ความคิดเห็นต่อการจัดการมหาวิทยาลัยสวนดุสิตปลอดบุหรี่ของผู้บริหารและคณาจารย์ ในมหาวิทยาลัยสวนดุสิต
Main Article Content
บทคัดย่อ
ความคิดเห็นต่อการจัดการมหาวิทยาลัยสวนดุสิตปลอดบุหรี่ของผู้บริหารและคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยสวนดุสิตนี้ได้จากการสัมภาษณ์ผู้บริหาร และคณาจารย์ ในมหาวิทยาลัยสวนดุสิต จำนวน 7 คน ผู้บริหารและคณาจารย์ได้ให้ความคิดเห็นดังนี้ 1) ผู้บริหารระดับสูงมีส่วนสำคัญมากในการกำหนดนโยบาย หรือมาตรการห้ามสูบบุหรี่ในมหาวิทยาลัยที่มีการตรวจสอบเฝ้าระวังติดตามอย่างเคร่งครัด และกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจน 2) คณาจารย์มีส่วนช่วยในการสร้างจิตสำนึกและแรงจูงใจให้กับนักศึกษาในการเลิกบุหรี่ และ 3) ทุกหน่วยงานต้องร่วมมือกัน และมีส่วนร่วมในการเป็นแกนนำรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ และให้มีการใช้นโยบายอย่างเคร่งครัด แนวทางในการดำเนินงานให้มหาวิทยาลัยสวนดุสิตปลอดบุหรี่ ได้แก่ การปรับทัศนคติและสร้างแรงจูงใจในการ ลด ละ เลิก การสูบบุหรี่ พร้อมทั้งรณรงค์การไม่สูบบุหรี่ และออกมาตรการเชิงนโยบายโดยมหาวิทยาลัยเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติต่อไป
Article Details
เอกสารอ้างอิง
สถานศึกษา. สืบค้นเมื่อ 18 กันยายน 2561, จาก http://tcithaijo.org/index.php/ crujournal/article/
view/28836
รภัทภร เพชรสุข. (2558). ถอดบทเรียนโครงการพัฒนาศูนย์วิทยาศาสตร์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ
สวนดุสิตต้นแบบปลอดบุหรี่. วารสารพยาบาล, 64 (1), 64 – 70.
ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชนโดยสถานศึกษา พ.ศ.
2543. สืบค้นเมื่อ18 กันยายน 2561, จาก http://www.ilchonburi.org/law/lc0017.doc
ลักขณา เติมศิริกุลชัย, มณฑา เก่งการพานิช, ประภาเพ็ญ สุวรรณ และสาโรจน์ นาคจู. (2550). ลงหลักปัก
ฐานสกัดกั้นยาสูบ. กรุงเทพมหานคร: เจริญดีมั่นคงการพิมพ์.
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. (2550). พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ.
2550. สืบค้นเมื่อ18 กันยายน 2561, จาก http://web.krisdika.go.th/lawHeadContent.jsp?
fromPage =lawHeadContent&formatFile=htm&hID=0
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. (2553). พระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ. 2535.
สืบค้นเมื่อ18 กันยายน 2561, จาก http://web.krisdika.go.th/data/law/law2/%A465/%A465-20-
2535-001.pdf
Crist, J. D., & Tanner, C. A. (2003). Interpretation/analysis methods in hermeneutic interpretive
phenomenology. Nursing Research, 52(3), 202-205.