ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของผู้ป่วยโรคเรื้อรัง คลินิกหมอครอบครัวสุวรรณภูมิ โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จังหวัดสุพรรณบุรี

ผู้แต่ง

  • พรศิริ จิ๋วเจริญ กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช

คำสำคัญ:

โรคหลอดเลือดสมอง, โรคเรื้อรัง, พฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง

บทคัดย่อ

          การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาแบบภาคตัดขวาง (Cross-sectional descriptive research) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของผู้ป่วยโรคเรื้อรัง คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจงโดยเป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ขึ้นทะเบียนรับการรักษาในคลินิกหมอครอบครัวสุวรรณภูมิ จำนวน 252 คน ดำเนินการเก็บข้อมูลระหว่างเดือน มิถุนายน - พฤศจิกายน 2566 เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ประกอบด้วยเนื้อหาทั้งหมด 5 ส่วน ดังนี้       1) ปัจจัยส่วนบุคคล 2) ความรู้เรื่องโรคหลอดเลือดสมอง 3) ปัจจัยการรับรู้ของบุคคล ได้แก่ การรับรู้โอกาสเสี่ยง การรับรู้ความรุนแรงของโรค การรับรู้ประโยชน์ และการรับรู้อุปสรรค 4) แรงสนับสนุนทางสังคม (การได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง แรงสนับสนุนจากครอบครัว แรงสนับสนุนทางสังคมจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข) และ 5) พฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง วิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนาด้วยค่าความถี่ (Frequency) ร้อยละ (Percentage) การหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณของเพียร์สัน (Pearson Correlation) ระหว่างตัวแปร และวิธีการวิเคราะห์ถดถอยแบบพหุคูณ (Stepwise Multiple Regression Analysis)

          ผลการวิจัย พบว่า ปัจจัยด้านการได้รับแรงสนับสนุนทางสังคมจากครอบครัว (r=0.487) การรับรู้ประโยชน์ของการปฏิบัติเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง (r=0.398) ความรู้เรื่องโรคหลอดเลือดสมอง (r=0.382) การได้รับแรงสนับสนุนทางสังคมจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข (r=0.325) สามารถทำนายพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของผู้ป่วยโรคเรื้อรัง คลินิกหมอครอบครัวสุวรรณภูมิ โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จังหวัดสุพรรณบุรี ได้ร้อยละ 39.9 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05)

          ข้อเสนอแนะ ควรมีการให้ความรู้เรื่องอาการเตือน และการจัดการโรคหลอดเลือดสมองเมื่อมีอาการเตือน รวมถึงปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองกับผู้ป่วยโรคเรื้อรังอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองอย่างยั่งยืน

เอกสารอ้างอิง

World Stroke Organization. (2021). Face the Facts: Stroke is Treatable. [Internet]. [cited 2021 Sep 16]. Available from: https://www.worldstrokecampaign.org/learn.html

กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2562). สถิติสาธารณสุข พ.ศ. 2562 (Public Health Statistics A.D.2019). เข้าถึงได้จาก http://www.pcko.moph.go.th/Health-Statistics/statistic2562.pdf

สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. (2564). แผนยุทธศาสตร์การป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อระดับชาติ 5 ปี (พ.ศ. 2560 - 2564). กรุงเทพฯ : บริษัท อิโมชั่น อาร์ต จำกัด.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี. (2564). ระบบคลังข้อมูลสุขภาพ Health Data Center (HDC) ระดับจังหวัด. เข้าถึงจาก https://sbr.hdc.moph.go.th/hdc/main/index_pk.php.

ณฐกร นิลเนตร. (2562). ปัจจัยเสี่ยงและการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในกลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูง. วารสารพยาบาลทหารบก, 20(2), 51-57

อารีย์รัตน์ เปสูงเนิน, นันทวัน สุวรรณรูป และวันเพ็ญ ภิญโญภาสกุล. (2561). ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงที่มารับบริการในหน่วยปฐมภูมิ. วารสารสุขภาพและการศึกษาพยาบาล, 24(1): 40-56.

ดวงธิดา โสดาพรม. (2563). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยง เขตเทศบาลเมืองอรัญญิก อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก. วิทยานิพนธ์หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร.

ชูชาติ กลิ่นสาคร และสุ่ยถิน แซ่ตัน. (2563). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากโรคหลอดเลือดสมองของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ที่สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน, 2(2): 62-77.

ณัฐธยาน์ ภิรมย์สิทธิ์, จารีศรี กุลศิริปัญโญ, อรุณ นุรักษ์เข, และกิตติศักดิ์ หลวงพันเทา. (2561). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคในประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสาร มฉก.วิชาการ, 5(2),55-68.

ประไพศรี คงหาสุข, สมสมัย รัตนกรีฑากุล, และสุวรรณา จันทร์ประเสริฐ. (2563). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในผู้เป็นโรคเรื้อรัง จังหวัดชลบุรี. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี, 31(2), 28-40.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-05-26

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย