การวิเคราะห์ระบบบริการสุขภาพระยะยาว และบริการทางสังคมระดับปฐมภูมิ ด้วยการมีส่วนร่วมของชุมชนตามวิถีปกติถัดไปในเขตสุขภาพที่ 5
คำสำคัญ:
ระบบบริการสุขภาพระยะยาว, ปฐมภูมิ, การมีส่วนร่วมของชุมชน, วิถีปกติถัดไปบทคัดย่อ
การวิจัยแบบผสมผสานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์ระบบบริการสุขภาพระยะยาว บริการทางสังคมระดับปฐมภูมิ และการมีส่วนร่วมของชุมชน และ 2) ศึกษาปัญหาอุปสรรคในการจัดบริการสุขภาพระยะยาว และบริการทางสังคมระดับปฐม ภูมิในชุมชนเขตสุขภาพที่ 5 กลุ่มตัวอย่าง แบ่งเป็น กลุ่มที่ให้ข้อมูลเชิงคุณภาพ จำนวน 40 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ ที่มีภาวะพึ่งพิง จำนวน 20 คน กลุ่มผู้นำชุมชน จำนวน 10 คน และกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 10 คน และกลุ่มที่ให้ข้อมูล เชิงปริมาณ จำนวน 330 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง จำนวน 177 คน กลุ่มผู้นำชุมชน จำนวน 96 คน และกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 57 คน เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง และแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วย การใช้สถิติพรรณนา และการวิเคราะห์แก่นสาระ
ผลการศึกษา พบว่า การวิเคราะห์การจัดบริการสุขภาพระยะยาวระดับปฐมภูมิ สรุปเป็น 3 แก่นเรื่อง ได้แก่ การจัดบริการสุขภาพตามวิถีปกติถัดไป
การบริหารจัดการทรัพยากร และการอภิบาลระบบสุขภาพ ส่วนการจัดบริการทางสังคม ที่เป็นสิ่งจ าเป็นในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและการอยู่ร่วมกันในสังคม แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 1) การดูแลทางสังคมระดับ ปฐมภูมิตามวิถีปกติถัดไป และ 2) การดูแลด้านสวัสดิการทางสังคม ด้านการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดบริการสุขภาพระยะยาวในภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง (M=3.40, SD=0.57) เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงที่สุด คือ การมีส่วนร่วมวางแผนและตัดสินใจ อยู่ในระดับมาก (M=4.02, SD=0.52) และปัญหาอุปสรรคสำคัญในการดำเนินงาน แบ่งเป็น 2 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการจัดบริการ พบปัญหาการบันทึกข้อมูลสุขภาพที่มีความซ้ าซ้อน การประมวลผลข้อมูลไม่เป็น แบบทันทีทันใด และความไม่พร้อมในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการดำเนินงาน 2) ด้านการบริหารจัดการทรัพยากร พบปัญหาการขาดแคลนทั้งอัตรากำลังในการปฏิบัติงาน งบประมาณ และวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์
ดังนั้นแนวทางการจัดบริการสุขภาพระยะยาวและบริการทางสังคมควรส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างเหมาะสม การเชื่อมโยงข้อมูลให้ครอบคลุมทุกระดับ การส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิ สวัสดิการ และเน้นให้ชุมชนมีส่วนร่วมจัดบริการเพื่อให้เกิดสุขภาวะชุมชนอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2563). มาตรการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติด้านสังคมสูงวัย: 6 ยั่งยืน 4 เปลี่ยนแปลง. https://www.dop.go.th/download/knowledge/th1615884037-1447_0.pdf
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2567). แผนปฏิบัติการด้านผู้สูงอายุ ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2566–2580). กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. https://www.dop.go.th/th/laws/1/28/1158
กรมอนามัย. (2567). รายงานผลการด าเนินงานระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง (Long-Term Care). กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.
ดวงเนตร ธรรมกุล เรณู ขวัญยืน อรนุช ชูศรี และณัฐรพี ใจงาม. (2565). ประสิทธิผลการเพิ่มศักยภาพของผู้ดูแลในการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล, 38(3), 105-116.
บุญชม ศรีสะอาด. (2556). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 9, ฉบับปรับปรุงใหม่). สุวีริยาสาส์น.
เบญจพร สุธรรมชัย จิราพร เกศพิชญวัฒนา และนภัส แก้ววิเชียร .(2558). การสังเคราะห์รูปแบบบริการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุแบบบูรณาการ. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 24,(6), 1018-29.
ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ. (2564). สถิติและข้อมูลผู้สูงอายุไทย. https://hdcservice.moph.go.th/hdc/main/index.php
ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี .(2567). รายงานประจำปี 2567. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.
ศูนย์สุขภาพจิตที่ 5. (2567). รายงานประจำปี 2567. กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข.
สุดารัตน์ สุดสมบูรณ์ .(2557). สวัสดิการสังคมของผู้สูงอายุในประเทศไทย. วารสารเทคโนโลยีภาคใต้, 7(1), 73-82.
อัญชลี แสงชาญชัย. (2563). การขาดแคลนพยาบาล: ปัญหาสาธารณสุขไทยและข้อเสนอเชิงนโยบาย. วารสารบัณฑิตศึกษาวิชาการ, 2(2), 26-36.
Cho, J., Han, B., & Lee, H. (2021). The effects of COVID-19 pandemic on the elderly and the role of telehealth. Journal of Gerontology and Social Welfare, 15(2), 45-60.
Cochran, W. G. (1977). Sampling techniques (3rd ed.). John Wiley & Sons.
Cohen, J. M., & Uphoff, N. T. (1980). Participation's place in rural development: Seeking clarity through specificity. World Development, 8(3), 213–235. https://doi.org/10.1016/0305-750X(80)90011-X
Fuji, K., Tanaka, S., & Sato, T. (2023). Digital divide and telehealth adoption among older adults: A qualitative study. International Journal of Digital Health, 8(4), 112-125.
Gerritsen, J., Janssen, A., & Veenstra, G. (2021). From institutional to community care: A systematic review of long-term care reforms. Health Policy and Planning, 36(5), 721-735.
Janssen, A., Veenstra, G., & Gerritsen, J. (2024). The role of transformational leadership in healthcare system adaptation and resilience. International Journal of Health Leadership, 10(2), 55-70.
LaFond, E., Weidman, K., & Lief, L. (2021). Care of the postcoronavirus disease 2019 patient. Current opinion in pulmonary medicine, 27(3), 199–204.https://doi.org/10.1097/MCP.0000000000000767
National Health Security Office. (2024). Long-term care system for dependent older persons under the universal coverage scheme. National Health Security Office.
Nuntaboot, K., Boonsawasdgulchai, P., & Bubpa, N. (2019). Roles of mutual help of local community networks in community health activities: Improvement for the quality of life of older people in Thailand. International Journal of Nursing Sciences, 6(3), 266–271. https://doi.org/10.1016/j.ijnss.2019.04.001
Rifkin, S. B. (2014). Examining the links between community participation and health outcomes: A review of the literature. Health Policy and Planning, 29(Suppl. 2), ii98–ii106.
World Health Organization. (2010). Monitoring The Building Block of Health Systems: A Handbook of Indicators and Their Measurement Strategies. Geneva: The WHO Document Production Services.
World Health Organization. (2020). COVID-19 and health workforce preparedness: A framework for action. WHO.
World Health Organization. (2021). Strengthening health innovation ecosystems: A framework for action. WHO.
World Health Organization. (2021). Global strategy on integrated care for older people (ICOPE): Guidance for person-centred assessment and pathways in primary care. World Health Organization. https://www.who.int
World Health Organization. (2023). Thailand's leadership and innovations towards healthy ageing. World Health Organization Regional Office for South-East Asia.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
เวอร์ชัน
- 2026-08-14 (2)
- 2026-07-28 (1)
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี และคณาจารย์ท่านอื่นๆในวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว