ผลการใช้นวัตกรรมกล่องดนตรีความจำประลองสมอง เพื่อส่งเสริมสมรรถภาพด้านความจำผู้สูงอายุ

ผู้แต่ง

  • จิรวดี อ่อนศรี นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข
  • ปณิดา ลุนบุดดา นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข
  • สุวรรณา สุขตะกั่ว นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข
  • วจีกานต์ พิมพขันธ์ นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข
  • วิภาพร สว่างศรี นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข
  • ศิริวรรณ ศรีสัมพันธ์ นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข
  • สิรินญา ช่างเพ็ชร์ผล นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข
  • สุพัตรา จันทร์สุวรรณ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข

คำสำคัญ:

นวัตกรรม, กล่องดนตรีความจำ, สมองเสื่อม

บทคัดย่อ

      การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัย แบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนและหลังการทดลอง คือ ประเมินผลการใช้นวัตกรรม กล่องดนตรีความจำประลองสมอง เพื่อส่งเสริมสมรรถภาพด้านความจำผู้สูงอายุ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้สูงอายุในชุมชน จำนวน 30 คน โดยเลือกแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือการวิจัยประกอบด้วย 1) นวัตกรรมกล่องดนตรีความจำประลอง สมอง ทดลองใช้แบบรายบุคคล 2) แบบคัดกรองสมรรถภาพความจำ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดย ใช้สถิติเชิงพรรณนา และสถิติทดสอบที

     ผลการวิจัยพบว่า ค่าคะแนนเฉลี่ยสมรรถภาพความจำของผู้สูงอายุภายหลังการใช้นวัตกรรมดีกว่าก่อนการใช้ นวัตกรรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t=-19.53, p < 0.05) และค่าเฉลี่ยความพึงพอใจภาพรวมอยู่ในระดับมาก (M = 4.20, SD = 0.62) และคะแนนเฉลี่ยรายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ประโยชน์ที่ได้รับ (M = 4.27, SD = 0.79) รองลงมา คือ ด้านประสิทธิภาพของการนำนวัตกรรมไปใช้ (M = 4.21, SD = 0.92) และด้านที่มีค่าเฉลี่ย ต่ำสุด คือ ด้านประสิทธิภาพของชิ้นงาน (M = 4.09, SD = 0.92)

     นวัตกรรม กล่องดนตรีความจำประลองสมอง ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการส่งเสริมสมรรถภาพด้านความจำ ผู้สูงอายุในกลุ่มที่ยังไม่มีภาวะสมองเสื่อม สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมการทำงานของสมองและการป้องกัน ภาวะสมองเสื่อมในระยะเริ่มต้น ตลอดจนเป็นทางเลือกหนึ่งในการพัฒนากิจกรรมส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชนและ สถานบริการสุขภาพ

เอกสารอ้างอิง

กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2565). รายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุจังหวัดสุพรรณบุรี ปี 2565. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.

กรมอนามัย. (2566). สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย และการคาดการณ์ในอนาคต. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.

กระทรวงสาธารณสุข. (2562). แบบประเมิน Mini-Cog การพัฒนาเครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับใช้ในการคัดกรองสมองเสื่อมในบริบทประเทศไทย. http://www.rbpho.moph.go.th/uploadfile/doc/files/12012023-105850-5019.pdf

ชาญกัญญา ตันติลีปิกร, และโสภา เกริกไกรกุล. (2563). แบบคัดกรองสมรรถภาพความจำสำหรับผู้สูงอายุ. นนทบุรี: สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข.

ชูศรี วงศ์รัตนะ. (2553). เทคนิคการใช้สถิติเพื่อการวิจัย (พิมพ์ครั้งที่12). ไทเนรมิตกิจอินเตอร์โปรเกรสซิฟ.

ทองมี ผลาผล อติญา โพธิ์ศรี และกิตติพงษ์ พลทิพย์. (2568).ผลของการใช้โปรแกรมบริหารสมองร่วมกับนวัตกรรมลำเต้ยต่อความพึงพอใจและการป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม, 22(2), 127-137.

ปณิชา พรประสิทธิ์, จุฑาทิพย์ วิวัฒนาพันธุวงศ์, และอรัญญา ตุ้ยคําภีร์.(2564). ดนตรีและสุขภาวะทางใจของผู้สูงอายุ. วารสารวิจัย มข. สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 9(1), 91-103.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (2564). สังคมผู้สูงอายุ. https://resourcecenter.thaihealth.or.th/article/

อาทิตยา สุวรรณ์, และ สุทธิศรี ตระกูลสิทธิโชค. (2564). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมการรู้คิดโดยใช้ดนตรีบำบัดต่อความสามารถด้านการรู้คิด ปัญหาพฤติกรรม อารมณ์ และจิตใจของผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม. วารสารพยาบาลทหารบก, 22(1), 55–63.

วิชญ์ บุญรอด. (2565). นวัตกรรมเครื่องดนตรีสำหรับผู้สูงอายุ ประเภทเครื่องดีดและเครื่องตี เพื่อใช้ในกิจกรรมดนตรีผู้สูงอายุตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก. วารสารมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 19(1), 132–153.

วีณา จีรแพทย์. (2552). บทบาทพยาบาลวิชาชีพกับการวิจัยเพื่อพัฒนานวัตกรรมทางการพยาบาล. คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Chanda, M. L., & Levitin, D. J. (2013). The neurochemistry of music. Trends in Cognitive Sciences, 17(4), 179–193. https://doi.org/10.1016/j.tics.2013.02.007

Cohen, J. (1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences (2nd ed.). Lawrence Erlbaum Associates.

Faul, F., Erdfelder, E., Lang, A. G., & Buchner, A. (2007). G*Power 3: A flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behavior Research Methods, 39(2), 175–191.

Koelsch, S. (2014). Brain correlates of music-evoked emotions. Nature Reviews Neuroscience, 15(3), 170–180.

Lemeshow, S., Hosmer, D. W., Klar, J., & Lwanga, S. K. (1990). Adequacy of sample size in health studies. John Wiley & Sons.

Moreno-Morales, C., Calero, R., Moreno-Morales, P., & Pintado, C. (2020). Music therapy in the treatment of dementia: A systematic review and meta-analysis. Frontiers in Medicine, 7, Article 160. https://doi.org/10.3389/fmed.2020.00160

Murrock, C. J., & Higgins, P. A. (2009). The theory of music, mood and movement to improve health outcomes. Journal of Advanced Nursing, 65(10), 2249–2257. https://doi.org/10.1111/j.1365-2648.2009.05052.x

van der Steen, J. T., Smaling, H. J. A., van der Wouden, J. C., Bruinsma, M. S., Scholten, R. J. P. M., & Vink, A. C. (2018). Music-based therapeutic interventions for people with dementia. Cochrane Database of Systematic Reviews, (7), CD003477. https://doi.org/10.1002/14651858.CD003477.pub4

World Health Organization. (2023). Reducing the risk of cognitive decline and dementia: WHO guidelines. https://www.who.int/publications/i/item/9789241550543

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-03-11

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย