การประเมินผลรูปแบบการจัดบริการทันตกรรมผสมระหว่างภาครัฐและเอกชน ของหน่วยบริการประจำที่ไม่มีทันตแพทย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลรูปแบบการจัดบริการทันตกรรมผสมระหว่างภาครัฐและเอกชน ของหน่วยบริการประจำที่ไม่มีทันตแพทย์ในอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ใช้ระยะเวลาในการศึกษา ระหว่าง ตุลาคม 2551- กันยายน 2552 แบ่งเป็น 1) การเข้าถึงการบริการ จากรายงานผลการปฏิบัติงาน 2) รูปแบบการจัดบริการและระบบสนับสนุน ใช้แบบสอบถามและผลสรุปจากการประชุมจำนวน 3 ครั้ง ระหว่างเจ้าหน้าที่และทันตบุคลากรจากศูนย์สุขภาพชุมชน
ทันตแพทย์คลินิกทันตกรรมเอกชน 3) ความพึงพอใจในรูปแบบการจัด บริการ ใช้แบบสอบถาม ผู้รับบริการในพื้นที่ การมีการบริหารจัดการที่ดีในหน่วยประจำของตนเอง การทำงานในลักษณะเครือข่ายบริการสุขภาพร่วมกันทั้งภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ที่ดำเนินงาน ทำให้ประชากรโดยเฉพาะสิทธิบัตรทองเข้าถึงการบริการเพิ่มมากขึ้น ในภาพรวมการบริการ ทั้ง 3 เครือข่ายบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ (Contacting Unit of Primary Care : CUP) ใน CUP เมืองย่า 1 จาก 6.3 เป็น 14.2 คน/100 ประชากร CUP เมืองย่า 2 จาก 4.3 เป็น 6.2 และ CUP เมืองย่า 4 เพิ่มขึ้น จาก 9 เป็น 10.5 คน/100 ประชากร ส่วนการได้รับบริการใส่ฟันเทียม ทั้ง 3 CUP ระยะเวลา 1 ปีได้รับถึง 217 ราย ปริมาณการส่งต่อไปรับบริการทันตกรรมมากถึงร้อยละ 59.5 ของการส่งต่อทั้งหมด นอกจากนี้การมีการบริหารจัดการที่ดีภายในหน่วยยังส่งผลต่องบประมาณเพื่อดำเนินการตามรูปแบบการบริการนี้ พบต่ำสุดที่ 13.7 บาท สูงสุดที่ 26.6 บาท และเฉลี่ยอยู่ที่ 19.6 ต่อหัวประชากรบัตรทอง ทันตแพทย์ได้ค่าตอบแทนตามชนิดบริการ ความพึงพอใจของประชาชนในการไป รับบริการที่คลินิกทันตกรรมเอกชนสูงถึงร้อยละ 91 และต้องการให้มีการจัดบริการร่วมเช่นนี้ต่อไป รูปแบบนี้เหมาะสมกับเขตเมืองที่มีคลินิกทันตกรรมเอกชนเป็นจำนวนมาก และเป็นแหล่งบริการหลักของประชาชน การวางรูปแบบการทำงานในลักษณะเครือข่ายบริการสุขภาพร่วมกันทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างชัดเจน การมีระบบการบริหารจัดการที่มีการติดตามประเมินผล รวมทั้งมีการนำผลมาปรับปรุงแก้ไขอย่างต่อเนื่อง ทำให้รูปแบบการ จัดบริการทันตกรรมผสมระหว่างภาครัฐและเอกชนที่พัฒนาขึ้นนี้ประสบผลสำเร็จทั้งในการดำเนินงานและการเข้าถึงการบริการของประชาชน
Downloads
Article Details
เอกสารอ้างอิง
2. สําเริง แหยงกระโทก, แนวทางการดําเนินงานหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า, นครราชสีมา : สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ; 2544.
3. เพ็ญแข ลาภยิ่ง และมนิธี ต่อเศวตพงศ์.ทันตแพทย์ไทยใน 30 บาท. นนทบุรี : องค์การอนามัยโลกแห่งประเทศไทย : ไซ เบอร์เพรส ; 2547.
4. สําเริง แหยงกระโทก และรุจิรา มังคละศิริ. คู่มือการพัฒนาศูนย์สุขภาพชุมชน, พิมพ์ครั้งที่ 4. นครราชสีมา : บริษัทเจริญมาร์เก็ตติ้ง จํากัด ; 2548.
5. กลุ่มงานทันตสาธารณสุข สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา, รายงานผลการสํารวจสภาวะทันตสุขภาพจังหวัดนครราชสีมา ครั้งที่ 5. สํานักงานสาธารณสุข จังหวัดนครราชสีมา : บริษัทเจริญมาร์เก็ตติ้ง จํากัด : 2551.
6. เพ็ญแข ลาภยิ่ง, รูปแบบการจัดบริการสุขภาพช่องปากผสมระหว่างภาครัฐและเอกชน ในโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เขตเมือง กรณีศึกษากรุงเทพมหานคร : วารสารวิชาการสาธารณสุขปีที่ 13 ฉบับที่ 6 ; 2547.
7. สำนักหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, สิทธิประโยชน์และการขอลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิ ในคู่มือหลักประกันสุขภาพชาติ หลักประกันแห่งความเสมอภาคและคุณภาพมาตรฐานบริการสาธารณสุข ปีงบประมาณ 2547. นนทบุรี : สำนักหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, 2547 หน้า 24-27.
8. ณัฏฐพันธ์ เขจรนันท์ และคณะ, การสร้างทีมงานที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ : เอ็กซเปอร์เน็ท ; 2545.
9. ไพโรจน์ บาลัน. ทักษะการบริหารทีม. กรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา : จิระการพิมพ์ : 2550.
10. เมตต์ เมตต์การุณจิต. การบริหารการศึกษาแบบมีส่วนร่วม. กรุงเทพ : บริษัทบุ๊ค พอยด์ จํากัด : 2547.
11. Senge, Peter m. The Fifth Discipline. - New York : Doubleday, 1973.