วารสารกายภาพบำบัด https://he02.tci-thaijo.org/index.php/tjpt <p><strong>เป้าหมายและขอบเขต:</strong></p> <p>วารสารกายภาพบำบัด (Thai J Phys Ther) เป็นวารสารอย่างเป็นทางการของสมาคมกายภาพบำบัดแห่งประเทศไทย วารสารนี้มีพันธกิจในการเผยแพร่และแบ่งปันความรู้ที่เกี่ยวข้องกับศาสตร์ทางด้านกายภาพบำบัดซึ่งสามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติทางกายภาพบำบัดคลินิกรวมถึงการเรียนการสอนทางด้านกายภาพบำบัด วารสารนี้เผยแพร่บทความประเภท บทความวิจัย บทความปริทัศน์ และจดหมายถึงบรรณาธิการ</p> <p><strong>ISSN old number (2522-2566)</strong></p> <p>ISSN 0125-4634 (print)</p> <p>ISSN 2730-3004 (online)</p> <p><strong><span class="il">ISSN new number (2567-)</span> </strong></p> <p>ISSN 3027-7086 (online)</p> <p> </p> <p><strong>กระบวนการพิจารณา: </strong>บทความต้นฉบับทุกบทความจะต้องผ่านการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญในสาขานั้นอย่างน้อยสามคนผ่านกระบวนการ double-blinded review</p> <p><strong>ความถี่:</strong> กำหนดออก 3 ฉบับต่อปี ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม-เมษายน ฉบับที่ 2 เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม และฉบับที่ 3 เดือนกันยายน-ธันวาคม </p> <p><strong>ภาษา:</strong> บทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ, บทความภาษาไทยและภาษาอังกฤษ </p> <p><strong>ค่าใช้จ่ายในการตีพิมพ์: </strong>ไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์</p> <p><strong>การเข้าถึง: </strong>สามารถเข้าถึงบทความผ่านทางออนไลน์ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย</p> สมาคมกายภาพบำบัดแห่งประเทศไทย Physical Therapy Association of Thailand (P.T.A.T.) th-TH วารสารกายภาพบำบัด 0125-4634 การเปรียบเทียบการฝึกหายใจโดยใช้ทรวงอกร่วมกับการคงค้างการหายใจ เครื่องบริหารปอดชนิดควบคุมการไหลของอากาศและเครื่องบริหารปอดชนิดควบคุมปริมาตรอากาศต่อการทํางานของระบบประสาทอัตโนมัติควบคุมหัวใจในผู้ใหญ่สุขภาพดี https://he02.tci-thaijo.org/index.php/tjpt/article/view/278284 <p><strong>ที่มาและความสำคัญ:</strong> การฝึกหายใจมีความสำคัญในทางกายภาพบำบัดเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนของระบบทางเดินหายใจ แต่ยังมีข้อมูลจำกัดเกี่ยวกับผลของการฝึกหายใจด้วยเครื่องบริหารปอดต่อความสมดุลของระบบประสาทอัตโนมัติควบคุมหัวใจ</p> <p><strong>วัตถุประสงค์: </strong>เปรียบเทียบผลของการฝึกหายใจโดยใช้ทรวงอกร่วมกับการคงค้างการหายใจ (Costal breathing exercise with sustained maximum inspiration, CSMI) เครื่องบริหารปอดชนิดควบคุมการไหลของอากาศ (Flow-oriented incentive spirometer, FIS) และชนิดควบคุมปริมาตรอากาศ (Volume-oriented incentive spirometer, VIS) กับการหายใจตามธรรมชาติ (Spontaneous breathing, SB) ต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบประสาทอัตโนมัติควบคุมหัวใจ</p> <p><strong>วิธีการวิจัย:</strong> ผู้ใหญ่สุขภาพดี จำนวน 24 คน สุ่มทำการฝึกหายใจ 3 รูปแบบ (CSMI, FIS และ VIS) และวิเคราะห์ค่าความผันแปรอัตราหัวใจเต้น (Heart rate variability, HRV) ได้แก่ Standard deviation of NN intervals (SDNN), Square root of the mean of the squares of successive NN interval differences (RMSSD), Low frequency (LF), High frequency (LF) power และ Low frequency/High frequency ratio (LF/HF).</p> <p><strong>ผลการวิจัย: </strong>เมื่อเปรียบเทียบกับ SB ค่า SDNN เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในทุกวิธีการฝึกหายใจ (<em>p</em>&lt;0.001) ส่วนค่า RMSSD เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในกลุ่ม FIS (<em>p</em>=0.031) และ VIS (<em>p</em>=0.031) ค่า LF และ LF/HF เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในทุกวิธีการฝึกหายใจ (LF(ms<sup>2</sup>): CSMI (<em>p</em>=0.005), FIS (<em>p</em>=0.001) และ VIS (<em>p</em>&lt;0.001), Ln-LF: CSMI (<em>p</em>=0.005), FIS (<em>p</em>=0.001) และ VIS (<em>p</em>&lt;0.001), LF/HF: CSMI (<em>p</em>&lt;0.001), FIS (<em>p</em>=0.003) และ VIS (<em>p</em>&lt;0.001))</p> <p><strong>สรุปผล: </strong>การฝึกหายใจแบบ CSMI, FIS และ VIS มีผลต่อการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติควบคุมหัวใจ โดยส่งเสริมการทำงานของระบบประสาทพาราซิมพาเทติก</p> ศศิภา บูรณพันธฤกษ์ ปรียาภรณ์ สองศร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารกายภาพบำบัด http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-04-22 2026-04-22 48 1 15 24 สิ่งส่งเสริมและขัดขวางต่อการใช้การประเมินผลลัพธ์มาตรฐานจากมุมมองของนักกายภาพบำบัดในประเทศไทย: การศึกษาภาคตัดขวาง https://he02.tci-thaijo.org/index.php/tjpt/article/view/277081 <p><strong>ที่มาและความสำคัญ</strong>: การประเมินผลลัพธ์มาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้การประเมินทางกายภาพบำบัดมีความเที่ยงตรงและเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ แต่ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งส่งเสริมหรือขัดขวางต่อการใช้จากมุมมองของนักกายภาพบำบัดไทย</p> <p><strong>วัตถุประสงค์:</strong> เพื่อศึกษาสิ่งส่งเสริมและขัดขวางต่อการใช้การประเมินผลลัพธ์มาตรฐานของนักกายภาพบำบัดในประเทศไทย และสำรวจการประเมินผลลัพธ์มาตรฐานที่มีการใช้งานเป็นประจำ</p> <p><strong>วิธีการวิจัย:</strong> การสำรวจแบบภาคตัดขวางดำเนินการในนักกายภาพบำบัด 205 คน จาก 13 เขตสุขภาพภายใต้กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทย โดยเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามออนไลน์</p> <p><strong>ผลการวิจัย:</strong> สิ่งส่งเสริมต่อการใช้การประเมินผลลัพธ์มาตรฐาน 5 ลำดับแรก คือ ขั้นตอนง่ายต่อการทำความเข้าใจและการปฏิบัติ (ร้อยละ 78.54) มีความเที่ยงและความตรง (ร้อยละ 77.56) เข้าถึงได้ง่าย ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (ร้อยละ 75.61) ใช้เวลาในการประเมินน้อย (ร้อยละ 74.15) และสามารถแปลผลและวิเคราะห์ได้ชัดเจน (ร้อยละ 74.15) ส่วนสิ่งขัดขวางต่อการใช้แบบประเมินผลลัพธ์มาตรฐาน 5 อันดับแรก คือ ใช้ระยะเวลาในการทดสอบ/วิเคราะห์นาน (ร้อยละ 70.73) ขั้นตอนการประเมินยากต่อการทำความเข้าใจ (ร้อยละ 61.95) ใช้ผู้ทดสอบ/อุปกรณ์และพื้นที่ในการทดสอบมาก (ร้อยละ 60.98) ขาดความรู้ความเข้าใจและทักษะเกี่ยวข้องกับแบบประเมินผลลัพธ์มาตรฐาน (ร้อยละ 59.51) และความยากในการแปลผล (ร้อยละ 57.56) </p> <p><strong>สรุปผล:</strong> การใช้แบบประเมินผลลัพธ์มาตรฐานที่เหมาะสม จำเป็นต้องอาศัยการช่วยสนับสนุนทั้งจากสถาบันการศึกษาและองค์กรวิชาชีพ เพื่อลดข้อจำกัดที่พบจากศึกษา ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานการบริการทางกายภาพบำบัด</p> นพพล ประโมทยกุล ปรารถนา กู้ปิ่นไพฑูรย์ ธัญภัค ผิวอ่อน พิชญา ฤทธิรงค์ วีรยา ประโมทยกุล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารกายภาพบำบัด http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-04-22 2026-04-22 48 1 1 14 บทบาทนักกายภาพบำบัดในการสร้างเสริมสุขภาพผู้ป่วยปวดหลังส่วนล่างเรื้อรังในชุมชน: การทบทวนวรรณกรรมและการนำเสนอแนวปฏิบัติ https://he02.tci-thaijo.org/index.php/tjpt/article/view/278902 <p>บทความนี้นำเสนอบทบาทสำคัญของนักกายภาพบำบัดในการสร้างเสริมสุขภาพผู้ป่วยอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง (Chronic Low Back Pain: CLBP) ในชุมชน โดยเน้นย้ำถึงอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรังในภาวะซับซ้อนที่ได้รับอิทธิพลจากปัจจัยชีวจิตสังคม ไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาทางกายภาพ นักกายภาพบำบัดจึงต้องมีศักยภาพในการเป็นบุคลากรหลักในระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ เพื่อนำหลักการสร้างเสริมสุขภาพมาประยุกต์ใช้ในชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ บทบาทที่สำคัญได้แก่ การประเมินแบบองค์รวม การให้ความรู้และสร้างความตระหนัก การออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกายที่เข้าถึงได้และเหมาะสมกับบริบทชุมชน การส่งเสริมทักษะการจัดการตนเอง การประสานงานกับภาคีเครือข่ายและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการ แม้การดำเนินงานจะเผชิญกับความท้าทายหลายประการ เช่น การขาดแคลนบุคลากร ทรัพยากร และงบประมาณ ตลอดจนข้อจำกัดด้านนโยบายและทัศนคติของชุมชน แต่บทความนี้ได้เสนอ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตรการศึกษา แนวทางการปฏิบัติสำหรับนักกายภาพบำบัดในชุมชน และประเด็นสำหรับการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อเอาชนะอุปสรรคเหล่านี้ ซึ่งการสนับสนุนบทบาทนักกายภาพบำบัดในชุมชนจะช่วยสร้างเสริมให้ผู้ป่วยปวดหลังส่วนล่างเรื้อรังมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสร้างสังคมที่มีสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน</p> จิรวัฒน์ ทิววัฒน์ปกรณ์ ปุญญพัฒน์ ไชยเมล์ สมเกียรติยศ วรเดช สุนิสา หราหนิ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารกายภาพบำบัด http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-04-22 2026-04-22 48 1 25 37