ประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมพฤติกรรมการป้องกันการถูกกลั่นแกล้งรังแกและ การป้องกันการกลั่นแกล้งรังแกผู้อื่นโดยประยุกต์ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผน ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ผู้แต่ง

  • อภิรักษ์ ตรียวง นิสิตหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการส่งเสริมสุขภาพและสุขศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • ภูเบศร์ นภัทรพิทยาธร คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • นันท์นภัส เกตน์โกศัลย์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

คำสำคัญ:

การกลั่นแกล้งรังแกกัน, ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผน, นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

บทคัดย่อ

          การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมพฤติกรรมการป้องกันการถูกกลั่นแกล้งรังแกและการป้องกันการกลั่นแกล้งรังแกผู้อื่นโดยประยุกต์ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จังหวัดสุราษฎร์ธานี กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น อายุระหว่าง 13-16 ปี จำนวน 75 คน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทดลอง จำนวน 39 คน และกลุ่มเปรียบเทียบ จำนวน 36 คน โดยกลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมส่งเสริมพฤติกรรมการป้องกันการถูกกลั่นแกล้งรังแกและการป้องกันการกลั่นแกล้งรังแกผู้อื่นโดยประยุกต์ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผน (ECHO Anti-Bullying Program) จำนวน 4 ครั้ง ๆ ละ 50 นาที เป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ และกลุ่มเปรียบเทียบได้รับการส่งเสริมพฤติกรรมการป้องกันการถูกกลั่นแกล้งรังแกและการป้องกันการกลั่นแกล้งรังแกผู้อื่น ทั้งนี้ เก็บรวมรวมข้อมูลก่อนและหลังการทดลองด้วยแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา (Descriptive statistics) สถิติค่าทีแบบจับคู่ (Paired t-tests) และสถิติค่าทีแบบอิสระ (Independent t-tests)

          ผลการวิจัยพบว่า หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยของเจตคติต่อพฤติกรรม (M=4.38, SD=0.30, t=6.09) การคล้อยตามกลุ่มอ้างอิง (M=4.41, SD=0.29, t=7.25) การรับรู้การควบคุมพฤติกรรม (M=4.32, SD=0.29, t=3.99) ความตั้งใจในการทำพฤติกรรม (M=4.49, SD=0.26, t=5.39) และพฤติกรรมการป้องกันการถูกกลั่นแกล้งรังแกและการป้องกันการกลั่นแกล้งรังแกผู้อื่น (M=4.40, SD=0.30, t=4.41) สูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05)

          สรุปได้ว่า โปรแกรมส่งเสริมพฤติกรรมการป้องกันการถูกกลั่นแกล้งรังแกและการป้องกันการ  กลั่นแกล้งรังแกผู้อื่นที่มุ่งเน้นจัดการกับปัจจัยเชิงสาเหตุภายในตัวบุคคล มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงตามองค์ประกอบของทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จังหวัดสุราษฎร์ธานี

เอกสารอ้างอิง

ประกายทิพย์ พลประทีป. (2562). โปรแกรมการรับรู้ความสามารถตนเองร่วมกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการป้องกันการถูกข่มเหงรังแกในวัยรุ่นชายตอนต้น. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล, 36(1), 164-176.

พวงชมพู ประเสริฐ. (2563). ‘บูลลี่’ ไม่ใช่เรื่องเด็กๆ ความรุนแรงที่รอวันปะทุ. https://www.bangkokbiznews.com/social/861456

รุ่งนภา บัวสุวรรณ. (2563). โปรแกรมการประยุกต์ใช้ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนต่อพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กนักเรียนชายมัธยมศึกษาตอนต้นในกรุงเทพมหานคร. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล, 36(1), 136-148.

วาสนา มั่งคั่ง. (2564). การพัฒนาโปรแกรมการเรียนรู้เพื่อการป้องกันพฤติกรรมการข่มเหงรังแกในโรงเรียน. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์, 13(2), 119-131.

วินัดดา ปิยะศิลป์, โชษิตา ภาวสุทธิไพศิฐ, และวิมลวรรณ ปัญญาว่อง. (2564). การรังแกกันในเด็กและวัยรุ่น.

https://www.spmnonthaburi.go.th/main/sites/default/files/_378.pdf

สกล วรเจริญศรี. (2559). การข่มเหงรังแก. สารานุกรมศึกษาศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 51(1), 13-20.

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ. (2563). การกลั่นแกล้งในโรงเรียนจากมุมมองของ PISA. FOCUS ประเด็นจาก PISA, 54(1), 1-4.

สุริยา ฆ้องเสนาะ. (2561). ปัญหาการรังแกกัน (Bullying) ในสถานศึกษา.https://www.parliament.go.th/ewtadmin/ewt/parliament_parcy/ewt_dl_link.php?nid=52582&filename=house2558

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร. (2566). มาตรการและแผนเผชิญเหตุ การคุ้มครองและนักเรียนด้านความปลอดภัยของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพรตามนโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ 2566 ด้านการจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย. https://www.spmsnicpn.go.th/th/download/servicemanual/protectandtakecarestudent_policy_2566.pdf

อาภาพร เผ่าวัฒนา, สุรินธร กลัมพากร, สุนีย์ ลำกำปั่น และทัศนีย์ รวิวรกุล. (2563). การสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคในชุมชน: การประยุกต์แนวคิดและทฤษฎีสู่การปฏิบัติ (ฉบับปรับปรุง)(พิมพ์ครั้งที่ 2). ฉะเชิงเทรา, บริษัท เอ็มเอ็น คอมพิวเตอร์ออฟเซท จำกัด.

Ajzen, I. (2005). Attitudes, personality, an behavior (2nd ed.). Milton-Keynes, England: Open University Press/McGraw-Hill.

Best W. John. (1977). Research in Education (3rd ed.). Englewood Cliffs, New Jersy: Prentice Hall, Inc.

Cohen, J. (1977). Statistical Power Analysis for Behavioral Sciences. New York: Academic Press StataCorp 2003.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-09-01

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย