ผลของโปรแกรมขั้นตอนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนกลุ่มเสี่ยง โรคเบาหวานชนิดที่ 2 อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา
คำสำคัญ:
ขั้นตอนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม, พฤติกรรมสุขภาพ, ประชาชนกลุ่มเสี่ยง, โรคเบาหวานชนิดที่ 2บทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นวิจัยกึ่งทดลอง(Quasi-experimental research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมขั้นตอนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 70 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมอย่างละเท่าๆกัน เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการประยุกต์ทฤษฎีขั้นตอนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่สร้างขึ้นและกลุ่มควบคุมจะได้รับโปรแกรมตามปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) โปรแกรมขั้นตอนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ 2) แบบสอบถามขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ค่าความเชื่อมั่นของแบบประเมินพฤติกรรมสุขภาพ 3อ เท่ากับ 0.804 และ 3) แบบบันทึกการตรวจคัดกรองการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดปลายนิ้ว การเก็บรวบรวมข้อมูลตั้งแต่ เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2566 ถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2566 การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบค่าที (Paired samples t-test และ Independent sample t-test)
ผลการศึกษา พบว่า 1) ภายหลังได้รับโปรแกรมกลุ่มทดลองของประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา มีคะแนนพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ ตามหลัก 3อ สูงกว่าก่อนการได้รับโปรแกรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 2) ภายหลังการได้รับโปรแกรม ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 กลุ่มทดลองมีพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพตามหลัก 3อ ดีกว่าประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 กลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 มีเพียงด้านออกกำลังกายด้านเดียว พบว่า หลังการทดลองประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมไม่แตกต่างกัน และ 3) ภายหลังการได้รับโปรแกรมประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 กลุ่มทดลองมีระดับน้ำตาลปลายนิ้วดีกว่าก่อนการทดลองและดีกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01
ข้อเสนอแนะ 1. ควรมีการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อยืนยันผลของโปรแกรมขั้นตอนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สุขภาพของประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 2. ควรมีการศึกษาการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมชุมชนพัฒนานวัตกรรมสุขภาพ เพื่อขับเคลื่อนรูปแบบการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เกิดจากชุมชนมีส่วนร่วมจริงเพื่อความต่อเนื่องและยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กระทรวง สาธารณสุขข้อมูล. (2564). ระบบ Health Data Center (HDC). https://hdcservice.moph.go.th/hdc/main/index.php
กรมควบคุมโรค. (2564). เบาหวาน รู้ว่าเสี่ยง รู้แล้วต้องเปลี่ยน 14 พฤศจิกายน วันเบาหวานโลก. https://ddc.moph.go.th/odpc9/news.php?news=38417&deptcode=odpc9&news_views=2407.
กรมควบคุมโรค กองโรคไม่ติดต่อ. (2566). รายงานสถานการณ์โรค NCDs). นนทบุรี. สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ ดีไซน์.
ขนิษฐา สระทองพร้อม และสุทธิศักดิ์ สุริรักษ์. (2563). ประสิทธิผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่อพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพตามหลัก 3 อ. 2ส.ในประชากรกลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองรี. วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน. 3(1), 38-50.
บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. (2553). สถิติวิเคราะห์เพื่อการวิจัย. (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพมหานคร: จามจุรีโปรดักท์.)
เยาวดี วิบูลย์ศรี. (2551). การวัดและการสร้างแบบทดลองผลสัมฤทธิ์. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย.
ระพินทร์ โพธิ์ศรี. (2549). สถิติเพื่อการวิจัย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อติญาณ์ ศรเกษตริน และคณะ (2560) ผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามแนวทาง 3อ.2ส. ของอาสาสมัครสาธารณสุข ประจำหมู่บ้าน (อสม.) ต.คลองฉาก อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและสาธารณสุขภาคใต้. 1(4), 253-264.
HDC สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา. (2566). ระบบ Health Data Center (HDC). https://nma.hdc.moph.go.th/hdc/main/index.php
Prochaska,J. O., Diclemente, C. C., & Norcross, J. C. (1992). In search of how people change: Applications to addictive behaviors. American Psychologist. 47(9), 1102.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
เวอร์ชัน
- 2025-06-18 (2)
- 2025-05-26 (1)
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี และคณาจารย์ท่านอื่นๆในวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว