ความชุกและปัจจัยทำนายภาวะซึมเศร้าหลังคลอดของมารดาหลังคลอดในจังหวัดสุพรรณบุรี
คำสำคัญ:
ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด, ความชุก, ปัจจัยทำนาย, ความเครียดในระยะหลังคลอด, มารดาหลังคลอดบทคัดย่อ
ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดเป็นปัญหาสุขภาพจิตที่ส่งผลกระทบต่อทั้งมารดาทารกและครอบครัว งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความชุกของภาวะซึมเศร้าหลังคลอดของมารดาหลังคลอดในจังหวัดสุพรรณบุรี และศึกษาความเครียดในระยะหลังคลอด ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง สัมพันธภาพคู่สมรสและแรงสนับสนุนทางสังคมที่ สามารถร่วมกันทำนายภาวะซึมเศร้าหลังคลอด การวิจัยเป็นแบบภาคตัดขวาง กลุ่มตัวอย่างเป็นมารดาหลังคลอด 4–6 สัปดาห์ ที่มารับบริการในคลินิกหลังคลอดของโรงพยาบาลใน 10 อำเภอของจังหวัดสุพรรณบุรี 149 ราย คัดเลือกโดยการสุ่มแบบสัดส่วนตามขนาดประชากร เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วยแบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินภาวะซึมเศร้า หลังคลอดฉบับภาษาไทย แบบวัดความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง แบบวัดสัมพันธภาพคู่ สมรส แบบสอบถามการรับรู้แรง สนับสนุนทางสังคม และแบบประเมินความเครียดของมารดาหลังคลอด เครื่องมือที่ใช้มีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคระหว่าง .84 ถึง .98 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาสัมประสิทธิ์ สหสัมพันธ์ของเพียร์สันและการวิเคราะห์ ถดถอยโลจิสติก ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มตัวอย่างมีคะแนนภาวะซึมเศร้าหลังคลอดเฉลี่ย 6.66 คะแนน (SD = 6.02) พบ ความชุกของภาวะซึมเศร้าหลังคลอดร้อยละ 25.5 (95% CI 19.2–33.1) เมื่อใช้เกณฑ์ตั้งแต่ 11 คะแนนขึ้นไป ตัวแปรทั้ง 4 ตัวมีความสัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้า หลังคลอดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) โดยความเครียดในระยะหลังคลอดมีความสัมพันธ์ทางบวก (r = .61) ส่วนสัมพันธภาพคู่สมรส (r=-.48) ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง (r=-.45) และแรงสนับสนุนทางสังคม (r =-.36) มีความสัมพันธ์ทางลบ ตัวแปรทั้ง 4 ตัว สามารถร่วมกันทำนายภาวะซึมเศร้าหลังคลอดได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Omnibus χ² (4) = 51.47, p < .001, Nagelkerke R²= .43) จำแนกกลุ่มได้ถูกต้องร้อยละ 81.2 เมื่อควบคุมอิทธิพลของตัวแปรอื่น พบว่ามีเพียงความเครียดในระยะหลังคลอดที่สามารถท านายภาวะ ซึมเศร้าหลัง คลอดได้อย่างมีนัยสำคัญ (OR = 1.05, 95% CI 1.03–1.07, p < .001)
ผลที่ได้จากงานวิจัยในครั้งนี้ พบว่าความชุกของภาวะซึมเศร้าหลังคลอดในจังหวัดสุพรรณบุรีสูงกว่าที่ รายงานในระบบเฝ้าระวังปัจจุบันความเครียดในระยะหลังคลอดเป็นปัจจัยทำนายที่มีอิทธิพลมากที่สุด บุคลากรด้านสุขภาพควรคัดกรองภาวะซึมเศร้าหลังคลอดซ้ำในระยะ 4–6 สัปดาห์หลังคลอด โดยประเมินความเครียดในการเลี้ยงดูบุตรควบคู่ไปด้วย และควรพัฒนากิจกรรมการพยาบาลที่มุ่งลดความเครียดของมารดา โดยให้คู่สมรสเข้ามามีส่วนร่วม
เอกสารอ้างอิง
กมลรัตน์ วัชราภรร์, จารุรินทร์ ปิตานุพงศ์และนิศาสนติ์ ส าอาง. (2546). การประเมินแบบสอบถาม Edinburgh Postnatal Depression. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย, 11(3), 164-169.
ชุติมา สุทธิ, วิชุดา หลวงด่านสกุล, พัชรา สุขเกษม, และบวรลักษณ์ สมันชาติ. (2568). ความชุกและปัจจัยเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าหลังคลอด. จดหมายเหตุทางแพทย์แพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, 108:354-360.
ทินกร วงศ์ปการันย์, ณหทัย วงศ์ปการันย์. (2554). การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันของแบบวัดความภาคภูมิใจในตนเองของโรเซนเบิร์ก: การศึกษาในนักศึกษาไทย. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย, 56(1), 59-70.
นวนันท์ ปิยะวัฒน์กูล, สุวรรณา อรุณพงศ์ไพศาล, นิรมล พัจนสุนทร, สมจิตร รองบุตรศรี, สมจิตร มณีกันต์, และวิจิตรา พิมพานิตย์. (2554). Validity and reliability of the Rosenberg Self-Esteem ScaleThai version as compared to the Self-Esteem Visual Analog Scale. จดหมายเหตุทางแพทย์แพทย์สมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, 94(7), 857–862.
วรรณี นวลฉวี, ทวีศักดิ์ กสิผล, และกนกพร นทีธนสมบัติ. (2561). ปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะซึมเศร้าหลังคลอดในมารดาวัยรุ่น. วารสารการพยาบาล การสาธารณสุข และการศึกษา, 19(2), 115-125.
สร้อย อนุสรณ์ธีรกุล, สุภาพักตร์ หาญกล้า, อัญชลี อ้วนแก้ว, กิ่งแก้ว สิทธิ, และธรรมวรรณ์ บูรณสรรค์. (2565). ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดและการปรับตัวของมารดาหลังคลอดครั้งแรก และมารดาหลังคลอดครั้งหลัง. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม, 19(2), 164-174.
เสาวลักษณ์ เสียงนัน.(2561). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมความมีคุณค่าในตนเองในการปฏิบัติบทบาทการเป็นมารดาต่อภาวะซึมเศร้าหลังคลอดในมารดาวัยรุ่น. วิทยานิพนธ์ปริญญาโท.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. http://ethesisarchive.library.tu.ac.th/thesis/2018/TU_2018_5814031026_10743_11263.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี. (2568). รายงานสถิติเด็กเกิดมีชีพและอุบัติการณ์สุขภาพจิตมารดาหลังคลอดรายอำเภอ จังหวัดสุพรรณบุรี ประจำปีงบประมาณ 2568 [เอกสารไม่ได้ตีพิมพ์เผยแพร่].
สุมัจฉรา มานะชีวกุล, ทัศนีย์ ประสพกิตติคุณ, และพรรณรัตน์ แสงเพิ่ม. (2555). ปัจจัยทำนายความเครียดของมารดาในการเลี้ยงดูบุตรวัยทารก. วารสารพยาบาลสาขาสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 30(1), 53-62.
Yang, X., ทัศนา ชูวรรธนปกรณ์, และสุภามณี ลาภสถาพรกุล. (2566). การพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือวัดความพึงพอใจในชีวิตสมรสฉบับภาษาไทยส าหรับสตรีมีครรภ์. วารสารพยาบาลศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 35(1), 45-58.
Beck, C. T. (1996). A meta-analysis of predictors of postpartum depression. Nursing Research, 45(5), 297–303. https://doi.org/10.1097/00006199-199609000-00008
Beck, C. T. (2001). Predictors of postpartum depression: An update. Nursing Research, 50(5), 275–285. https://doi.org/10.1097/00006199-200109000-00004
Galletta, M. A. K., Hashimoto, A. S., Estrambk, G. A., Verardo, I. P. S., Cantagalli, M. H. I., Peres, S. V., & Francisco, R. P. V. (2026). Prevalence of postpartum depression in the COVID-19 pandemic and associated factors: Systematic review and meta-analysis. BMC Pregnancy and Childbirth. https://doi.org/10.1186/s12884-025-08262-z
Hall, L. A., Kotch, J. B., Browne, D., & Rayens, M. K. (1996). Self-esteem as a mediator of the effects of stressors and social resources on depressive symptoms in postpartum mothers. Nursing Research, 45(4), 231–238. https://doi.org/10.1097/00006199-199607000-00007
Hong, S. A., & Buntup, D. (2023). Maternal depression during pregnancy and postpartum period among the Association of Southeast Asian Nations (ASEAN) countries: A scoping review. International Journal of Environmental Research and Public Health, 20(6), 5023. https://doi.org/10.3390/ijerph20065023
Lazarus, R. S., & Folkman, S. (1984). Stress, appraisal, and coping. Springer Publishing Company.
Sornmayura, R., et al. (2024). Prevalence and factors associated with high postpartum depression score using Thai Edinburgh Postnatal Depression Scale in Charoenkrung Pracharak Hospital. Thai Journal of Obstetrics and Gynaecology, 32(3), 225–239.
Surkan, P. J., Kennedy, C. E., Hurley, K. M., & Black, M. M. (2011). Maternal depression and early childhood growth in developing countries: Systematic review and meta-analysis. Bulletin of the World Health Organization, 89(8), 607–615. https://doi.org/10.2471/BLT.11.088187
Wang, Y., Gu, J., Zhang, F., & Xu, X. (2023). The effect of perceived social support on postpartum stress: The mediating roles of marital satisfaction and maternal postnatal attachment. BMC Women’s Health, 23(1), 482. https://doi.org/10.1186/s12905-023-02593-9
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี และคณาจารย์ท่านอื่นๆในวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว