การเปรียบเทียบความสะอาดช่องปากระหว่างการแปรงฟันและการใช้ไม่จิ้มฟันขูดคราบจุลินทรีย์ด้วยตนเอง
Main Article Content
บทคัดย่อ
การทําความสะอาดช่องปากด้วยการแปรงฟันยังมีการตกค้างของคราบจุลินทรีย์จํานวนมาก การ ตกค้างของคราบจุลินทรีย์เป็นประจําทําให้เกิดโรคในช่องปาก การใช้ไม้จิ้มฟันขูดคราบจุลินทรีย์เป็นการยก ระดับความสะอาดช่องปากด้วยตนเอง การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความสะอาดช่องปาก ระหว่างการแปรงฟันและการใช้ไม้จิ้มฟันขูดคราบจุลินทรีย์ด้วยตนเองในนักเรียนประถมศึกษาจํานวน 20 คน ทุกคนได้รับการขูดหินน้ําลาย ขัดฟัน ฝึกแปรงฟัน 2 อาทิตย์ ฝึกใช้ไม้จิ้มฟัน 2 อาทิตย์ ย้อมสีฟัน ตรวจช่องปาก ผลการศึกษาพบว่าหลังการแปรงฟันและการใช้ไม้จิ้มฟัน มีคราบจุลินทรีย์ตกค้างที่ฟันล่างมากกว่าฟันบน และพบ บริเวณด้านลิ้นของฟันล่างมากที่สุดหลังการแปรงฟันพบคราบจุลินทรีย์บริเวณขอบเหงือกเป็นแถบต่อเนื่องเล็กกว่า 1 มิลลิเมตรและเล็กกว่าหนึ่งในสามของพื้นที่ซอกฟัน หลังการใช้ไม้จิ้มฟันมีคราบจุลินทรีย์ที่ขอบเหงือกและ ซอกฟันเป็นแถบไม่ต่อเนื่องเล็กกว่า 1 มิลลิเมตร มีความต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (Mann-Whitney test, P = 0.01) การแปรงฟันพบฟันที่สะอาด 3 ซี่ (ร้อยละ 0.71) การใช้ไม้จิ้มฟันพบฟันที่สะอาด 83 ซี่ (ร้อยละ 19.75) การฝึกให้ทุกคนสามารถใช้ไม้จิ้มฟันขจัดคราบจุลินทรีย์ด้วยตนเองทําให้ความสะอาดช่องปาก ดีขึ้น ทําได้ในชีวิตจริง ปลอดภัยในการใช้ในระยะยาว มีความยั่งยืนทั้งในระดับบุคคลและชุมชน ทําให้ทุกคนมี โอกาสมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในการส่งเสริมและป้องกันโรคในช่องปาก
Downloads
Article Details
เอกสารอ้างอิง
2. Bowen. W.H., Nature of plaque. Oral Sci.Rev. 1976, 9: 3-5
3. Loe. H., A Review of the prevention and control of plaque. Interdental plaque. Mchegh. W. D. London, E and S Livjnton Ltd. 1970, 259-270
4. Loe. H., Theilads. F., Jansen. Experiment Gingivitis in Man. Journal of Periodontology 1965, 36: 177-187
5. Green. J. C. Oral Health Care for the Prevention and Control of Periodontal Disease. Review of literature. Ann Arbor. Mich: World work shop of periodontic. 1966: 415
6. Schei. O., Wearhaug. J., Lovdal. A. and Arno. A. Alveolar Boon Lose as Related to Oral Hygiene and Age. J. Periodontol. 1959. 30; 7-16
7. Genco. R. J. Progress in periodontal research. Funding from the Periodontal disease Clinical Research Center. State University of New York at Buffalo. Northeast Soc. Periodontis. Bull. 1984. 11, 5-4
8. Woodward M. Sugar consumption and dental caries evidence from 90 countries. Br. Dent. J. 1994: 176: 297-302
9. อุทัยวรรณ กาญจนกามล อัญขลี ดุษฎีพรรณ์ จิรวรรณ คงมาลัย และ อนุศักดิ์ คงมาลัย การศึกษาประสิทธิภาพของไม้ข่อยและไม้สีฟันคนทา ในโครงการอนามัยช่องปากของเด็กไทยในชนบท 2527. 17-20
10. Weinberger. B. W. An introduction to the History of Dentistry. Vol. 1: 398 St Louis C. V. Mosby
11. Lang. N. P., Cumming. B. R., Loe. H. Tooth brushing frequency as it Relates to Plaque Development and Gingival Health. 1973, 44, 396-405
12. De la Rosa, M.R., Guerra,J.Z., Johnstone, D. A., Plaque Growth and Removing with Daily Tooth brushing. J. Periodontol. 1979; 50 : 661
13. Bergenholtz, A., Bjorn A., Vikstom. B. The Plaque Removing Ability of Some Common Interdental Aids. An intra – individual study. J. Clin. Periodont. 1974; 1 : 160
14. Stand lee. M. W. The Blessed Twig. Military Medicine. 1960, 125 : 689-703
15. Coontz. E. O. The effectiveness of a new oral hygiene device on plaque removal. Ouintessence Int. 1983, 14:1
16. กมล เลาหกุล และคณะฯ ความเป็นไปได้ใน การจัดกิจกรรมการขูดคราบจุลินทรีย์ด้วยตนเอง ในโรงเรียนประถมศึกษาจังหวัดลําพูน 2539-40, 10-12
17. World Health Organization (WHO) Periodontal Disease. Geneva;: WHO Technical Report Series No. 207, 1961