หมอยาไทยวิจัย https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ttm <p><span lang="TH">วารสารหมอยาไทยวิจัย เป็นวารสารวิชาการด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก การแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์องค์รวม และวิทยาศาสตร์สุขภาพ ที่มีผู้ทรงคุณวุฒิ </span>(Peer review)&nbsp;</p> คณะแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี th-TH หมอยาไทยวิจัย 2286-9999 ปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมดและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดจากใบไคร้หอม https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ttm/article/view/248667 <p>ไคร้หอม สมุนไพรพื้นบ้านและมีสรรพคุณตามยาไทยแผนโบราณสำหรับการรักษาโรคภูมิแพ้ หอบหืด หวัดเรื้อรัง และไซนัสอักเสบ ซึ่งการมีฤทธิ์เป็นยานี้อาจมีความเกี่ยวกับกับคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจหาปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมดและฤทธิ์ต้านสารอนุมูลอิสระของสารสกัดจากใบไคร้หอม โดยใช้น้ำและเอทานอลเป็นตัวทำละลายในการสกัดสาร การตรวจหาปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมด ด้วยวิธี Folin - Ciocalteu method ทดสอบฤทธิ์ต้านสารอนุมูลอิสระของสารสกัดจากใบไคร้หอมด้วยวิธี DPPH (2,2-diphenyl-1-picrylhydrazyl) assay หาค่าความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดจากใบไคร้หอมด้วยวิธี FRAP (Ferric reducing/antioxidant potential) ผลการวิจัยพบว่า สารสกัดด้วยเอทานอลมีปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมด เท่ากับ 17.71±1.05 mg GAE/mg sample มีค่า IC<sub>50</sub> ในการยับยั้งอนุมูลอิสระ DPPH เท่ากับ 1,380±0.02 mg/ml และค่า FRAP เท่ากับ 190.42±0.01 mg TEAC/mg sample และสารสกัดด้วยน้ำ มีปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมดเท่ากับ 5.98±0.29 mg/ml GAE/mg sample มีค่า IC<sub>50</sub> ในการยับยั้งอนุมูลอิสระ DPPH เท่ากับ 11,240±1.33 mg/ml และค่า FRAP เท่ากับ 30.05±0.76 mg TEAC/mg sample โดยสารสกัดด้วยเอทานอลมีปริมาณสารประกอบ ฟีนอลิกทั้งหมดและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าสารสกัดด้วยน้ำอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นสารสกัดด้วยเอทานอลของใบไคร้หอมมีแนวโน้มเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติได้</p> บุญเลี้ยง สุพิมพ์ Copyright (c) 2021 หมอยาไทยวิจัย 2021-12-29 2021-12-29 7 2 1 16 ประสิทธิผลของยาทาพระเส้นในการบรรเทาปวดจากโรคหัวไหล่ติด https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ttm/article/view/249158 <p>การศึกษาแบบกึ่งทดลองเบื้องต้นเกี่ยวกับประสิทธิผลของยาทาพระเส้นต่อโรคการบรรเทาอาการหัวไหล่ติดกับผู้ป่วยโรคหัวไหล่ติดที่มารับบริการที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบลแก่งโสภา อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก มีอาสาสมัครตอบรับการเข้าร่วมวิจัยจำนวน 28 คน อาสาสมัครทายาบริเวณหัวไหล่ วันละ 2 ครั้ง เวลาเช้า-เย็น ติดต่อกันเป็นเวลา 14 วัน ประเมินผลก่อนและหลังการใช้ยาด้วยแบบบันทึกข้อมูลการวิเคราะห์ข้อมูลระดับความเจ็บปวด Visual Analog Scale (VAS) และประเมินผลพิสัยการเคลื่อนไหวของหัวไหล่ด้วยเครื่องมือ Thai Arthrometric Navigator Scale &nbsp;(TAN Scale) สถิติที่ใช้ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติ Paired sample <em>t</em>-test</p> <p>ผลการวิจัยพบว่าระดับความเจ็บปวดหลังจากการใช้ยาทาพระเส้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (<em>P-</em>Value &lt; 0.001) ระดับพิสัยการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ในท่ายกแขนขึ้นไปด้านหน้าและท่ากางแขนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ (<em>P-</em>Value &lt; 0.001) ด้านความปลอดภัยพบว่ามีเพียงอาการไม่พึงประสงค์ที่ไม่รุนแรงจากผลการวิจัยยาทาพระเส้นตำราพระโอสถพระนารายณ์สามารถบรรเทาอาการปวดจากโรคหัวไหล่ติดทำให้ความสามารถในการใช้งานแขนดีขึ้นองศาการเคลื่อนไหวของข้อหัวไหล่ดีขึ้น</p> นิติรัตน์ มีกาย Copyright (c) 2021 หมอยาไทยวิจัย 2021-12-29 2021-12-29 7 2 17 30 การศึกษาสารพฤกษเคมีเบื้องต้น ปริมาณฟีนอลิกและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดสมุนไพรเพื่อพัฒนาเป็นเซรั่มสมุนไพรบํารุงมือ https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ttm/article/view/249560 <p>งานวิจัยนี้ศึกษาสารพฤกษเคมีเบื้องต้น ปริมาณฟีนอลิกและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของขมิ้นชัน มังคุดหญ้ารีแพร์และมะขามป้อม จากการศึกษาสารพฤกษเคมีเบื้องต้นของสารสกัดหยาบสมุนไพร พบสารกลุ่มฟลาโนอยด์และอัลคาลอยด์นอกจากนี้ศึกษาปริมาณฟีนอลิกรวมโดยใช้วิธี Folin-Ciocalteu ด้วยสารละลายมาตรฐานกรดแกลลิก พบว่าสารสกัดจากเหง้าขมิ้น เปลือกมังคุด ผลมะขามป้อม และหญ้ารีแพร์ มีปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมด เท่ากับ 481.12 ± 1.00, 399.45 ± 1.15, 355.06 ± 2.30, 41.67.00 มิลลิกรัมสมบูรณ์ของกรดแกลลิกต่อน้ําหนักสารสกัดหยาบ 1 กรัม ตามลําดับและศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธีDPPHพบว่าสารสกัดจากมะขามป้อมมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระมากที่สุดโดยมีค่า IC50 เท่ากับ 0.62 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร รองลงมา คือ มังคุด ขมิ้นชัน และหญ้ารีแพร์ ซึ่งมีค่า IC50เท่ากับ 8.41, 22.21 และ97.16 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ตามลําดับ จึงนําไปพัฒนาเป็นส่วนผสมของเซรั่มบํารุงมือ</p> สุกัญญา มูณี Copyright (c) 2021 หมอยาไทยวิจัย 2022-02-08 2022-02-08 7 2 31 44 ความปลอดภัยและผลการใช้ท่าฤๅษีดัดตนในการรักษาร่วมในโรคข้อเข่าเสื่อม https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ttm/article/view/249851 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความปลอดภัยและผลการใช้ท่าฤๅษีดัดตนในการรักษาร่วมในโรคข้อเข่าเสื่อม กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม โรงพยาบาลพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เพศชายและหญิง อายุ 35 - 65 ปี แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบกลุ่มละ 30 คน กลุ่มทดลองจะได้รับยาแก้ปวดร่วมกับการใช้ท่ากายบริหารท่าฤๅษีดัดตน กลุ่มเปรียบเทียบจะได้รับยาแก้ปวดร่วมกับการใช้ท่ากายบริหารทั่วไป ติดตามผล 2 สัปดาห์/ครั้ง จำนวน 4 สัปดาห์ วัดระดับความปวดของข้อเข่าก่อนและหลังการรักษาด้วย Visual Analog Scale (VAS) of Wong-Bake วัดระดับใช้งานของข้อด้วย WOMAC Score และวัดองศาการเคลื่อนไหวของเข่าด้วยเครื่องโกนิโอมิเตอร์ สถิติที่ใช้ ค่าร้อยละค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และPaired t test และ Independent t test ผลการวิจัยพบว่า 1) หลังการรักษาทั้งสองกลุ่มมีค่าเฉลี่ยความปวดลดลง งอเข่าได้องศามากขึ้น เหยียดเข่าได้ตรงมากขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p&lt;0.05) 2) ความปลอดภัยทั้งสองกลุ่มส่วนมากไม่พบอาการไม่พึงประสงค์ พบเพียงอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย และเจ็บปวดข้อเข่ามากขึ้น อาจเกิดจากอาการข้างเคียงจากกล้ามเนื้อระบมขณะออกกำลังกายอาการดังกล่าวไม่ได้ก่อให้เกิดอันตราย 3) เปรียบเทียบระหว่างกลุ่มมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p&lt;0.05) จำนวน 2 ข้อ ได้แก่ อาการปวด ความเจ็บปวดข้อเข่าขอบบนด้านนอก พบกลุ่มทดลองมีอาการปวดเข่าลดลงมากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ ดังนั้น ท่ากายบริหารท่าฤๅษีดัดตนเหมาะสมที่จะนำมาเป็นทางเลือกในการรักษาอาการข้อเข่าเสื่อม</p> นุชชุดา มารยาท Copyright (c) 2021 หมอยาไทยวิจัย 2021-12-29 2021-12-29 7 2 45 60 การศึกษาสารพฤกษเคมีเบื้องต้นและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของพืชที่จัดอยู่ในกลุ่มพิกัดเกสรทั้งห้า https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ttm/article/view/249991 <p>งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณในรูปแบบของการวิจัยกึ่งทดลอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ1) ศึกษาสารพฤกษเคมีเบื้องต้นของพืชที่จัดอยู่ในกลุ่มพิกัดเกสรทั้งห้าคือ มะลิ พิกุล บุนนาค สารภี และเกสรบัวหลวง 2) ศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของพิกัดเกสรทั้งห้าทําการตรวจสอบสารพฤกษเคมีเบื้องต้นในสารสกัดหยาบเอทานอลจากพิกัดเกสรทั้งห้า ศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH และหาปริมาณฟีนอลิกรวม ด้วยวิธี Folin-Ciocalteu โดยมีกรดเเกลลิกเป็นสารมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่าสารกลุ่มแอนทราควิโนน อัลคาลอยด์ คาร์ดิแอคไกลโคไซด์ แทนนิน ฟลาโวนอยด์ เทอร์พีนอยด์ และคูมารินสามารถพบได้ในสารสกัดหยาบของพืชทั้งห้าชนิด โดยพบว่า สารสกัดหยาบเกสรบัวหลวงและกรดแกลลิกมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงที่ค่า IC50เท่ากับ 0.82μg/mL และ 0.72μg/mL ตามลําดับ สารสกัดหยาบสารภีมีปริมาณฟีนอลิกรวมสูงที่สุดเฉลี่ย 84.50±0.37 mgGAE.G-1</p> กชกร ทองมาก Copyright (c) 2021 หมอยาไทยวิจัย 2022-02-08 2022-02-08 7 2 61 74 องค์ความรู้และตำรับยาโรคหอบหืดของหมอพื้นบ้าน: กรณีศึกษาหมอทวี หมันหมาด https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ttm/article/view/250834 <p>การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมองค์ความรู้และตำรับยาโรคหอบหืดของหมอพื้นบ้านจังหวัดกระบี่ จำนวน 1 คน คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจงและผ่านเกณฑ์การคัดเลือกที่กำหนดไว้ เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างร่วมกับการสังเกต นำข้อมูลที่รวบรวมได้มาวิเคราะห์เชิงพรรณนา วิเคราะห์ตำรับยาตามหลักการแพทย์แผนไทย และศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ผลการศึกษาพบว่า หมอพื้นบ้านเพศชาย อายุ 65 ปี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; มีประสบการณ์รักษาโรคมานานกว่า 46 ปี องค์ความรู้โรคหอบหืดคือ หอบจะเหนื่อยทั้งกายและใจ ส่วนหืดอยู่ ๆ &nbsp;&nbsp;&nbsp;ก็จะเป็นขึ้นเองเป็นพัก ๆ บ่อย ๆ สาเหตุเกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น มลพิษทางอากาศ ควันบุหรี่ เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ และปัจจัยภายใน แบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ เกิดจากศอเสมหะและอุระเสมหะ เกิดจากลมในกระเพาะและลำไส้ และเกิดจากภูมิแพ้ ตรวจวินิจฉัยโดยการซักประวัติผู้ป่วย ตรวจชีพจร และตรวจปอด อาการของโรคหอบหืด มักจะไอ มีเสมหะ หายใจลำบาก หอบเหนื่อย และแน่นหน้าอก หมอพื้นบ้านรักษาด้วยการจ่ายยาสมุนไพรตามสาเหตุของโรคหอบหืด จำนวน 3 ตำรับ และแนะนำการปฏิบัติตัวโดยหลีกเลี่ยงอาหารแสลงและสิ่งกระตุ้นให้เกิดอาการ ตำรับยาโรคหอบหืดล้วนเป็นสมุนไพร เช่น พิกัดเบญจโกฐ พิกัดเบญจเทียน ว่านน้ำ ดีปลี พริกไทย ขิง สะค้าน บอระเพ็ด เปราะหอม น้ำผึ้งรวง เป็นต้น สมุนไพรส่วนใหญ่มีสรรพคุณแก้ไอ ขับเสมหะ ขับลมในลำไส้ และมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาช่วยต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการหลั่งฮีสตามีน ขยายหลอดลม ช่วยบรรเทาอาการของโรคหอบหืดได้</p> ศรินทร์รัตน์ จิตจำ สิริรัตน์ เลาหประภานนท์ เรวัตร์ ส่งแสง ฐิติวรดา แก้วจะระ Copyright (c) 2021 หมอยาไทยวิจัย 2021-12-29 2021-12-29 7 2 75 92 ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ สารประกอบฟีนอลิกรวม และ ปริมาณฟลาโวนอยด์รวมของ สารสกัดพิกัดตรีสมอ พิกัดตรีสัตกุลา พิกัดตรีผลสมุฏฐาน https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ttm/article/view/251123 <p>งานวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ วิเคราะห์ปริมาณสารประกอบฟีนอลิกรวมและปริมาณสารฟลาโวนอยด์รวมในสมุนไพรพิกัดตรี จำนวน 3 พิกัด คือพิกัดตรีสมอ พิกัดตรีสัตกุลา พิกัดตรีผลสมุฏฐาน ที่มีประวัติในการใช้เป็นยามาตั้งแต่โบราณทำการทดสอบคุณสมบัติการต้านอนุมูลอิสระโดยวิธี 2,2-Diphenyl-1-picrylhydrazyl radial scavenging capacity assay (DPPH assay) วิเคราะห์ปริมาณสารประกอบฟีนอลิกรวมด้วยวิธี Folin Ciocalteu reagent method และหาปริมาณสารฟลาโวนอยด์รวม จากการศึกษา พบว่า สารสกัดที่แสดงสมบัติการต้านอนุมูลอิสระมากที่สุด คือ สารสกัดเอทานอลของสมุนไพรพิกัดตรีสมอ มีค่า EC<sub>50</sub> เท่ากับ 4.46 ± 0.93 µg/ml และสารสกัดเอทานอลของพิกัดตรีสมอ พบ ปริมาณสารประกอบฟีนอลิกรวมและสารฟลาโวนอยด์รวมมากที่สุด คือมีค่าเท่ากับ 18.527 ± 0.169 มิลลิกรัมกรดแกลลิกเทียบเท่าต่อกรัมน้ำหนักสมุนไพรแห้ง และ 3.935 ± 0.102 มิลลิกรัม&nbsp; เควอซิทินเทียบเท่าต่อกรัมน้ำหนักสมุนไพรแห้ง ตามลำดับ จากการศึกษาครั้งนี้ พบว่า สารสกัดเอทานอลของพิกัดตรีสมอเป็นสมุนไพรกลุ่มหนึ่งที่มีศักยภาพในการนำมาศึกษาและวิจัยต่อยอดด้านเภสัชวิทยาเพื่อการพัฒนาเป็นสารออกฤทธิ์ทางยาต่อไป</p> ศุภรัตน์ ดวนใหญ่ Copyright (c) 2021 หมอยาไทยวิจัย 2021-12-29 2021-12-29 7 2 93 104 การศึกษาลักษณะทางมหภาค จุลภาค และคุณสมบัติทางเคมีฟิสิกส์ของรากสลิด https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ttm/article/view/251397 <p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; เครื่องยารากสลิดคือรากแห้งของพืชที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า <em>Telosma cordata </em>(Burm.f.) Merr. มีสรรพคุณช่วยทำให้อาเจียน ถอนพิษยาเบื่อเมาและดับพิษทั้งปวง ใช้เป็นส่วนประกอบของยาสมุนไพรไทยเพื่อรักษาโรคได้หลากหลายและมักใช้รักษาโรคตา ปัจจุบันยังไม่มีข้อกำหนดมาตรฐานในตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทย การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะทางมหภาค ลักษณะทางจุลภาคของผงเครื่องยา เอกลักษณ์ทางเคมีด้วยวิธีรงคเลขผิวบางและคุณสมบัติทางเคมีฟิสิกส์ของรากสลิด 12 ตัวอย่างจากแหล่งในธรรมชาติ 6 ตัวอย่างและจากสวนที่ปลูกสลิด 6 ตัวอย่างในประเทศไทย วิธีการศึกษาใช้วิธีการตามตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทย ผลการศึกษาพบว่าลักษณะทางมหภาคของรากสลิดแห้งมีรูปร่างทรงกระบอก ชั้นนอกสุดมีรอยย่นตามยาว สีน้ำตาลปนเทา ชั้นที่สองสีเหลืองอ่อน ชั้นในสุดสีเหลืองเข้ม แข็งและเหนียว ลักษณะทางจุลภาคของผงรากสลิดเมื่อตรวจสอบภายใต้กล้องจุลทรรศน์ พบเซลล์พืช 9 ชนิด โครมาโทแกรมของรากสลิดที่ตรวจสอบด้วยวิธีรงคเลขผิวบางแยกเป็น 14 ตำแหน่ง คุณสมบัติทางเคมีฟิสิกส์ได้แก่ ปริมาณความชื้น ปริมาณเถ้ารวม และปริมาณเถ้าที่ไม่ละลายในกรด มีค่าไม่มากกว่าร้อยละ 8.5, 9.3, และ 2.3 โดยน้ำหนักตามลำดับ ส่วนปริมาณสารสกัดด้วยเอทานอลความเข้มข้นร้อยละ 95 และสารสกัดด้วยน้ำ มีค่าไม่น้อยกว่าร้อยละ 9.1 และ 20.2 โดยน้ำหนัก ผลการศึกษานี้สามารถนำไปเป็นข้อกำหนดมาตรฐานเพื่อควบคุมคุณภาพของเครื่องยารากสลิดก่อนนำไปใช้เป็นยาสมุนไพรไทย</p> Sasithorn Tandhavadhana Copyright (c) 2021 หมอยาไทยวิจัย 2021-12-29 2021-12-29 7 2 105 124 การดูแลสุขภาพด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นในเขตพื้นที่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ttm/article/view/254257 <p>การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการดูแลสุขภาพด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น ในเขตพื้นที่อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง จำนวน 4 ราย โดยคัดเลือกหมอพื้นบ้านที่ได้รับการยอมรับจากชุมชน มีองค์ความรู้เชี่ยวชาญในการรักษาหลายโรค และมีประสบการณ์ในการดูแลสุขภาพด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องมากกว่า 10 ปีขึ้นไป โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก และการสังเกตจากผู้ให้ข้อมูลหลัก</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการศึกษาพบว่า การดูแลสุขภาพด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นการรักษาแบบองค์รวม ซึ่งดูแลรักษาสุขภาพทั้งทางกาย ใจ และจิตวิญญาณ มีวิธีการดูแลรักษาสุขภาพ เช่น การนวด การรักษาด้วยสมุนไพรในท้องถิ่น การเป่า การใช้คาถาและการประกอบพิธีกรรมการรักษา ในส่วนของการรักษาโรคของหมอพื้นบ้านนั้นได้รับสืบทอดความรู้จากบรรพบุรุษหรือจากการฝากตัวเป็นศิษย์ หมอพื้นบ้านมีความชำนาญในการรักษาโรคที่เกี่ยวกับระบบกล้ามเนื้อและกระดูก โรคไข้ โรคผิวหนัง และโรคอื่น ๆ โดยการรักษาประกอบด้วย การซักประวัติ สอบถามอาการจากผู้ป่วยหรือญาติ การตรวจร่างกาย และวินิจฉัยโรคตามทฤษฏีการแพทย์แผนไทย การดูแลสุขภาพด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการแพทย์พื้นบ้านมีบทบาท และหน้าที่สำคัญในการดูแลรักษาโรคให้กับประชาชนในระดับชุมชนอย่างยิ่ง โดยสรุปการส่งเสริมสนับสนุนการดูแลสุขภาพด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย ซึ่งจะส่งผลดีต่อระบบสาธารณสุข และเป็นการอนุรักษ์องค์ความรู้ของชาติสืบต่อไป</p> จรินทร์ธร ฟักคำ สรรใจ แสงวิเชียร ศุภะลักษณ์ ฟักคำ Copyright (c) 2021 หมอยาไทยวิจัย 2021-12-29 2021-12-29 7 2 125 136 ที่มาสรรพคุณตัวยาในตำราการแพทย์แผนไทย: กรณีศึกษาสมุนไพรอบเชย https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ttm/article/view/253696 <p>การแพทย์แผนไทยเป็นการประกอบวิชาชีพโดยอาศัยความรู้หรือตำราที่ได้ถ่ายทอดและพัฒนาสืบต่อกันมา ทำให้ประเด็นคำถามว่าสรรพคุณตัวยาจากตำราการแพทย์ไทยต่าง ๆ ว่ามีที่มาอย่างไร จึงได้ศึกษาที่มาของสรรพคุณตัวยาและแสดงกรณีตัวอย่างสรรพคุณสมุนไพรอบเชย &nbsp;เพื่อให้ผู้ใช้ตำราเกี่ยวกับสรรพคุณสมุนไพรเข้าใจที่มาของสรรพคุณสมุนไพรและนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง โดยทำการรวบรวมหลักฐานจากศิลาจารึก จดหมายเหตุ ตำราที่เกี่ยวข้องกับสรรพคุณสมุนไพรตั้งแต่ตำราสรรพคุณยาของกรมหลวงวงศาธิราชสนิทที่ได้แสดงสรรพคุณจำแนกตามส่วนของสมุนไพรเป็นครั้งแรก จนถึงเอกสารที่พิมพ์ในปี พ.ศ. 2543 ทำการวิเคราะห์เนื้อหา สำหรับกรณีศึกษาสรรพคุณสมุนไพรอบเชย โดยทำการบันทึกข้อความสรรพคุณจากเอกสารที่รวบรวมมาได้ จำแนกเป็นสรรพคุณที่แตกต่างกัน แล้วทำการแจกแจงความถี่ว่าสรรพคุณแต่ละรายการมาจากเอกสารใด ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปในรูปตาราง พบว่าสรรพคุณตัวยาของไทยนั้นเริ่มต้นมาจากการทดลองของกรมหลวงวงศาธิราชสนิท และตามด้วยบันทึกคำบอกเล่าจากหมอพื้นบ้าน แล้วคัดลอกและเพิ่มเติมสืบต่อกันมา ซึ่งกรณีของอบเชยก็เป็นเช่นนั้นด้วย และสรรพคุณทางเภสัชวิทยาสมัยใหม่ทำให้การแพทย์แผนไทยมีโอกาสในการอธิบายเชื่อมโยงกับสรรพคุณที่มีอยู่เดิมต่อไป</p> Vadhana Jayathavaj Copyright (c) 2021 หมอยาไทยวิจัย 2021-12-29 2021-12-29 7 2 137 160 บทบรรณาธิการ https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ttm/article/view/255607 <p>ฉบับที่ 2 ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนธันวาคม ในปี 2564 วารสารหมอยาไทยวิจัยได้ปรับเปลี่ยนจำนวนการรับบทความต่อฉบับเพิ่มเป็น 10 เรื่อง และเพิ่มจำนวนผู้ทรงคุณวุฒิในการอ่านบทความเป็น 3 ท่านเพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนผู้นิพนธ์ที่สนใจการตีพิมพ์เผยแพร่และให้เนื้อหามีความทันสมัยรวมทั้งเป็นไปตามประกาศใหม่ขอการกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ โดยเป็นบทความทางด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก และวิทยาศาสตร์สุขภาพ เช่นเดิม ซึ่งในฉบับนี้มีนิพนธ์ต้นฉบับ จำนวน 9 เรื่อง ได้แก่ 1) ปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมดและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดจากใบไคร้หอม 2) ประสิทธิผลของยาทาพระเส้นในการบรรเทาปวดจากโรคหัวไหล่ติด 3) การศึกษาสารพฤกษเคมีเบื้องต้น ปริมาณฟีนอลิกและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดสมุนไพรเพื่อพัฒนาเป็นเซรั่มสมุนไพรบํารุงมือ 4) ความปลอดภัยและผลการใช้ท่าฤๅษีดัดตนในการรักษาร่วมในโรคข้อเข่าเสื่อม 5) การศึกษาสารพฤกษเคมีเบื้องต้น และฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของพืชที่จัดอยู่ในกลุ่มพิกัดเกสรทั้งห้า 6) องค์ความรู้และตำรับยาโรคหอบหืดของหมอพื้นบ้าน: กรณีศึกษาหมอทวี หมันหมาด 7) ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ สารประกอบฟีนอลิกรวม และปริมาณฟลาโวนอยด์รวมของสารสกัดพิกัดตรีสมอ พิกัดตรีสัตกุลา พิกัดตรีผลสมุฏฐาน 8) การศึกษาลักษณะทางมหภาค จุลภาค และคุณสมบัติทางเคมีฟิสิกส์ของรากสลิด 9) การดูแลสุขภาพด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นในเขตพื้นที่อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ และปกิณกะจำนวน 1 เรื่อง คือ ที่มาสรรพคุณตัวยาในตำราการแพทย์แผนไทย: กรณีศึกษาสมุนไพรอบเชย</p> <p>ขอแสดงความยินดีกับทีมบรรณาธิการฯ ในการสำเร็จการศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาจำนวน 2 ท่าน คือ อาจารย์ ดร.วาริณี แสงประไพ และอาจารย์ ดร.สุภัทรา กลางประพันธ์ กองบรรณาธิการฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความในวารสารหมอยาไทยวิจัยจักเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจ และขอขอบพระคุณผู้นิพนธ์และผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านที่สละเวลาเขียนและกลั่นกรองบทความก่อนตีพิมพ์</p> สุภัทรา กลางประพันธ์ Copyright (c) 2021 หมอยาไทยวิจัย 2021-12-29 2021-12-29 7 2