ผลของโปรแกรมส่งเสริมการรู้คิดต่อสมรรถภาพทางสมอง ภาวะสุขภาพจิต และความสามารถ ในการทำกิจวัตรประจำวันที่ซับซ้อนของผู้สูงอายุในชุมชนสามพราน จังหวัดนครปฐม
คำสำคัญ:
โปรแกรมการส่งเสริมการรู้คิด, สมรรถภาพสมองปกติ, ภาวะสุขภาพจิต, ความสามารถในการทำกิจวัตรประจำ วันที่ซับซ้อน, ผู้สูงอายุในชุมชนบทคัดย่อ
การวิจัยแบบกึ่งทดลอง ชนิดสองกลุ่มเปรียบเทียบ วัดผลก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ผลของโปรแกรมส่งเสริมการรู้คิดต่อสมรรถภาพทางสมอง ภาวะสุขภาพจิต และความสามารถในการทำกิจวัตรประจำ วันที่ซับซ้อนของผู้สูงอายุในชุมชนสามพราน จังหวัดนครปฐม ที่ได้รับการคัดกรองการรู้คิดปกติ จำนวน 50 คน เลือกกลุ่ม ตัวอย่างแบบเจาะจง จัดเข้ากลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ กลุ่มละ 25 คน กลุ่มทดลองสมัครใจเข้าร่วมโปรแกรมการ ทดลองระยะเวลา 8 สัปดาห์ ประกอบด้วยการสร้างสัมพันธภาพ การสอนความรู้แบบกลุ่ม และกิจกรรมการฝึกสมอง 5 กิจกรรม ร่วมกับการกำกับติดตามการฝึกด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องผ่านทางโทรศัพท์และแอปพลิเคชันไลน์ เครื่องมือที่ใช้ ในการวิจัย ได้แก่ แบบประเมินสมรรถภาพสมอง แบบประเมินสุขภาพจิต และแบบประเมินความสามารถในการทำ กิจวัตรประจำวัน ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิและมีค่าความเชื่อมั่นสัมประสิทธิ์แอลฟา ครอน บาคเท่ากับ 0.669, 0.886, 0.948 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติ ที
ผลการวิจัย การเปรียบเทียบภายในกลุ่มทดลองและระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มเปรียบเทียบ พบว่าภายหลัง การทดลอง กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ย สมรรถภาพสมอง (M=27.84, SD=1.91) และ ความสามารถในการทำกิจวัตรประจำ วันที่ซับซ้อน (M=7.80, SD=0.50) สูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.001) ขณะที่ สภาวะสุขภาพจิต (M=8.88, SD=2.22) ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p>.05)
ข้อเสนอแนะ ควรส่งเสริมให้มีการนำโปรแกรมส่งเสริมการรู้คิดฯไปใช้ในระดับชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ในกลุ่มผู้สูงอายุ เพื่อพัฒนาสมรรถภาพสมอง ส่งเสริมสุขภาพจิต และเพิ่มความสามารถในการดำเนินชีวิตประจำวันอย่าง มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ควรมีการศึกษาติดตามผลในระยะยาว และประเมินผลกระทบในด้านอื่นเพิ่มเติม เช่น คุณภาพชีวิต และความสัมพันธ์ทางสังคม
เอกสารอ้างอิง
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2566). สถิติผู้สูงอายุประเทศไทย 77 จังหวัด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. (ม.ป.ป.). แบบคัดกรองโรคซึมเศร้า 2 คำถาม (2Q).
กัมปนาท สำรวมจิต, สุนีย์ ละกำปั่น, และขวัญใจ อำนาจสัตย์ซื่อ. (2562). ผลของโปรแกรมส่งเสริมการทำหน้าที่ของสมองสำหรับผู้สูงอายุต่อการรู้คิดและพฤติกรรมการป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล, 35(3), 34–45.
จุฑามาศ วงจันทร์, มยุรี ลี่ทองอิน และ สิริมาศ ปิยะวัฒนพงศ์. (2563). ผลของโปรแกรมบริหารสมองต่อการรู้คิดในผู้สูงอายุ. วารสารสภาการพยาบาล, 35(2), 70-84.
ธนา นิลชัยโกวิทย์, มาโนช หล่อตระกูล, และอุมาภรณ์ ไพศาลสุทธิเดช. (2539). การพัฒนาแบบสอบถาม Hospital Anxiety and Depression Scale ฉบับภาษาไทยในผู้ป่วยโรคมะเร็ง. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย, 41(1),18-30.
ชัชวาล วงค์สารี และศุภลักษณ์ พื้นทอง. (2561). โรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข, 28(3), 15-25.
ปิยะมิตร ศรีธรา, (2556). การศึกษาระยะยาวถึงอิทธิพลของปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจหลอดเลือดและเมแทบอลิซึมในพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย: รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม.
พนารัตน์ วิศวเทพนิมิต, สุทธานันท้กัลกะ, เจียมใจ ศรีชัยรัตนกูล, นิภาพร อภิสิทธิวาสนา, พิมพ้ รัตน้ธรรมรักษา, กัลป้งหา โชสิวสกุล, นิติกุล ทองน้ วม, ฐิตินันท์ นาคผู้ และภาณุสิทธิ์ หวันมะหมุด. (2567). ผลของการใช้ รูปแบบพัฒนาศักยภาพสมองโดยทีมสหวิชาชีพสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะการรู้ คิดบกพร้ องเล็กน้อย ในสถานดูแลผู้ สูงอายุเฉพาะกลางวันในเขตเมือง. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล, 40(1), 3-11.
พีรนุตริ์ ศรชัยเลิศสกุล. (2563). ผลของโปรแกรมการกระตุ้นการทำงานสมองที่มีต่อสมรรถภาพสมองของผู้สูงอายุ ในเขตเทศบาลตำบลสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารวิจัยและพัฒนาทางสุขภาพ, 1(2), 206–215.
เพ็ญศิริ โคตรพัฒน์, อุบลพรรณ ธีระศิลป, และชฎาภา ประเสริฐทรง. (2566). ผลของโปรแกรมการป้องกันสมองเสื่อมถอยของผู้สูงอายุในชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลวัดสลุด. วารสารการพยาบาลทหารบก, 24(1), 470–480
วีณา ลิ้มสกุล, บุรินทร์ เอี่ยมขำ, และ ปุณยนุช คงเสน่ห์. (2561). การพัฒนาศักยภาพสมองของผู้ที่มีสมรรถภาพสมองบกพร่องในระยะต้น. วารสารวิชาการแพทย์เขต, 11(3), 1143-1154.
สถาบันวิจัยประชากรและสังคม. (2568). ประชากรของประเทศไทย พ.ศ.2568. สารประชากร มหาวิทยาลัยมหิดล, 34 (มกราคม 2568).
สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลสมาคมผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม และ สสส. (2559). คู่มือการพัฒนาศักยภาพสมองสำหรับผู้สูงอายุที่ยังไม่มีปัญหาความจำ (กลุ่มสุขภาพความจำดี). นนทบุรี: บริษัท ไซเบอร์ พริ้นท์กรุ๊ป จำกัด
สุทิศา ปิติญาณ. (2562). คู่ มือการพยาบาลผู้ป่วยสมองเสื่อมที่มีป่ ญหาพฤติกรรมและอารมณ้. ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล.
สุภาพ อารีเอื้อ และ พิชญ์ประอร ยังเจริญ. (2563). แบบประเมินสมรรถภาพการรู้คิด 6 ข้อฉบับภาษาไทย : การทดสอบคุณสมบัติทางจิตวิทยา. รามาธิบดีพยาบาลสาร, 6(2), 188-202.
Alzheimer’s Disease International. (2019). World Alzheimer Report 2019: Attitudes to dementia. www.alzint.org/resource/world-alzheimer-report-2019/
Barnes, D. E., Santos-Modesitt, W., Poelke, G., Kramer, A. F., Castro, C., Middleton, L. E., & Yaffe, K. (2013). The Mental Activity and eXercise (MAX) TrialA randomized controlled trial to enhance cognitive function in older adults. JAMA Internal Medicine, 173(9), 797–804.
Cohen, J. (1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences (2nd ed.). Lawrence Erlbaum Associates.
Julayanont, P., Tangwongchai, S., Hemrungrojn, S., Tunvirachaisakul, C., Phanthumchinda, K., Hongsawat, J., Suwichanarakul, P., Thanasirorat, S., & Nasreddine, Z. S. (2015). The Montreal Cognitive Assessment—Basic: A screening tool for mild cognitive impairment in illiterate and low-educated elderly adults. Journal of the American Geriatrics Society, 63(12), 2550–2554. https://doi.org/10.1111/jgs.13820
Ganzer, C. A., & Zauderer, C. R. (2011). Promoting a brain-healthy lifestyle. Nursing Older People, 23(7), 24–27.
Gross, A. L., Parisi, J. M., Spira, A. P., Kueider, A. M., Ko, J. Y., Saczynski, J. S., Samus, Q. M., & Rebok, G. W. (2012). Memory training interventions for older adults: A meta-analysis. Aging & Mental Health, 16(6), 722–734.
Gómez-Soria, I., Ferreira, C., & Calatayud, E. (2023). Effects of cognitive stimulation program on cognition and mood in older adults, stratified by cognitive levels: A randomized controlled trial. Archives of Gerontology and Geriatrics,110, 104984.
Katz L, Rubin M, Small G. (1999). Keep Your Brain Alive: 83 Neurobic Exercises to Help Prevent Memory Loss and Increase Mental Fitness. New York, NY: Workman Publishing;
Kwok, T., Wong, A., Chan, G., Shiu, Y. Y., Lam, K.-C., Young, D., Ho, D. W. H., & Ho, F. (2013). Effectiveness of cognitive training for Chinese elderly in Hong Kong. Clinical Interventions in Aging, 8, 213–219.
Lawton, M. P., & Brody, E. M. (1969). Assessment of older people: Self-maintaining and instrumental activities of daily living. The Gerontologist, 9(3 Part 1), 179–186. https://doi.org/10.1093/geront/9.3_Part_1.179
Leethong-in, P., Iyawattanapong, T., Sommongkol, P., Thhiengthami, S., & Kumniyom, K. (2019). Effects of a brain training program on cognitive function in Thai older adults: A quasi-experimental study.Walailak J Sci & Tech 2019; 16(1): 1-8.
Mauk, K. L. (2018). Gerontological Nursing: Competencies for Care (4th ed.). Jones & Bartlett Learning.
Nasreddine, Z. S., Phillips, N. A., Bédirian, V., Charbonneau, S., Whitehead, V., Collin, I., Cummings, J. L., & Chertkow, H. (2005). The Montreal Cognitive Assessment, MoCA: A brief screening tool for mild cognitive impairment. Journal of the American Geriatrics Society, 53(4), 695–699. https://doi.org/10.1111/j.1532-5415.2005.53221.x
Sáez-Gutiérrez, S., & Fernández-Rodríguez, E. J. (2024). Effectiveness of different neurocognitive intervention approaches on functionality in healthy older adults: A systematic review. Behavioral Sciences, 14(2), 87.
Spector, A., Thorgrimsen, L., Woods, B. O. B., Royan, L., Davies, S., Butterworth, M., & Orrell, M. (2003). Efficacy of an evidence-based cognitive stimulation therapy programme for people with dementia: randomised controlled trial. The British Journal of Psychiatry, 183(3), 248-254.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี และคณาจารย์ท่านอื่นๆในวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว