ผลการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อมโดยชุมชนมีส่วนร่วม

ผู้แต่ง

  • วนิดา ศรีพรหมษา วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุดรธานี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข
  • อิสรีย์ ปัดภัย วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร ขอนแก่น คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข
  • ชัญญาวีร์ ไชยวงค์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุดรธานี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข

คำสำคัญ:

ผู้สูงอายุ, ภาวะข้อเข่าเสื่อม, ระบบการดูแล, การมีส่วนร่วมของชุมชน

บทคัดย่อ

      การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์ปัญหาและความต้องการการ ดูแลของผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อม พัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะข้ อเข้าเสื่อมโดยชุมช นมีส้ ว นร่วมและศึกษา ประสิทธิผลระบบการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะข้ อเข้ าเสื่อมโดยชุมชนมีส้ วนร่วม โดยแบ่งการดำเนินการออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะ ที่ 1 วิเคราะห์สถานการณ์ เก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่ม ระยะที่ 2 พัฒนาระบบ การดูแลผู้สูงอายุโรคข้อเข่าเสื่อม โดยผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงอายุ จำนวน 20 คน ร่วมกันวางแผนกำหนดกิจกรรม ติดตาม และปรับปรุงกระบวนการ ระยะที่ 3 ประเมินประสิทธิผลระบบฯ กลุ่มตัวอย่างเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและ ผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อม จำนวน 60 คู่ แบ่งเป็นกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง กลุ่มละ 30 คู่ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย คู่มือการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อม แบบวัดความรู้ มีค่าความเที่ยง .82 แบบประเมินทักษะการดูแลผู้สูงอายุ ที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อม มีค่าความเที่ยง .80 และแบบประเมินระดับความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อม (Oxford Knee Score) สถิติที่ ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน วิเคราะห์ คะแนนเฉลี่ยความรู้ ทักษะการดูแลผู้สูงอายุโรคข้อเข่าเสื่อมและระดับความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อมระหว่างกลุ่มทดลองและ กลุ่มควบคุมโดยใช้สถิติ Independent t-test และภายในกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมโดยใช้สถิติ Paired t-test

     ผลการวิจัย ระบบการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อมโดยชุมชนมีส่วนร่วม ประกอบด้วย 1) ระบบบริการสุขภาพและ พัฒนาศักยภาพการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อม 2) ระบบสนับสนุนด้านอุปกรณ์และสิ่งแวดล้อม 3) ระบบสนับสนุนทาง สังคมและจิตใจ 4) ระบบส่งเสริมความรู้และการป้องกัน และ 5) ระบบ ข้อมูล และติดตาม และผลของการพัฒนาระบบฯพบว่า 1) อาสาสมัครสาธารณสุขที่ได้รับการพัฒนาฯมีค่าเฉลี่ยความรู้และทักษะการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อมสูงกว่าอาสาสมัคร สาธารณสุขที่ไม่ได้รับการพัฒนาฯอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t= 19.38, p < 0.00และ t = 24.56, p < 0.001) และ 2) ผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อมที่ได้รับการดูแลจากอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านที่ได้รับการพัฒนาฯ มีค่าเฉลี่ยของระดับ ความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อม 12 สัปดาห์ สูงกว่าการดูแลแบบปกติ (ระดับไม่พบอาการผิดปกติ) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ 0.05 (t = 5.02, p < 0.001)

      การพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อมโดยชุมชนมีส่วนร่วม ช่วยให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลผู้สูงอายุ และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านมีความรู้ และทักษะในการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อมเพิ่มขึ้น และผู้สูงอายุที่มี ภาวะข้อเข่าเสื่อมมีระดับความรุนแรงของภาวะข้อเข่าเสื่อมลดลง

เอกสารอ้างอิง

จุฑามาศ อุตรสัก. (2567). ผลของโปรแกรมการให้ข้อมูล การสร้ างแรงจูงใจ และการพัฒนาทักษะต่อความรุนแรงของโรคข้ อเข้ าเสื่อมและน้ำหนักตัวในผู้สูงอายุโรคข้ อเข้ าเสื่อมที่มีน้ำหนักเกิน โรงพยาบาลลำพูน. วารสารการส่ งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล่ อมล้านนา, 14(1), 45-56.

จุฬาพร ธานีและฐิติรัตน์ ภาวะสุทธิพงษ์. (2566). วารสารศูนย์อนามัยที่ 6 อุบลราชธานี, 11(2), 73-88.

ชวิศ เมธาบุตร. (2565). การพัฒนารูปแบบการจัดการโรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9, 16(3), 969-985.

เตือนจิตต์ ช่วยจันทร์, สุทธีพร มูลศาสตร์และดนัย หีบท่าไม้. (2561). การพัฒนารูปแบบการจัดการโรคข้อเข่าเสื่อมในชุมชนโดยความร่วมมือของพยาบาลเวชปฏิบัติและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน. วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์, 38(2), 43-59.

นงนุช หอมเนียม, สุภาพร มะรังษีและดลนภา จิระออน. (2565). ผลของโปรแกรมการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในการดูแลผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียงตำบลชุมเห็ด อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์. วารสารการแพทย์ โรงพยาบาลอุดรธานี, 30(3), 460-470.

ปิยรัตน์ ชูมี และ จิราพร อุดมกิจพิพัฒน์. (2564). ความรู้ด้านโรคเรื้อรังและสมรรถนะในการให้บริการด้านโรคเรื้อรังในชุมชนของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารการบริหารนิติบุคคลและนวัตกรรมท้องถิ่น, 7(4), 277-293.

สมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย, ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย. (2567). แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับการรักษาโรคข้อและกระดูกสันหลังอักเสบชนิดข้อแกนเด่นด้วยยาต้านรูมาติกที่ปรับเปลี่ยนการดำเนินโรคชนิดยาชีววัตถุและยาสังเคราะห์มุ่งเป้าโดยสมาคมรูมาติซั่มแห่งประเทศไทย พ.ศ.2567. สืบค้นจาก: URL: https://drive.google.com/file/d/14oW9poVGFHGlpK6xEgQy2lRD71oKN6lJ/view.

สุปราณี บุญมี. (2560). การพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านโนนเปือย อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์. ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศด้านสุขภาพจังหวัดอุดรธานี.(2566). การคัดกรองสุขภาพของผู้สูงอายุด้วยแบบคัดกรองผู้สูงอายุใน 10 เรื่อง. สืบค้นจาก https://udn.hdc.moph.go.th/hdc/reports/report.php?&cat_id=6966b0664b89805a484d7ac96cedc48&id=df0700e8e3c79802b208b8780ab64d61

อณิษฐา หาญภักดีนิยม. (2563). นโยบายเกี่ยวกับผู้สูงอายุต่อการพัฒนาประเทศในอาเซียน. วารสารพุทธอาเซียนศึกษา, 5(1), 55-70.

Aiyong C, Huizi L, Dawei W, Junlong Z, Yufeng C,& Huading L. (2020). Global, regional prevalence, incidence and risk factors of knee osteoarthritis in population-based studies. E Clinical Medicine., 29, 1-13.

Bloom, B.S. (1971). Handbook on formative and summative evaluation of student learning. New York: McGraw–Hill.

Department of Health, Ministry of Public Health. (2015). Elderly health record. Bangkok: Chao Chom Restaurant Suan Sunandha Rajabhat University.

Felson D.T., Naimark A, Anderson J, Kazis L, Castelli W, Meenan RF. Arthritis Rheum. 1987 30(8): 914-8. doi: 10.1002/art.1780300811.PMID: 3632732

Hatefi, M. Parvizi, R. Borji, M. and Tarjoman, A. (2019). “Effect of self-management program on pain and disability index in elderly men with osteoarthritis,” Anesthesiology and Pain Medicine, 9(4), Article ID e92672.

Hunter, D. J., & Bierma-Zeinstra, S. (2019). Osteoarthritis. The Lancet, 393(10182), 1745–1759.

Kemmis, S., & McTaggart, R. (2005). Participatory action research: Communicative action and the public sphere. In N. Denzin & Y. Lincoln (Eds.), The SAGE handbook of qualitative research (3rd ed.) London: SAGE Publications.

Masoumeh N, Azim M, Azin E. M. (2017). Investigating mental health in patients with osteoarthritis and its relationship with some clinical and demographic factors. 55(4), 183-188. doi: 10.5114/reum.2017.69778.

Maurer BT, Stern AG, Kinossian B, Cook KD, Schumacher HR Jr. (1999). Osteoarthritis of the knee: isokinetic quadriceps exercise versus an educational intervention. Arch Phys Med Rehabil; 80(10): 1293-9. doi:10.1016/s0003-9993(99)90032-1

Methabutr C. (2022). Development of the Management Model for Osteoarthritis among Elderly in Chumphuang District, Nakhon Ratchasima Province. Regional Health Promotion Center Journal, 16(3), 969-985.

Narin R, Taunrat W,& Booncheang W. (2015). Development of a Community Participation Program for Caring Older Adults with Knee Osteoarthritis. Nursing Journal, 42(3), 170-181.

Strategy and Planning Division. (2024). Health status 2024. Retrieved from https://www.hiso.or.th/thaihealthstat/area/index.php?ma=1&pf=01818101&tp=12_3. [In Thai]

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-03-11

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย