissions of various types of articles in both Thai and English and is published quarterly, four issues per year (January–March, April–June, July–September, and October–December).</p> th-TH <p>บทความในวารสารนี้อยู่ภายใต้ลิขสิทธิ์ของ <a href="https://amed.rta.mi.th/" target="_blank" rel="noopener">กรมแพทย์ทหารบก</a> และเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)</p> <p>ท่านสามารถอ่านและใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษา และทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยต้องให้เครดิตอย่างเหมาะสมแก่ผู้เขียนและวารสาร</p> <p>ห้ามใช้หรือแก้ไขบทความโดยไม่ได้รับอนุญาต</p> <p>ข้อความที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น <br />ผู้เขียนเป็นผู้รับผิดชอบต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตนอย่างเต็มที่</p> <p>การนำบทความไปเผยแพร่ซ้ำในรูปแบบสาธารณะอื่นใด ต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร</p> rtamedj@pcm.ac.th (พ.อ.ผศ.นพ.ศราวุธ จินดารัตน์) rtamedj@pcm.ac.th (กองบรรณาธิการ เวชสารแพทย์ทหารบก) Tue, 31 Mar 2026 00:00:00 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 บทบรรณาธิการ https://he02.tci-thaijo.org/index.php/rtamedj/article/view/282127 ศราวุธ จินดารัตน์ (ผู้แต่ง) ลิขสิทธิ์ (c) 2026 กรมแพทย์ทหารบก https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/ https://he02.tci-thaijo.org/index.php/rtamedj/article/view/282127 Mon, 30 Mar 2026 00:00:00 +0700 ประสิทธิผลของโปรแกรมการจัดการความเครียดสำหรับทหารกองประจำการใหม่ ต่อความรู้สึกเครียดและพฤติกรรมการจัดการความเครียดของทหารกองประจำการใหม่ไทยในกรุงเทพมหานคร: การศึกษากึ่งทดลอง https://he02.tci-thaijo.org/index.php/rtamedj/article/view/278029 <p><strong>บทนำ: </strong>ทหารกองประจำการใหม่เป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความเครียดสูง ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะซึมเศร้า และการฆ่าตัวตาย ผู้วิจัยจึงสร้างโปรแกรมการจัดการความเครียดสำหรับทหารกองประจำการใหม่ตามทฤษฎีการจัดการความเครียดของ Lazarus และ Folkman ร่วมกับการปรับความคิดและพฤติกรรม, สร้างความเข้มแข็งทางใจ, นาฏกรรมบำบัด, ฝึกหายใจและออกกำลังกาย <strong>วัตถุประสงค์: </strong>เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมฯ ต่อความรู้สึกเครียดและพฤติกรรมการจัดการความเครียดของทหารกองประจำการใหม่ <strong>วัสดุและวิธีการ: </strong>การศึกษากึ่งทดลองในทหารกองประจำการใหม่สองหน่วยฝึกในกรุงเทพมหานคร สุ่มให้แต่ละแห่งเป็นกลุ่มทดลอง (119 ราย) และกลุ่มเปรียบเทียบ (117 ราย) ให้โปรแกรมฯ ในกลุ่มทดลอง 4 สัปดาห์ และวัดผลจากแบบสอบถาม 2 ครั้ง (ก่อนทดลอง และหลังสิ้นสุดการทดลอง) <strong>ผลการวิจัย: </strong>หลังสิ้นสุดการทดลองและพิจารณาตามเกณฑ์คัดเข้า-คัดออก คงเหลือผู้เข้าร่วมการศึกษากลุ่มทดลอง 71 ราย และกลุ่มเปรียบเทียบ 69 ราย โดยกลุ่มทดลองมีความรู้สึกเครียดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (<em>p</em>&lt; .001), พฤติกรรมการจัดการความเครียด (รวมทุกด้าน) และการจัดการความเครียดแบบมุ่งแก้ไขอารมณ์ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (<em>p</em>=.014 และ .007 ตามลำดับ) เมื่อเทียบกับก่อนทดลอง เมื่อเทียบระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบที่หลังการทดลอง พบว่ากลุ่มทดลองมีความรู้สึกเครียด ต่ำกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญ (<em>p</em>&lt; .001) แต่พฤติกรรมการจัดการความเครียด (รวมทุกด้านและแยกรายด้าน) ไม่มากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญ และโปรแกรมมีประสิทธิผลป้องกันความรู้สึกเครียดระดับเครียดสูงได้ถึงร้อยละ 73.50 <strong>สรุปผล: </strong>โปรแกรมการจัดการความเครียดนี้ มีประสิทธิผลสูงในการลดความรู้สึกเครียดของทหารกองประจำการใหม่ แต่ควรปรับปรุงโปรแกรมก่อนนำไปใช้ เพื่อเพิ่มพฤติกรรมการจัดการความเครียดให้ดีขึ้นอย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะการจัดการความเครียดแบบมุ่งแก้ปัญหาซึ่งเป็นการจัดการความเครียดแบบยั่งยืน</p> กัลฏวัชญ์ พุ่มจันทร์, วิศิษฏ์ ฉวีพจน์กำจร, กัญช์ เกล็ดมณี, ปรารถนา สถิตย์วิภาวี, กัลยา จงเชิดชูตระกูล, มิญช์ คร้ามอยู่ (ผู้แต่ง) ลิขสิทธิ์ (c) 2026 เวชสารแพทย์ทหารบก https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he02.tci-thaijo.org/index.php/rtamedj/article/view/278029 Mon, 30 Mar 2026 00:00:00 +0700 ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง จังหวัดสระแก้ว : การศึกษาเชิงวิเคราะห์แบบภาคตัดขวาง https://he02.tci-thaijo.org/index.php/rtamedj/article/view/279844 <p><strong>บทนำ: </strong>การวิจัยแบบภาคตัดขวางครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ ปัจจัยเสริม และ พฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง รวมทั้งวิเคราะห์ปัจจัยที่ผลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอด เลือดสมองในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง จังหวัดสระแก้ว <strong>วัสดุและวิธีการ: </strong>กลุ่มตัวอย่างจำนวน 239 คน ได้จากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน <strong>ผลการวิจัย: </strong>ผลการวิจัยพบว่า การสนับสนุนทางสังคมและการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง การรับรู้อุปสรรคมีความสัมพันธ์เชิงลบ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p &lt; 0.05) ทั้งนี้ ผลการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอนพบว่า เพศ (β = 0.491, p &lt; 0.001) การเข้าถึงข้อมูลสุขภาพ (β = -0.147, p = 0.008) การสนับสนุนทางสังคม (β = 0.122, p = 0.026) และการรับรู้อุปสรรค (β = 0.116, p = 0.036) เป็นปัจจัยที่สามารถทำนายพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยตัวแปรทั้งหมดสามารถอธิบายความแปรปรวนของพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองได้ร้อยละ 30.80 (R2 = 0.308,Adjusted R<sup>²</sup> = 0.296) <strong>สรุปผล: </strong>สรุปผลการวิจัย พบว่าแรงสนับสนุนทางสังคมด้านการได้รับคำแนะนำจากบุคลากรสุขภาพ มีบทบาทสำคัญต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง เนื่องจากการสนับสนุนจากบุคลากรสุขภาพช่วยให้กระบวนการการเข้าถึง การตีความ และนำข้อมูลไปประยุกต์ใช้ในการดูแลตนเองได้อย่างเหมาะสม</p> จันจิรา ใจกล้า, นิภา มหารัชพงศ์ (ผู้แต่ง) ลิขสิทธิ์ (c) 2026 เวชสารแพทย์ทหารบก https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he02.tci-thaijo.org/index.php/rtamedj/article/view/279844 Mon, 30 Mar 2026 00:00:00 +0700 โรคมาลาเรีย ภัยคุกคามด้านสุขภาพและมาตรการป้องกันสำหรับกำลังพลไทยในภารกิจรักษาสันติภาพ ณ สาธารณรัฐเซาท์ซูดาน https://he02.tci-thaijo.org/index.php/rtamedj/article/view/279140 ปิติ ภู่วิวัฒนางกูร, สุพัฒนศักดิ์ บุตรสุวรรณ, เสาวลักษณ์ ธนาฤทธิ์, พงษ์พันธ์ วงษ์กาฬสินธุ์, มิลตรา สว่างศรี, สุทธิดา จุลบุรมย์, กฤษณะพันธ์ ฮามแพ, วิภาพร นาชิน, พงษ์เพชรพชร สุวรรณพึง, สุวิทย์ เรืองศรี, นฤนาถ เย็นจิต, รณชิต กิ่งสีดา (ผู้แต่ง) ลิขสิทธิ์ (c) 2026 เวชสารแพทย์ทหารบก https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he02.tci-thaijo.org/index.php/rtamedj/article/view/279140 Mon, 30 Mar 2026 00:00:00 +0700 แนวคิดและกรอบการคัดกรองผู้ป่วยก่อนการเดินทางโดยเครื่องบินในระบบสถานพยาบาลกองทัพบก: การทบทวนวรรณกรรมเชิงเวชปฏิบัติสำหรับแพทย์และพยาบาล https://he02.tci-thaijo.org/index.php/rtamedj/article/view/279407 <p>การเดินทางโดยเครื่องบินเป็นกิจกรรมที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยยุคปัจจุบัน ทั้งในกลุ่มกำลังพล ครอบครัว ทหาร และประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของระบบสถานพยาบาลกองทัพบก ซึ่งมีสถานพยาบาลหลากหลายระดับและขนาด ตั้งแต่โรงพยาบาลขนาดเล็กไปจนถึงสถานพยาบาลระดับสูง บุคลากรทางการแพทย์ในทุกระดับจึงมีโอกาสต้องประเมินความเหมาะสมของผู้ป่วยต่อการเดินทางทางอากาศภายใต้ ข้อจำกัดด้านทรัพยากรและความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง<br />บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนวรรณกรรมด้านเวชศาสตร์การบินที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางทางอากาศของผู้ป่วย โดยสังเคราะห์หลักสรีรวิทยาการบิน ความเสี่ยงทางคลินิกที่พบบ่อย และแนวทางการคัดกรองผู้ป่วยก่อนการบินในเชิงเวชปฏิบัติ เน้นกรอบการคิดแบบอิงสัญญาณเตือน (red flag–based thinking) เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของแพทย์และพยาบาลในระบบสถานพยาบาลกองทัพบกทุกระดับ แม้ในบริบทที่ไม่มีแพทย์เวชศาสตร์การบินโดยตรง แนวคิดดังกล่าวอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนระหว่างการบิน เพิ่มความปลอดภัยของผู้ป่วย และลดโอกาสการถูก offload จากสายการบิน</p> โชคชัย ขวัญพิชิต (ผู้แต่ง) ลิขสิทธิ์ (c) 2026 เวชสารแพทย์ทหารบก https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he02.tci-thaijo.org/index.php/rtamedj/article/view/279407 Mon, 30 Mar 2026 00:00:00 +0700 ความหวังใหม่ในการประคับประคองผู้ป่วยหัวใจห้องเดี่ยว: นวัตกรรมการผ่าตัดเชื่อมหลอดเลือด carotid- jugular เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในกลุ่มที่ไม่สามารถทำฟอนแทน https://he02.tci-thaijo.org/index.php/rtamedj/article/view/279765 <p>ภาวะหัวใจห้องเดี่ยว (Single Ventricle Physiology) เป็นกลุ่มของโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดที่มีความซับซ้อนทางสรีรวิทยา โดยหัวใจมีเพียงห้องเดียวที่ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปยังทั้งระบบไหลเวียนปอดและระบบไหลเวียนร่างกาย ส่งผลให้ผู้ป่วยมีภาวะเขียวเรื้อรัง และอาจเกิดปัญหาทางระบบไหลเวียนโลหิตโดยรวมในระยะยาว แนวทางการรักษาที่เป็นมาตรฐานคือการผ่าตัดแบบลำดับขั้น (Staged Surgical Palliation) ซึ่งนำไปสู่การผ่าตัดฟอนแทน (Fontan Procedure) ในระยะสุดท้าย เพื่อให้เลือดดำจากร่างกายไหลเข้าสู่ปอดโดยไม่ผ่านหัวใจ อย่างไรก็ตาม มีผู้ป่วยบางรายที่ไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดฟอนแทนได้ (Fontan-ineligible) เนื่องจากข้อจำกัดทางสรีรวิทยา เช่น ความดันหลอดเลือดดำสูง กลุ่มผู้ป่วยเหล่านี้จึงไม่มีแนวทางการดูแลที่เป็นมาตรฐาน จึงจำเป็นต้องแสวงหาทางเลือกในการประคับประคองเฉพาะรายให้เหมาะสมกับข้อจำกัดทางสรีรวิทยา หนึ่งในแนวทางที่เริ่มมีการศึกษาและนำมาประยุกต์ใช้ คือ การผ่าตัดเชื่อมต่อหลอดเลือดแดงคาโร ติดกับหลอดเลือดดำจูกูรลาร์ (Carotid–Jugular Shunt) โดยมีเป้าหมายเพื่อลดแรงดันในระบบหลอดเลือดดำ เพิ่มการไหลเวียนของเลือดกลับสู่ปอด และลดภาระการทำงานของหัวใจให้เหมาะสมกับสภาวะของผู้ป่วยรายนั้นๆ บทความนี้นำเสนอการทบทวนองค์ความรู้เกี่ยวกับแนวทางการผ่าตัด Carotid – Jugular Shunt ทั้งในด้านพยาธิสรีรวิทยา เทคนิคการผ่าตัด และผลลัพธ์ทางคลินิก จากวรรณกรรมทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงประสบการณ์ของประเทศไทย เพื่อเสนอเป็นทางเลือกหนึ่งในการดูแลผู้ป่วยหัวใจห้องเดี่ยวที่ไม่สามารถเข้าสู่แนวทางมาตรฐานได้อย่างเต็มที่ โดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อมทางทรัพยากร และระบบบริการสุขภาพในประเทศไทย</p> ปาริชาต ศรีผดุงอำไพ (ผู้แต่ง) ลิขสิทธิ์ (c) 2026 เวชสารแพทย์ทหารบก https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he02.tci-thaijo.org/index.php/rtamedj/article/view/279765 Mon, 30 Mar 2026 00:00:00 +0700 แนวทางปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ ด้วยอาการเห็นภาพซ้อนเฉียบพลัน https://he02.tci-thaijo.org/index.php/rtamedj/article/view/277778 <p>ภาพซ้อนเฉียบพลันเป็นอาการสำคัญที่พบบ่อยในเวชปฏิบัติทางจักษุและมักสัมพันธ์กับโรคที่มีความรุนแรง การวินิจฉัยเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างเป็นระบบ เพื่อแยกความแตกต่างระหว่างภาพซ้อน เมื่อมองตาเดียวและภาพซ้อนเมื่อมองสองตา ในรายที่เป็นภาพซ้อนเมื่อมองสองตา ควรประเมินทิศทางของภาพซ้อนและตรวจเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการหรือภาพถ่ายรังสี เช่น เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อค้นหาสาเหตุ เช่น ภาวะขาดเลือด การอักเสบ หรือการติดเชื้อ การรักษาขึ้นอยู่กับโรคต้นเหตุ และอาจต้องอาศัยทีมสหสาขาวิชาชีพร่วมดูแลผู้ป่วยที่ยังคงมีภาพซ้อนหลังรักษาสาเหตุแล้วสามารถบรรเทาอาการได้ด้วยแว่นปริซึม การฉีดโบทูลินัมท็อกซิน หรือการผ่าตัดกล้ามเนื้อตา แนวทางการประเมินอย่างเป็นระบบช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยได้รวดเร็วและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม</p> วรพจน์ ศรีมานันท์ (ผู้แต่ง) ลิขสิทธิ์ (c) 2026 เวชสารแพทย์ทหารบก https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he02.tci-thaijo.org/index.php/rtamedj/article/view/277778 Mon, 30 Mar 2026 00:00:00 +0700