ผลของการประยุกต์แบบจำลองการดูแลระยะเปลี่ยนผ่านเพื่อชะลอภาวะไตเสื่อมในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่มีภาวะความดันโลหิตสูง

Main Article Content

วไลลักษณ์ มั่นคง
นงพิมล นิมิตรอานันท์
ศศิธร รุจนเวช

บทคัดย่อ

   


การวิจัยแบบกึ่งทดลอง แบบหนึ่งกลุ่มวัดผลก่อน-หลังการทดลอง  มีวัตถุ ประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความรู้ พฤติกรรมการจัด การตนเองเพื่อชะลอไตเสื่อม และผลลัพธ์ทางคลินิกในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่มีภาวะความดันโลหิตสูง  กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3-4 ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง จำนวน 20 ราย ได้เข้าร่วมโปรแกรมการดูแลระยะเปลี่ยนผ่านที่เน้นบทบาทของพยาบาลผู้ดูแลระยะเปลี่ยนผ่านและแผนการดูแลรายกรณี ระยะเวลา 8 สัปดาห์ เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแบบวัดความรู้และแบบสัมภาษณ์พฤติกรรมการจัดการตนเองเพื่อชะลอไตเสื่อมที่ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ มีค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.71 และ 0.80 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา การทดสอบวิลค็อกซัน ซายน์ แรงค์  และการทดสอบที ผลการวิจัย พบว่าหลังการทด ลอง กลุ่มตัวอย่างมีค่าเฉลี่ยลำดับที่ความรู้เพิ่มขึ้น 15 คน คงที่ 4 คน ลดลง 1 คน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  ด้านที่มีคะแนนเพิ่มมากที่สุดคือการทำหน้าที่ของไต ค่าเฉลี่ยลำดับที่พฤติกรรมการจัดการตนเองเพื่อชะลอไตเสื่อมเพิ่มขึ้น 15 คน คงที่ 2 คน ลดลง 3 คน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  ด้านที่มีคะแนนเพิ่มขึ้นมากที่สุดคือ การใช้ยา  ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของผลลัพธ์ทางคลินิก

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
มั่นคง ว. ., นิมิตรอานันท์ น. ., & รุจนเวช ศ. . . (2024). ผลของการประยุกต์แบบจำลองการดูแลระยะเปลี่ยนผ่านเพื่อชะลอภาวะไตเสื่อมในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่มีภาวะความดันโลหิตสูง. วารสารพยาบาล, 73(4), 21–30. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TJN/article/view/267172
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กัลปังหา โชสิวสกุล และ แสงทอง ธีระทองคำ. (2563). การดูแลแบบองค์รวมชนิดประคับประคองในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะท้ายที่รักษาแบบไม่ล้างไต: กรณีศึกษา. วารสารสภาการพยาบาล, 35(4), 5-17.

กระทรวงสาธารณสุข คณะกรรมการอำนวยการจัดทำแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่12 (พ.ศ. 2560-2564). (2560). แผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่12 (พ.ศ. 2560-2564). กระทรวงสาธารณสุข.

ปิยะดา ด้วงพิบูลย์. (2565). การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างทักษะในการจัดการตนเองด้านพฤติกรรมการรับประทานอาหารเพื่อการชะลอไตเสื่อมในผู้ป่วยไตเรื้อรังคลินิกชะลอไตเสื่อมโรงพยาบาลวัดเพลง. วารสารวิจัยเพื่อการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิต, 2(3), 13-24.

รัตตินันท์ สิงห์ประเสริฐ, นิโรบล กนกสุนทรรัตน, และวรวรรณ ชัยลิมปมนตรี. (2561). ผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยพยาบาลผู้ปฏิบัติการขั้นสูงต่อผลลัพธ์ทางคลินิกในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังก่อนได้รับการบำบัดทดแทนไต. วารสารการปฏิบัติการพยาบาลและการผดุงครรภ์ไทย, 5(1), 57-74.

วนิดา พงษ์ศักดิ์ชาติ. (2563). การคำนวณหาขนาดตัวอย่างเพื่องานวิจัย. หน่วยบริการข้อมูลสารสนเทศ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.

ศรสวรรค์ สุวรรณภักดี และ อาทิตยา วังวนสินธุ์. (2563). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อชะลอไตเสื่อมของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ตำบลปลักแรด อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก. วารสารควบคุมโรค, 47, 655-663.

สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย. (2560). คำแนะนำสำหรับการดูแลรักษาโรคไตเรื้อรังแบบองค์รวมชนิดประคับประคอง พ.ศ.2560. เท็กซ์ แอนด์ เจอร์นัล พับลิเคชัน.

สุรัสวดี พนมแก่น. (2559). บทบาทพยาบาลในการป้องกันโรคไตเรื้อรังในผู้ป่วยโรคเบาหวาน. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 34(4), 14-18.

อติเทพ ผาติอภินันท์, ทิพา ต่อสกุลแก้ว, และวีนัส ลีฬหกุล. (2561). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่มีโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3 ต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองและความดันโลหิต. วารสารพยาบาลโรคหัวใจและทรวงอก, 29(2), 12-27.

อัมพรพรรณ ธีรานุตร, นงลักษณ์ เมธากาญจนศักดิ์, ปัทมา สุริต, วาสนา รวยสูงเนิน, ดลวิวัฒน์ แสนโสม, จันทร์โท ศรีนา, ดวงใจ อดิศักดิ์สดใส, และนวลอนงค์ สุดจอม. (2560). การพัฒนาระบบบริการสุขภาพเพื่อชะลอการล้างไตในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.

Hirschman, K. B, Shaid, E., McCauley, K., Pauly, M. V., & Naylor, M. D. (2015). Continuity of care: The transitional care model. Online Journal of Issues in Nursing, 20(3), 1-16.

Kidney Disease-Improving Global Outcomes (KDIGO). (2021). KDIGO 2021 Clinical practice guideline for the management of blood pressure in chronic kidney disease. Kidney International, 99(3S), S1-S87. https://doi.org/10.1016/j.kint.2020.11.003

Naylor, M. D., Brooten, D. A., Campbell, R. L., Maislin, G., McCauley, K .M., Schwartz, J. S. (2004). Transitional care of older adults hospitalized with heart failure: A randomized, controlled trial. Journal of the American Geriatrics Society, 52(5), 675-684. https://doi.org/10.1111/j.1532-5415.2004. 52202.x

Naylor, M. D., & Toles, M. (2021). The challenge of providing evidence-based transitional care, Investigación en Enfermería: Imagen y Desarrollo, 23, 1-2. https://doi.org/10.11144/ Javeriana.ie23 .cpet

Scarponi, D., Cammaroto, V., Pasini, A., LaScola, La Scola, C., Mencarelli, F., Bertulli, C., Busutti, M., La Manna, G., & Pession, A. (2021). Multidisciplinarity in transition pathways for patients with kidney disease: The current state of play. Frontiers in Pediatrics, 9, Article 689758. tps://doi.org/10.3389/fped.2021.689758