พฤติกรรมการดูแลทันตสุขภาพเด็กวัยก่อนเรียนของผู้ปกครองที่มารับบริการทันตกรรมในโรงเรียนด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการดูแลทันตสุขภาพเด็ก ก่อนวัยเรียนของผู้ปกครอง กลุ่มตัวอย่างคือผู้ปกครองเด็กอายุ 3 - 6 ปีจํานวน 63 คน ที่ได้จากการสุ่ม อย่างมีระบบ เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ ระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2545 ถึง มกราคม พ.ศ.2546 ผลการศึกษาพบว่าผู้ปกครองส่วนใหญ่มีความรู้ ความเชื่อ และเจตคติในการดูแลทันตสุขภาพเด็กก่อนวัย เรียนระดับปานกลาง ร้อยละ 82.54, 66.67 และ 53.97 ตามลําดับ เด็กก่อนวัยเรียนมีค่าเฉลี่ยฟันผุ อุด ถอนคนละ 6.73 ซี่ ทําความสะอาดเหงือกและฟันด้วยการแปรงฟันร้อยละ 88.89 โดยผู้ปกครองปล่อยให้ เด็กแปรงฟันด้วยตนเองร้อยละ 80.36 เด็กก่อนวัยเรียนบริโภคขนมหวานโดยเฉพาะลูกอม ทอฟฟี่ร้อยละ 61.91 และหลังรับประทานอาหารไม่ได้แปรงฟันร้อยละ 93.65 เด็กร้อยละ 63.83 เคยได้รับการอุดฟัน สาเหตุชักนําให้มารับบริการทันตกรรมคืออาการปวดฟันร้อยละ 55.56 สถานบริการที่เลือกใช้คือสถาน บริการของรัฐเนื่องจากสะดวก ใกล้บ้าน แหล่งความรู้ในการดูแลทันตสุขภาพได้รับจากทันตบุคลากรและ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขร้อยละ 31.11 ข้อเสนอแนะคือผู้ปกครองส่วนใหญ่มีความรู้ ความเชื่อ และเจตคติ ใน การดูแลทันตสุขภาพอยู่ในระดับปานกลาง จึงควรมีพฤติกรรมปฏิบัติเกี่ยวกับการตรวจหาฟันผุ การแปรง ฟันให้เด็กและให้เด็กหลีกเลี่ยงการบริโภคขนมหวานเพื่อให้มีสุขภาพช่องปากที่ดี
Downloads
Article Details
เอกสารอ้างอิง
2. กองทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. รายงานผลการสํารวจสภาวะทันตสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 4พ.ศ.2537 ประเทศไทย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์กรสงเคราะห์ทหารผ่านศึก. 2537
3. กองทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. กุญแจสู่ความสําเร็จของงานส่งเสริมสุขภาพช่องปาก. ออล ริ้นซ้อพ. 2545.
4. วสุ เทียนกิ่งแก้ว โรคฟันผุที่เกิดจากพฤติกรรมการเลี้ยงดูในเด็กก่อนวัยเรียน วิทยาสารทันตสาธารณสุข ปีที่ 3 ฉบับที่ 1: 2541 ; 63-67.
5. ประภาพรรณ โภคะสุวรรณ. การประยุกต์แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพร่วมกับกระบวนการกลุ่มและการกระตุ้นเตือนต่อพฤติกรรมมารดาในการดูแลทันตสุขภาพเด็กก่อนวัยเรียน ภาคนิพนธ์หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. 2543.
6. Tinanoff N., Palmer S.A. Dietary Determinants of Dental Caries and Dietary Recommendations for Preschool Children. J. Public Health Dent, Vol.60 No.2: 2000; 197-206.
7. อรุณ จิรวัฒน์กุล, ชีวสถิติ, ภาควิชาชีวสถิติและประชากรศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 2542.
8. ภิรมย์ กมลรัตนกุล, มนต์ชัย ชาลาประวรรตน์, ทวีสิน ตันประยูร. หลักการทําวิจัยให้สําเร็จ. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: เท็กซ์ แอนด์ เจอร์นัล พับลิเคชั่น จํากัด. 2543.
9. ทวีศักดิ์ พากเพียร และคณะ, ทันตกรรมป้องกัน, โครงการตําราวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธรจังหวัดขอนแก่น กองฝึกอบรม, สํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข 2534
10. บุญเอื้อ ยงวานิชากร และคณะ. สถานการณ์การดูแลสุขภาพช่องปากและการใช้บริการทันตกรรมของประชาชน วิทยาสารทันตสาธารณสุข, ปีที่6 ฉบับที่ 2: 2544; 105-117.
11. จารุวรรณ ตันกุรานนท์, ปิยวัฒน์ พันธุ์โกศล. ความสัมพันธ์ระหว่างสภาวะฟันผุกับการบริโภคและการดูแลอนามัยในช่องปากของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 6 ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร. วารสารทันตแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ปีที่19 ฉบับที่ 2: 2539; 103-113.
12. ยลฉลวย วารินสวัสดิ์ และคณะ, การศึกษาอิทธิพล ทางสังคม และเศรษฐกิจที่มีผลต่อการรับรู้ความเข้าใจและพฤติกรรมของประชาชนที่มารับบริการทันตกรรมในกรุงเทพมหานคร. เอกสารวิชาการหมายเลข 65 สถาบันวิจัยและสังคมมหาวิทยาลัยมหิดล. 2525.
13. น้ําเพชร ตั้งยิ่งยง, เพ็ญศรี สมชัย. การพัฒนาศักยภาพ อสม. ด้านทันตสุขภาพแบบชุมชนมีส่วนร่วมวิทยาสารทันตสาธารณสุข, ปีที่ 5 ฉบับที่ 2: 2543, 32-41.