รายงานการศึกษาการมีส่วนร่วมของชุมชนในการสร้างเสริมสุขภาพและสุขภาพช่องปากในเด็กนักเรียนประถมศึกษา บ้านนาฝาง ตำบลสถาน อำเภอปัว จังหวัดน่าน

Main Article Content

มยุเรศ เกษตรสินสมบัติ

บทคัดย่อ

จากการดําเนินงานสร้างเสริมสุขภาพและสุขภาพช่องปากของนักเรียนประถมศึกษาที่ผ่านมามักจะ ดําเนินการเฉพาะในโรงเรียน ทําให้บางปัญหาไม่สามารถแก้ไขได้ การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา รูปแบบการมีส่วนร่วมของชุมชนในการสร้างเสริมสุขภาพและสุขภาพช่องปากในชุมชนบ้านนาฝาง เป็นการ ศึกษาเชิงคุณภาพโดยการปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ผลการศึกษาพบว่า ชุมชนเกิดความตระหนักในปัญหา สุขภาพและสุขภาพช่องปากของเด็กในชุมชน จึงร่วมกันหาแนวทางในการแก้ปัญหา ร่วมกันกําหนดมาตรการ ชุมชนในการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดอาหารเสี่ยงต่อสุขภาพและสุขภาพช่องปาก และร่วมกันปรับพฤติกรรม การบริโภคอาหารของเด็กในชุมชน ผลการประเมินภาวะโภชนาการเด็กนักเรียนบ้านนาฝางพบว่า มีนาคม 2548 (ก่อนดําเนินกิจกรรม) กันยายน 2548 และกันยายน 2549 พบเด็กน้ําหนักต่ํากว่าเกณฑ์ร้อยละ 11.1 เป็น ร้อยละ 3.33 และร้อยละ 2.13 ตามลําดับ แม้ว่าผลการเปลี่ยนแปลงนี้ อาจจะไม่ได้เกิดจากการมีส่วนร่วมของ ชุมชนเพียงอย่างเดียวเพราะอาจมีปัจจัยอื่นๆที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว แต่ชุมชนก็มีความภาคภูมิใจ ในการมีส่วนร่วมเพราะมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนตั้งแต่ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา หาแนวทางการแก้ปัญหา ร่วมกัน ดูแลการปฏิบัติตามแนวทางที่ชุมชนกําหนด และทําให้มีความเข้มแข็งในการร่วมกันสร้างเสริมสุขภาพของ คนในชุมชนในประเด็นสุขภาพอื่นๆต่อไป

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
1.
เกษตรสินสมบัติ ม. รายงานการศึกษาการมีส่วนร่วมของชุมชนในการสร้างเสริมสุขภาพและสุขภาพช่องปากในเด็กนักเรียนประถมศึกษา บ้านนาฝาง ตำบลสถาน อำเภอปัว จังหวัดน่าน. Th Dent PH J [อินเทอร์เน็ต]. 29 กุมภาพันธ์ 2008 [อ้างถึง 14 กุมภาพันธ์ 2026];13(1):63-75. available at: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ThDPHJo/article/view/210321
ประเภทบทความ
นิพนธ์ต้นฉบับ

เอกสารอ้างอิง

1. สุณี วงศ์คงคาเทพ, ศรีสุดา ลีละศิธร. สภาพ และแนวโน้มปัญหาทันตสาธารณสุขใน ประเทศไทย, วราภรณ์ จิระพงษา, สุณี วงศ์คงคาเทพ, ปิยะดา ประเสริฐสม, กุญแจสู่ ความสําเร็จของงานส่งเสริมสุขภาพช่องปาก พิมพ์ครั้งที่ 1, บริษัท ออลพริ้นซ้อพ จํากัด, 2545 17-42
2. http://www.dmh.go.th/_libnews/news/view.asp?id=5877
3. ฤดี สุราฤทธิ์, อาหารกับการเกิดโรคฟันผุ วราภรณ์ จิระพงษา, สุณี วงศ์คงคาเทพ, ปิยะดา ประเสริฐสม, กุญแจสู่ความสําเร็จของ งานส่งเสริมสุขภาพช่องปาก พิมพ์ครั้งที่ 1 บริษัท ออลพริ้นซ้อพ จํากัด, 2545 43-68
4. Sreebny L.M., Sugar and caries : a review.J. Hum Nutr 1982, 31,45-52
5. ฉลองชัย สกลวสันต์, บริบทการดําเนินชีวิตของครอบครัวที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมดูแล สุขภาพช่องปากในเด็กปฐมวัย, วิทยานิพนธ์ ปริญญาวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขา ทันตกรรมป้องกันมหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2547
6. http://www.childthai.org/cicc981.htm
7. สันติ จิตระจินดา, เด็กไทยรู้ทัน: ต่อต้านโฆษณาหลอกเด็ก ข้อเรียกร้อง 12 ประการะ การสัมมนาระดับชาติ “เด็กไทยรู้ทัน” 10 มีนาคม 2547 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์ วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
8. http://www.ecurriculum.mv.ac.th/library 2/clinic/clinic 2/child-obese 002-1.htm
9. อุทัยวรรณ กาญจนกามล. การมีส่วนร่วมของประชาชนในโครงการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก ในชุมชนในหนังสือคู่มือการฝึกปฏิบัติงานของ นักศึกษาทันตแพทย์ปีที่6 ประจําปีการศึกษา 2548 กระบวนวิชาทันตกรรมชุมชนปฏิบัติ (DCOP 602) ภาควิชาทันตกรรมชุมชน คณะ ทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2548
10. Arnstain S., Eight rung on the ladder of citizen participation in Cahn ,E.S. and Passett, b.a.(eds), Citizen participation: effecting community changes, Praeger publisher, New York, 1971.
11.ภาควิชาทันตกรรมชุมชน คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คู่มือ การศึกษา แนวทางการส่งเสริมทันตสาธารณสุขแนว วัฒนธรรมชุมชนในเทคนิคการทํางานอย่างมี ส่วนร่วม PRA:เอกสารประกอบการเสวนา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ การฝึกภาคสนาม ของนักศึกษาทันตแพทย์ชั้นปีที่ 6 กระบวน วิชาทันตกรรมชุมชนปฏิบัติ (DCOP602) ปี การศึกษา 2543.
12.ศูนย์ทันตสุขภาพ สํานักงานสาธารณสุข จังหวัดน่าน รายงานการสํารวจสภาวะช่องปาก กลุ่มอายุ 3,5,12,60-74 ปี จังหวัดน่าน พ.ศ. 2550
13.อุทัยวรรณ กาญจนกามล, การศึกษาอย่างมีส่วนร่วมเพื่อส่งเสริมสุขภาพช่องปากะวราภรณ์ จิระวงษา, สุณี วงศ์คงคาเทพ, ปิยะดา ประเสริฐสม : กุญแจสู่ความสําเร็จของงาน ส่งเสริมสุขภาพช่องปาก: พิมพ์ครั้งที่ 1:ออลพริ้นซ้อพ จํากัด :2545:132-157
14.กิติศักดิ์ เกษตรสินสมบัติ. ผลการมีส่วนร่วมของชุมชนในการแก้ปัญหาภาวะเด็กขาดสาร อาหารและเด็กฟันผุอําเภอเชียงกลาง, วารสาร วิจัยระบบสาธารณสุข 2550;2:129-137