ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคไข้เลือดออกในภาคใต้ ประเทศไทย

ผู้แต่ง

  • อิศรา ศิรมณีรัตน์ คณะศิลปศาสตร์ สาขาสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
  • ปัญจ์ปพัชรภร บุญพร้อม สาขาวิชา สังคมศาสตร์สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช มงคลธัญบุรี
  • วีรชาติ ภักดี คณะศิลปศาสตร์ สาขาสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
  • ยุวดี กวาตระกูล คณะศิลปศาสตร์ สาขาสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
  • กรธัช โฆษิตโภคิน คณะศิลปศาสตร์ สาขาสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

คำสำคัญ:

โรคไข้เลือดออก, อุณหภูมิ, น้ำฝน, ความชื้นสัมพัทธ์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่ออุบัติการณ์การเกิดโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย การศึกษานี้ใช้ข้อมูลทุติยภูมิครอบคลุมช่วงเวลาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2013 ถึง 2023 ข้อมูลที่ใช้ ในการศึกษาประกอบด้วยปัจจัยด้านอุตุนิยมวิทยา ปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ และปัจจัยด้านระบบสาธารณสุข การศึกษานี้ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลทุติยภูมิ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนามาใช้บรรยายภาพรวมของการระบาด การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน การวิเคราะห์ถดถอยพหุ  ผลการวิจัย พบว่า

1. น้ำฝน, ความชื้นสัมพัทธ์ และการอพยพ ส่งผลทางบวกต่ออุบัติการณ์การเกิดโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย (p < 0.05)

2. อุณหภูมิสูงสุดและอุณหภูมิต่ำสุด และความหนาแน่นของประชากรส่งผลทางลบต่ออุบัติการณ์การเกิดโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย  (p < 0.05)

3. สถานบริการไม่ส่งผลต่อต่ออุบัติการณ์การเกิดโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย (p > 0.05)

ผลการวิจัยมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายให้เร่งบูรณาการข้อมูลอุตุนิยมวิทยาร่วมกับฐานข้อมูลประชากรเพื่อพัฒนาระบบพยากรณ์โรคและแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า โดยเน้นจัดสรรทรัพยากรไปยังพื้นที่รอยต่อที่มีการเคลื่อนย้ายประชากรสูง  และเจ้าหน้าที่ควรใช้เกณฑ์ปริมาณน้ำฝนและความชื้นสัมพัทธ์เป็นดัชนีชี้วัดในการเริ่มมาตรการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์เชิงรุกก่อนเกิดการระบาดใหญ่ และปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้วยการสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังในกลุ่มประชากรเคลื่อนย้ายเพื่อสกัดกั้นการแพร่กระจายของเชื้อในระดับชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ

 

เอกสารอ้างอิง

Aguas, R., et al. (2020). The role of human migration in the spread of infectious diseases: A case study of dengue fever. International Journal of Environmental Research and Public Health, 17(5), 1327. https://doi.org/10.3390/ijerph17051327

Department of Disease Control, (2023). Division of Epidemiology. Dengue Fever Situation Report.

Gordon, J. E. (1950). The epidemiology of accidents. American Journal of Public Health and the Nation's Health, 40(11), 1374–1382. https://doi.org/10.2105/ajph.40.11.1374

Hanson, C. L., et al. (2019). The relationship between humidity, temperature, and dengue fever: A global study. The Lancet Infectious Diseases, 19(2), 115-121. https://doi.org/10.1016/S1473-3099(18)30489-7

Hanson, S. M., et al. (2019). Dengue vector control: The role of environmental and social factors. Global Environmental Change, 58, 101999.

Kalimuddin, S., et al. (2025). Dengue and severe dengue. Clinical Microbiology Reviews, 38(4), e00244-24. https://doi.org/10.1128/cmr.00244-24

McLeroy, K. R., Bibeau, D., Steckler, A., & Glanz, K. (1988). An ecological perspective on health promotion programs. Health Education Quarterly, 15(4), 351–377. https://doi.org/10.1177/109019818801500401

Owen, R. K., et al. (2020). Effects of temperature and precipitation on the breeding of Aedes mosquitoes and its impact on dengue virus transmission. Environmental Health Perspectives, 128(4), 040401. https://doi.org/10.1289/EHP6718

World Health Organization. (2021). Comprehensive guideline for prevention and control of dengue and dengue haemorrhagic fever (Revised and expanded edition). SEARO Regional Publication.

World Health Organization. (2021). Dengue and severe dengue. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/dengue-and-severe-dengue

World Health Organization. (2023). Dengue and severe dengue. https://www.who.int/health- topics/dengue-and-severe-dengue

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-04-30

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย