รูปแบบการดูแลสุขภาวะชุมชนด้วยสถานีสุขภาพชุมชน : กรณีศึกษา ชุมชนทุ่งบอน ตำบลบุ่งหวาย อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

ผู้แต่ง

  • กุลธิดา กุลประฑีปัญญา วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี
  • อรุณศรี ผลเพิ่ม วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี

คำสำคัญ:

การดูแลสุขภาวะ, ระบบสาธารณสุขมูลฐาน, สถานีสุขภาพชุมชน

บทคัดย่อ

งานวิจัยเชิงสำรวจเพื่อศึกษารูปแบบการดูแลสุขภาวะชุมชนด้วยสถานีสุขภาพชุมชน โดยใช้กรอบแนวคิด 3ก 1ข 3ส และแนวคิดทุนทางสังคม ประกอบด้วย มิติด้านโครงสร้าง และมิติด้านบริการ ใช้เทคนิคการวิจัยcแบบผสมผสาน กลุ่มตัวอย่างเป็น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) พยาบาลวิชาชีพ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (ผอ.รพ.สต.) ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) จำนวน 13 คน  และประชาชนผู้รับบริการ จำนวน 35 คน รวมทั้งสิ้น 48 คน สุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์เชิงลึก คุณภาพความเที่ยงตรง IOC = 0.67 ความเชื่อมั่น = 0.87 วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนา และเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า 1) มิติด้านโครงสร้าง  ประกอบด้วย ก ที่ 1 คือ คณะกรรมการ ก ที่ 2 กองทุน มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก (=3.68, SD=0.79) แสดงถึงความความพร้อมของคณะกรรมการชุมชนแม้ไม่ได้แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ การบริหารจัดการ และการสนับสนุนจากภาคส่วนต่างๆ และ 2) มิติด้านการบริการ ประกอบด้วย ก ที่ 3 คือ กิจกรรมของชุมชน ข ที่ 1 ข้อมูลข่าวสารและสารสนเทศ ส ที่ 1 สร้างความร่วมมือ ส ที่ 2 สื่อสารและให้ข้อมูล  และ ส ที่ 3 สู่ความยั่งยืน มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (=4.65, SD=0.61) สะท้อนถึงความเข้มแข็งของระบบบริการของสถานีสุขภาพชุมชน โดยประชาชนเข้าถึงบริการได้ง่ายและต่อเนื่อง ผลวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพพบ 3 ธีมสำคัญ คือ 1) พลังจิตอาสาและทุนทางสังคม 2) บริการใกล้ตัว ใกล้บ้าน ใกล้ใจ และ 3) การสื่อสารและความร่วมมือคือหัวใจของความยั่งยืน การสังเคราะห์เชิงระบบนำสู่ต้นแบบ “ THUNG-BON MODEL” เพื่อการจัดการสุขภาวะชุมชนอย่างยั่งยืน

เอกสารอ้างอิง

เริงวิชญ์ นิลโคตร, นิภาวรรณ เจริญลักษณ์. การพัฒนาสุขภาวะชุมชนโดยประยุกต์ใช้บริบทชุมชนเป็นฐาน :กรณีศึกษาการฟ้อนไทยทรงดำบ้านดอนทอง ตำบลดอนข่อย อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม.กระแสวัฒนธรรมวารสาร 2564;7(9):94–110.

พงษศักดิ์ นาต๊ะ. การบูรณาการในระบบสุขภาพชุมชน. วารสารนวัตกรรมไทย 2562;11(1):79–85.

กระทรวงมหาดไทย.การสาธารณสุขมูลฐาน [อินเตอร์เน็ต]. 2561 [เข้าถึงเมื่อ 2567 กุมภาพันธ์ 14]. เข้าถึงได้จาก: https://images.app.goo.gl/DTGYXtv5AMRAz5pr8.

ประพันธ์ ใยบุญมี. ชมรมสาธารณสุขฯ หนุน Health Station ผุดตำบลละ 1 แห่ง อีกกลไกช่วงเปลี่ยนผ่านถ่ายโอนรพ.สต. [อินเตอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 2567 กุมภาพันธ์ 1]. เข้าถึงได้จาก:https://www.hfocus.org/content/2023/10/28720.

เพ็ญจันทร์ สิทธิปรีชาชาญ, ปนัดดา ปริยฑฤฆ. กระบวนการพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพชุมชน: กรณีศึกษาในชุมชนพื้นที่ภาคกลาง. วารสารพยาบาลสาธารณสุข 2557; 28(1)3–14:1–15.

Krejcie RV, Morgan DW. Determining sample size for research activities. Educ Psychol Meas 1970; 30:607–10.

นพพร ธนชัยขันธ์. สถิติเบื้องต้นสำหรับการวิจัย. กรุงเทพฯ: วิทยาพัฒน์; 2555.

World Health Organization. Everybody’s business: strengthening health systems to improve health outcomes – WHO's framework for action. Geneva: WHO; 2007.

Putnam RD. Making democracy work: civic traditions in modern Italy. Princeton (NJ): Princeton University Press; 1993.

วารุณี เสี่ยงบุญ. การพัฒนารูปแบบการจัดการสุขภาพชุมชน จังหวัดสมุทรสาคร. วารสารแพทย์เขต 4–5 2566; 42(3):445–50.

Paina L, Peters DH. Understanding pathways for scaling health services through CAS lens. Health Policy Plan 2012;27(5):365–73.

World Health Organization. A vision for primary health care in the 21st century. Geneva: WHO; 2018.

Penchan S, Panadda P. Development process of community health care system. J Public Health Nurs 2014;28(1):3–14.

Manyazewal T. Using WHO’s health system building blocks to determine performance of public healthcare facilities. BMC Res Notes 2017;10:251.

Jiaviriyaboonya P, et al. Anthropological study of village health volunteers’ roles. Heliyon 2022;8(11):e11234.

Labonte R. Health promotion and empowerment. Health Educ Q 1994;21(2):253–68.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-13

รูปแบบการอ้างอิง

กุลประฑีปัญญา ก., & ผลเพิ่ม อ. (2025). รูปแบบการดูแลสุขภาวะชุมชนด้วยสถานีสุขภาพชุมชน : กรณีศึกษา ชุมชนทุ่งบอน ตำบลบุ่งหวาย อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารวิชาการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา, 31(3), 91–103. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ODPC9/article/view/271766

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ