ผลการเปรียบเทียบการควบคุมระดับน้ำตาลสะสมในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ระหว่างการใช้โปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3อ 2สแบบปกติ กับโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบเข้มงวด
คำสำคัญ:
โปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบเข้มงวด, โปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3อ2ส, การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด, ผู้ป่วยเบาหวานบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง เพื่อ เปรียบเทียบการควบคุมระดับน้ำตาลสะสมในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ระหว่างกลุ่มควบคุมที่ได้รับโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3อ 2ส แบบปกติ กับกลุ่มทดลองที่ได้รับโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบเข้มงวด ใน ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มารับบริการตรวจรักษาที่หน่วยบริการปบมภูมิในเขตอำเภอโพธาราม จำนวน 96 ราย แบ่งเป็นกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองกลุ่มละ 48 ราย กลุ่มทดลองจะใช้โปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบเข้มงวดที่ผู้วิจัยพัฒนาจากแนวคิดทฤษฎีTrans-TheoreticalMode (TTM) ทฤษฎีลำดับขั้นของการเปลี่ยนแปลง (Stage of Change Theory) และแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ ส่วนกลุ่มควบคุม ได้รับดูแลตามแนวทาง 3อ2ส แบบปกติโดยเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยบริการปฐมภูมิ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนา การแจงแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและวิเคราะห์เปรียบเทียบค่าน้ำตาลสะสม ( A1c) ด้วยสถิติอ้างอิง Chi square test, Independent t –test, paired t-test และ relative risk (RR)
ผลการวิจัยพบว่า ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ก่อนและหลังเข้าร่วมโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบเข้มงวดมีค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลสะสม(A1c) แตกต่างกัน (p<.001) โดยหลังเข้าร่วมโปรแกรมมีค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลสะสม (A1c) ลดลงจาก 8.62 ลงมาที่ 6.69 และผลการเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลสะสม(A1c) ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 กลุ่มโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3อ2ส แบบปกติ และกลุ่มโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบเข้มงวดหลังเข้าร่วมโปรแกรม พบว่า กลุ่มโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบเข้มงวดมีค่าระดับน้ำตาลสะสม(A1c) ลดลงแตกต่างจากกลุ่มโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3อ2ส แบบปกติ (p<.001) โดยกลุ่มโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบเข้มงวดมีค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลสะสม (A1c) อยู่ที่ 6.69 กลุ่มโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3อ2ส แบบปกติมีค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลสะสม (A1c) อยู่ที่ 8.68
เอกสารอ้างอิง
กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค.(2566).แนวทางการดูแลผู้เป็นเบาหวานให้เข้าสู่ระยะสงบ https://ddc.moph.go.th/uploads/publish/1517720240105042138.pdf{internet}
จิราพร ศรีพิบูลย์บัติ.2563 ผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพต่อค่าระดับน้ำตาลและน้ำตาลสะสมของผู้ป่วยเบาหวาน โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์.วารสารการพยาบาลและการศึกษา,13 (2), 47-60.
ณัฐธิวรรณ พันธ์มุง,ขนิษฐา ศรีสวัสดิ์,พนิดา เจริญกรุงและศศิภรณ์ สารแสง. (2567). ปัจจัยความสำเร็จของการดำเนินงานสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานเข้าสู่ระยะสงบ. วารสารวิชาการกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, 20(2), 17-26.
ทิพาพร ธาระวานิช. 2568. หลักการและแนวปฏิบัติเพื่อการดูแลโรคเบาหวานให้เข้าสู่ระยะสงบ. พิมพ์ ครั้งที่ 1. บริษัทศรีเมืองการพิมพ์ จำกัด.
ธีรภาพ เสาทอง. 2563 ผลของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่2ที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้.วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล, 36(3), 19-32.
ราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย. (2565). แนวทางการดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ให้เข้าสู่โรคเบาหวานระยะสงบด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มงวดสำหรับบุคลากร ทางการแพทย์และสาธารณสุข. กรุงเทพฯ.
สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย, สมาคมต่อมไร้ท่อแห่งประเทศไทย. (2566). แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน 2566. (พิมพ์ครั้งที่ 1). บริษัท ศรีเมืองการพิมพ์ จำกัด.
สุนันทา คำเพชรดี. (2567). รูปแบบการสนับสนุนการจัดการสุขภาพด้วยตนเองในคลินิกโรคเรื้อรังสำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมไม่ได้. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 9(4), 139-149
สุริยะ คูหะรัตน์ (2562) ประสิทธิผลของโปรแกรม DPACrb Ketogenic Diet ในการควบคุมโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี.วารสารวิชาการสาธารณสุข, 31 ฉบับเพิ่มเติม 2 , 365-375.
อวัตถา เหลืองอุดมชัย,นลินรัตน์ ชูจันทร์. (8 ธันวาคม 2566). ประสิทธิผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างเข้มงวดต่อระดับน้ำตาลในเลือดและดัชนีมวลกายในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2.สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี. https://ssjnonthaburi.moph.go.th/nont-oa/
IDF Global Clinical Practice Recommendations for Managing Type 2 Diabetes. (2025). International Diabetes Federation. IDF Global Clinical Practice Recommendations for Managing Type 2 Diabetes. https://idf.org/t2d-cpr-2025
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
เวอร์ชัน
- 2025-06-18 (3)
- 2025-06-18 (2)
- 2025-05-26 (1)
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี และคณาจารย์ท่านอื่นๆในวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว