ผลของโปรแกรมพัฒนาพฤติกรรมดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวาน อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมดูแลตนเอง ระดับน้ำตาลในเลือด และความดันโลหิต ของผู้ป่วยโรคเบาหวานกลุ่มทดลอง ก่อนและหลังได้รับโปรแกรม และระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ หลังได้รับโปรแกรม กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ และมารับการรักษาที่คลินิกโรคเรื้อรัง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองหมีและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโพนงาม อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร เลือกแบบเจาะจง แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง และกลุ่มเปรียบเทียบ กลุ่มละ 35 คน โดยการจับคู่ เครื่องมือวิจัย ได้แก่ 1) โปรแกรมพัฒนาพฤติกรรมดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นตามทฤษฎีการดูแลตนเองของโอเร็ม
2) แบบสอบถาม ข้อมูลทั่วไปและพฤติกรรมดูแลตนเอง มีค่าดัชนีความตรงเชิงเนื้อหา 0.96 ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบาค 0.92 3) เครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือด และเครื่องวัดความดันโลหิตชนิดดิจิทัล วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา การทดสอบที วิลคอกซันแมทซ์แพร์สซายน์แรงค์ และแมนวิทนีย์ยู ผลการวิจัย พบว่า 1) หลังได้รับโปรแกรม กลุ่มทดลองมีพฤติกรรมดูแลตนเองโดยรวม สูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมและเพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ มีพฤติกรรมดูแลตนเองด้านการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายสูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมและกลุ่มเปรียบเทียบ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนด้านการรับประทานยาไม่แตกต่างจากกลุ่มเปรียบเทียบ 2) หลังได้รับโปรแกรม กลุ่มทดลองมีระดับน้ำตาลในเลือดจากปลายนิ้ว น้ำตาลเฉลี่ยสะสม ต่ำกว่าก่อนได้รับโปรแกรมและกลุ่มเปรียบเทียบ มีความดันโลหิตซีสโตลิกต่ำกว่าก่อนได้รับโปรแกรม แต่ไม่แตกต่างจากกลุ่มเปรียบเทียบ มีความดันโลหิตไดแอสโตลิกสูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรม แต่ไม่แตกต่างจากกลุ่มเปรียบเทียบ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค. (2558). รายงานสถานการณ์โรคไม่ติดต่อที่สำคัญ. นนทบุรี: ผู้แต่ง.
กระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค สำนักโรคไม่ติดต่อ. (2558). อัตราป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อที่สำคัญ
นนทบุรี: ผู้แต่ง.
ชัยนิตย์ อินทร์งาม. (2553). การสร้างเสริมพลังเกี่ยวกับการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวาน จังหวัดอุบลราชธานี (วิทยานิพนธ์
ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์). มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี, อุดรธานี.
บุญใจ ศรีสถิตย์นรากูร. (2553). ระเบียบวิธีการวิจัยทางพยาบาลศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: ยู แอนด์ไอ อินเตอร์มีเดีย.
มยุรี สมอาษา. (2551). รูปแบบการสร้างพลังต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานชนิดไม่
พึ่งอินซูลิน ศูนย์สุขภาพชุมชนหนองแก้ว ตำบลหนองแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด
(วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์). มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาสารคาม.
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองหมี. (2560). ผลการปฏิบัติงานประจำปี. ยโสธร: ผู้แต่ง.
สมคิด อ่อนปรางค์. (2552). ประสิทธิผลของรูปแบบการเสริมสร้างพลังอำนาจในการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวานในคลินิกเบา
หวาน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์). มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาสารคาม.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร. (2561). ผลการปฏิบัติงานประจำปี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร. ยโสธร: พิมพ์ดีการพิมพ์.
สำนักงานสาธารณสุขอำเภอกุดชุม. (2561). ผลการปฏิบัติงานประจำปี สำนักงานสาธารณสุขอำเภอกุดชุม.
ยโสธร: กุดชุมการพิมพ์.
American Diabetes Association. (2017). Classification and diagnosis of diabetes. Diabetes Care, 40(Supplement
, S11 - S24.
Deakin, T., Mcshane, C., Cade, J., & Williams, R. (2005). Group based training for self-management strategies in
people with type 2 Diabetes Mellitus. Cochrane Database Systematic Reviews.18(2). CD003417.
Retrieved May 29, 2018, from https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3418213/
Fritz, T., & Rosenqvist, U. (2006). Walking for exercise immediate effect on blood glucose level in type 2 diabetes.
Scandinavian Journal of Primary Health Care, 19(1), 31-33.
International Diabetes Federation. (2015). IDF diabetes atlas (7th ed.). Retrieved March 10, 2018 from
Loreto, C., Fanelli, C., Lucidi, P., Murdolo, G., Cicco, A., Parlanti, N., . .. Feo, P. (2005). Make your diabetic patients
walk: Long-term impact of different amounts of physical activity on type 2 diabetes. Diabetes Care,
(6), 295-302.
Orem, E., Taylor, S. G., & Renpenning. K. M. (2001). Nursing: Concepts of practice (6th ed). St. Louis: Mosby.
Shi, Q., Ostwald, S. K., & Wang, S. (2009). Improving glycaemic control self-efficacy and glycaemic control
behavior in Chinese patients with Type 2 diabetes mellitus: Randomised controlled trial. Journal of
Clinical Nursing, 19(1), 398-404.