ประสิทธิผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการลดคราบจุลินทรีย์ในช่องปากของวัยทำงาน ภายใต้แนวคิด สบช.โมเดล
คำสำคัญ:
พฤติกรรม, คราบจุลินทรีย์, ช่องปาก, วัยทำงาน, แนวคิด สบช.โมเดลบทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองชนิดศึกษาสองกลุ่ม วัดหลายครั้งแบบอนุกรมเวลาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผล ของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการลดคราบจุลินทรีย์ในช่องปากของวัยทำงาน ภายใต้แนวคิด สบช.โมเดล กลุ่ม ตัวอย่างเป็นประชาชนวัยทำงาน จำนวน 112 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 56 คน ซึ่งได้จากการสุ่ม ตัวอย่างแบบมีระบบ โดยกลุ่มทดลองเข้าร่วมกิจกรรมตามโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการลดคราบจุลินทรีย์ใน ช่องปากของวัยทำงาน ภายใต้แนวคิด สบช.โมเดล ส่วนกลุ่มควบคุมปฏิบัติกิจวัตรประจำวันตามปกติ เก็บรวบรวมข้อมูล ด้วยแบบสอบถาม และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติการแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน Chi-square test, Fisher’s exact test, Mann-Whitney U test และ Friedman test
ผลการวิจัย พบว่า ก่อนทดลอง กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมมีคะแนนความเชื่อด้านสุขภาพ พฤติกรรมในการลด คราบจุลินทรีย์ และปริมาณคราบจุลินทรีย์ไม่แตกต่างกัน แต่ภายหลังทดลองและระยะติดตามผลกลุ่มทดลองมีคะแนน ความเชื่อด้านสุขภาพและพฤติกรรมการลดคราบจุลินทรีย์สูงกว่าก่อนทดลองและกลุ่มควบคุม ส่วนปริมาณคราบจุลินทรีย์ ต่ำกว่าก่อนทดลองและกลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 แสดงให้เห็นว่าโปรแกรมการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมการลดคราบจุลินทรีย์ในช่องปากของวัยทำงาน ภายใต้แนวคิด สบช.โมเดล ที่พัฒนาขึ้นสามารถเปลี่ยนแปลง ความเชื่อด้านสุขภาพ พฤติกรรมการลดคราบจุลินทรีย์ และปริมาณคราบจุลินทรีย์ได้
เอกสารอ้างอิง
จรณิต แก้วกังวาล. (2561). ขนาดกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยเชิงคลินิก. ใน พรรณี ปิติสุทธิธรรม และชยันต์ พิเชียรสุนทร (บ.ก.), ต ำรำกำรวิจัยทำงคลินิก ฉบับปรับปรุงใหม่ (พิมพ์ครั้งที่ 4, หน้า 185–227). อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.
ณัฐดนัย วรศรีหิรัญ, สุพัฒนา ค าสอน, และวุฒิชัย จริยา. (2565). ผลของโปรแกรมสร้างเสริมแรงจูงใจร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคมต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคปริทันต์ของผู้ป่วยเบาหวานในเขตอ าเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 31(5), 883-895.
ปราโมทย์ วงศ์สวัสดิ์. (2561). แบบแผนการวิจัยเชิงทดลอง: การประยุกต์ใช้ในงานวิจัยเพื่อพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ. เจริญดีมั่นคงการพิมพ์.
พระราชบัญญัติสถาบันพระบรมราชชนก พ.ศ. 2562. (5 เมษายน 2562). รำชกิจจำนุเบกษำ, 136(43 ก), หน้า 40-65.
ศุภศิลป์ ดีรักษา, วิภาดา จิตรปรีดา, สุพัตรา บุญเจียม, และอนวัช ภูทองนาค. (2564). ผลของโปรแกรมความรอบรู้ด้านทันตสุขภาพขั้นพื้นฐานเพื่อส่งเสริมสุขภาพช่องปากของผู้ใหญ่ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7. วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน, 3(1), 65-76.
สถาบันพระบรมราชชนก. (2568). แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาสถาบันพระบรมราชชนก พ.ศ. 2568–2570. สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข.
สำนักทันตสาธารณสุข. (2567). รายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 9 ประเทศไทย พ.ศ. 2566. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.
วิชัย เทียนถาวร. (2566). แนวคิด สบช.โมเดล. สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข.
Becker, M. H., & Maiman, (1975). Sociobehavioral determinants of compliance with health and medical care recommendations. Medical care, 13(1), 10-24.
Browne, R. H. (1995). On the use of a pilot sample for sample size determination. Statistics in medicine, 14(17), 1933-1940.
Maltz, M. (2016). Psycho-cybernetics deluxe edition: The original text of the classic guide to a new life. Tarcher
O’Leary, T. J., Drake, R. B., & Naylor, J. E. (1972). The plaque control record. Journal of Periodontology, 43(1), 38. https://doi.org/10.1902/jop.1972.43.1.38
World Health Organization. (2025, March 17). Oral health. https://www.who.int/news-room/factsheets/detail/oral-health.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี และคณาจารย์ท่านอื่นๆในวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว