ผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนการรับรู้ภาวะการเจ็บป่วยต่อความร่วมมือในการรับประทานยา และระดับความดันโลหิตในผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงที่ยังไม่มีภาวะแทรกซ้อน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนการรับรู้ภาวะการเจ็บป่วยต่อความร่วมมือในการรับประทานยา และระดับความดันโลหิตในผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงที่ยังไม่มีภาวะแทรกซ้อน กลุ่มตัวอย่างคือผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง อายุ 30-59 ปี ที่เข้ารับการรักษาที่แผนกตรวจผู้ป่วยนอกอายุรกรรมโรคหัวใจ โรงพยาบาลรามาธิบดี จำนวน 44 คน เลือกแบบเจาะจง แบ่งเป็นกลุ่มควบคุม และกลุ่มทดลอง กลุ่มละ 22 คน กลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลตามปกติ ส่วนกลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการปรับเปลี่ยนการรับรู้ภาวะการ เจ็บป่วย ระยะเวลาศึกษา 8 สัปดาห์ เก็บข้อมูลโดยใช้แบบ สอบถามความร่วมมือในการรับประทานยา การรับรู้เกี่ยวกับความเจ็บป่วยฉบับย่อ และความเชื่อเกี่ยวกับการรับประทานยา ตรวจสอบคุณภาพของแบบสอบถามหาค่าความตรงตามเนื้อหาได้เท่ากับ 1.00, 1.00 และ 0.94 ตามลำดับ และหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคได้เท่ากับ 0.77, 0.77 และ 0.83 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติบรรยาย และการทดสอบที ผลการวิจัยพบว่า 1) ค่าเฉลี่ยความร่วมมือในการรับประทานยาในผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงที่ยังไม่มีภาวะแทรกซ้อน ภายหลังได้รับโปรแกรมการปรับเปลี่ยนการรับรู้ภาวะการเจ็บป่วย สูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมการปรับเปลี่ยนการรับรู้ภาวะการเจ็บป่วยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ค่าเฉลี่ยของผลต่างความร่วมมือในการรับประทานยาของผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงที่ยังไม่มีภาวะแทรกซ้อน ในกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมการปรับเปลี่ยนการรับรู้ภาวะการเจ็บป่วย สูงกว่ากลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) ค่าเฉลี่ยระดับความดันโลหิตซิสโตลิกและไดแอสโตลิกของผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงที่ยังไม่มีภาวะแทรกซ้อนภายหลังได้รับโปรแกรมการปรับเปลี่ยนการรับรู้ภาวะการเจ็บป่วย ต่ำกว่าก่อนได้รับโปรแกรมการปรับเปลี่ยนการรับรู้ภาวะการเจ็บป่วยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 4) ค่าเฉลี่ยของผลต่างระดับความดันโลหิต ซิสโตลิกและไดแอสโตลิกของผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงที่ยังไม่มีภาวะแทรกซ้อนในกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมการปรับเปลี่ยนการรับรู้ภาวะการเจ็บป่วย สูงกว่ากลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
Article Details
เอกสารอ้างอิง
อิทธิพลต่อความร่วมมือในการรับประทานยาในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ยังไม่มีภาวะแทรกซ้อน. วารสารมหาวิทยาลัย
นราธิวาสราชนครินทร์, 8(1), 16-26.
ยศพล เหลืองโสมนภา, สาคร พร้อมเพราะ, สมบัติ เหลืองโสมนภา และ ยุพาธร เสือเฒ่า. (2556). อิทธิพลของความเชื่อเกี่ยวกับ
การกินยาต่อความร่วมมือในการกินยาของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงในระดับสูง. วารสารศูนย์การศึกษาแพทยศาสตร์คลินิก
โรงพยาบาลพระปกเกล้า, 30(2), 146-157.
ยศพล เหลืองโสมนภา, สิริรัตน์ เหลืองโสมนภา, สาคร พร้อมเพราะ, ปาลีรัญญ์ ฐาสิรสวัสดิ์, รุ่งนภา เขียวชะอ่ำ และวารุณี
สุวรวัฒนกุล. (2557). การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันแบบสอบถามความเชื่อเกี่ยวกับการกินยาฉบับภาษาไทย.
วารสารศูนย์การศึกษาแพทยศาสตร์คลินิกโรงพยาบาลพระปกเกล้า, 31(4), 297-310.
สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย. (2558). แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2555
ปรับปรุง พ.ศ. 2558. กรุงเทพมหานคร: ฮั่วน้ำพริ้นติ้ง.
Alhalaiqa, F., Deane, K. H. O., Nawafleh, A. H., Clark, A., & Gray, R. (2012). Adherence therapy for medication
non-compliant patients with hypertension: A randomized controlled trial. Journal of Human Hypertension,
26(2), 117-126.
American Heart Association/ American Stoke Association. (2014). High blood pressure statistical fact sheet 2014
update. Retrieved March 18, 2016, from https://www.heart.org/idc/groups/heart-/@wcm/@sop/@
smd/documents/downloadable/ucm_462020.pdf
Broadbent, E., Petrie, K. J., Main, J., & Weinman, J. (2006). The brief illness perception questionnaire. Journal of
Psychosomatic Research, 60, 631-637.
Centers for Disease Control and Prevention. (2016). Effects of high blood pressure. Retrieved May 28, 2017,
from https://www.cdc.gov/bloodpressure/effects.html
Chen, S. L., Tsai, J. C., & Chou, K. R. (2011). Illness perceptions and adherence to therapeutic regimens among
patients with hypertension: A structural modeling approach. International Journal of Nursing Studies, 48(2),
235–245.
Horne, R. (2003). Treatment perceptions and self-regulation. In L. D. Cameron & H. Leventhal (Eds.). The self-
regulation of health and illness behaviour (pp.138-153). New York, NY: Routledge.
Horne, R., & Weinman, J. (2002). Self-regulation and self-management in asthma: Exploring the role of illness
perceptions and treatment beliefs in explaining non-adherence to preventer medication. Psychology and Health,
17(1), 17-32.
Horne, R., Weinman, J., & Hankins, M. (1999). The beliefs about medicines questionnaire: The development and
evaluation of a new method for assessing the cognitive representation of medication. Psychology and Health,
14, 1-24.
Lewis, L. M., Askie, P., Randleman, S., & Shelton-Dunston, B. (2010). Medication adherence beliefs of community-
dwelling hypertensive African Americans. Journal of Cardiovascular Nursing, 25(3), 199-206.