การพัฒนารูปแบบและทดสอบประสิทธิผลของการให้คำปรึกษาแบบรายบุคคล เพื่อส่งเสริมสุขภาพผู้ติดเชื้อเอชไอวี โรงพยาบาลแม่ลาว สังกัดสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดเชียงราย

ผู้แต่ง

  • กฤติกา ชนประชา พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ, โรงพยาบาลแม่ลาว สังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย

คำสำคัญ:

การให้คำปรึกษาแบบรายบุคคล, การส่งเสริมสุขภาพ, ผู้ติดเชื้อเอชไอวี, ระดับ CD4

บทคัดย่อ

     การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการให้คำปรึกษาแบบรายบุคคลเพื่อส่งเสริมสุขภาพของผู้ติดเชื้อเอชไอวี โดยดำเนินการ 2 ระยะ ได้แก่ ระยะการพัฒนา และระยะการทดลองใช้และประเมินผล กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย ผู้เข้าร่วมสนทนากลุ่มจำนวน 10 คน กลุ่มทดลองจำนวน 18 คน และกลุ่มควบคุมจำนวน 18 คน เครื่องมือ ได้แก่ แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม รูปแบบการให้คำปรึกษา แบบบันทึกสุขภาพ (ระดับเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด CD4) และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีแบบอิสระ

     ผลการวิจัยระยะการพัฒนา พบว่า ได้รูปแบบการให้คำปรึกษาแบบรายบุคคลที่มี 5 ขั้นตอน ได้แก่ การสร้างสัมพันธภาพ การตกลงร่วมกัน การสำรวจและทำความเข้าใจปัญหา การวางแผนสุขภาพ และการประเมินผล  ระยะการทดลองใช้ พบว่า กลุ่มทดลองมีค่าระดับเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด CD4 (ค่าเฉลี่ย = 399.44, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 114.02) สูงกว่ากลุ่มควบคุม (ค่าเฉลี่ย = 319.38, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 80.54) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 4.20)

     ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า รูปแบบดังกล่าวสามารถนำไปใช้ในคลินิกเอชไอวีของหน่วยบริการสุขภาพ เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องและยึดผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง

เอกสารอ้างอิง

Department of Disease Control. (2021). HIV situation in Thailand 2020. Retrieved from https://hivhub.ddc.moph.go.th/Download/RRTTR/Factsheet2020%20TH%20Final.pdf

Department of Disease Control. (2025). HIV situation in Thailand. Retrieved from https://hivhub.ddc.moph.go.th/epidemic.php

Department of Learning Promotion. (2024). Manual for the implementation of the learning promotion curriculum for qualifications according to the levels of basic education B.E. 2024. Bangkok: Ministry of Education.

Heakkhonthod, P. (2021). Development of care models for people living with HIV and AIDS in Song Dao Hospital. Thai AIDS Journal, 33(3), 151–164.

Uthaimanee, K. (2019). The model and the problems and barriers in participation of HIV- positive people in the antiretroviral clinic, Somdej Phra Phutthaloetla Hospital, Samut Songkhram Province. (Master’s thesis), Thammasat University, Thailand.

Fongkerd, S., Pookitsana, S., Himananto, S., Yodprasert, T., & Sinsuesatkul, S. (2024). Development of a community-based continuous care model for elderly individuals with dependency in Ban Suan Subdistrict, Mueang District, Chonburi Province. The Journal of Boromarajonani College of Nursing, Suphanburi, 7(2), 90–105.

Sukkasem, N. (2022). Health behavior promotion among people living with HIV. Journal of Nursing Science, 40(1), 23–35.

Danyuthasilpe, C. (2018). Pender’s health promotion model and its applications in nursing practice. Songklanagarind Journal of Nursing, 38(2), 132–141.

Richey, R. C., & Klein, J. D. (2007). Design and development research: Methods, strategies, and issues. Mahwah, NJ: Lawrence Erlbaum Associates.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

30-06-2026

รูปแบบการอ้างอิง

ชนประชา ก. (2026). การพัฒนารูปแบบและทดสอบประสิทธิผลของการให้คำปรึกษาแบบรายบุคคล เพื่อส่งเสริมสุขภาพผู้ติดเชื้อเอชไอวี โรงพยาบาลแม่ลาว สังกัดสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดเชียงราย. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 34(2), 28–39. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Nubuu/article/view/278233