ความสัมพันธ์ระหว่างต้นทุนชีวิตกับระยะเวลาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวของมารดาหลังคลอดในจังหวัดเชียงราย

Main Article Content

สร้อยฟ้า ปิ่นสุวรรณ
ชมพูนุช โสภาจารีย์
อำไพ จารุวัชพาณิชกุล
อรนลิน สิงขรณ์
ธีริศ เทพเฉลิม
สุริยเดว ทรีปาตี

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงสหสัมพันธ์นี้มุ่งศึกษาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว สถานการณ์ต้นทุนชีวิต และหาความสัมพันธ์ระหว่างต้นทุนชีวิตกับระยะเวลาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวของมารดาหลังคลอดในจังหวัดเชียงราย กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 408 ราย เลือกแบบเจาะจง เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถาม 3 ส่วนคือ     1) แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล 2) แบบสอบการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่  มีค่าดัชนีความตรงเชิงเนื้อหา เท่ากับ  0.86 และ 0.92 ตามลำดับ และ 3) แบบสอบถามต้นทุนชีวิต มีค่าดัชนีความตรงเชิงเนื้อหา เท่ากับ 0.80 ได้ค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.93  เก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างเดือน มกราคม - มีนาคม พ.ศ. 2567  วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงบรรยาย และสหสัมพันธ์เชิงอันดับของสเปียร์แมน ผลการศึกษาพบว่า มารดาหลังคลอดที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวนานกว่า 6 เดือน มีร้อยละ 30.15  มีระยะเวลาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวนานเฉลี่ย 3.99 เดือน (SD = 1.77) มีต้นทุนชีวิตในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (M = 1.65, SD = 0.98) ระยะเวลาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวมีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับสูงกับต้นทุนชีวิตโดยรวม (rs = 0.89) และกับต้นทุนชีวิตด้านพลังสร้างปัญญา พลังชุมชน และพลังเพื่อนและกิจกรรม และมีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับปานกลางกับต้นทุนชีวิตด้านพลังตัวตน และพลังครอบครัว อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ปิ่นสุวรรณ ส. ., โสภาจารีย์ ช. ., จารุวัชพาณิชกุล อ., สิงขรณ์ อ. ., เทพเฉลิม ธ., & ทรีปาตี ส. . (2024). ความสัมพันธ์ระหว่างต้นทุนชีวิตกับระยะเวลาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวของมารดาหลังคลอดในจังหวัดเชียงราย. วารสารพยาบาล, 73(4), 59–68. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TJN/article/view/269758
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงสาธารณสุข สำนักส่งเสริมสุขภาพ. (2565, 31 พฤษภาคม). สถิติสุขภาพมารดาและเด็กปี 2565. https://hp.anamai.moph.go.th/th/ maternalmortalityratio/...&usg=AOvVaw2EvxgWpaNCgWr5cmK ouYu5

กุสุมาลี โพธิปัสสา, วิยะดา ทิพม่อม, และกิติยาพร สังฆศรีสมบัติ. (2565). ปัจจัยที่มีผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมมารดาอย่างเดียว 6 เดือนในทารกแรกเกิด: การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ. วารสารโรงพยาบาลสกลนคร, 25(3). 154-167.

คริษฐา อ่อนแก้ว. (2566). การศึกษาต้นทุนชีวิตของเด็กและเยาวชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย. สักทอง: วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ (สทมส.), 29(2), 221-235.

นวพร มามาก, สุภาวดี นาคสุขุม, วันเพ็ญ ถี่ถ้วน, อรวรรณ ดวงใจ, และวงค์ชญพจณ์ พรหมศิลา. (2567). สภาพการณ์เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน ในมารดาหลังคลอดบุตรคนแรก, วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 9(2), 391-398.

พงค์สุวรรณ สมาแฮ, ศิริยุพา สนั่นเรืองศักดิ์, และนฤมล ธีระรังสิกุล. (2563). ปัจจัยทำนายความตั้งใจในการให้นมแม่แก่ทารกเกิดก่อนกำหนดของมารดามุสลิม. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 28(3), 102-112.

สินี กะราลัย, อัมพร เนียมกุลรักษ์, สาวิกา ใจบริสุทธิกุล, และรัชนีกร พยัคฆะโส. (2564). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวของมารดาที่มีบุตรคนแรก. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 29(3), 54-63.

สุริยเดว ทรีปาตี. (2553). คู่มือการใช้แบบสำรวจต้นทุนชีวิต (พิมพ์ครั้งที่ 2). แอ๊ปป้า พรินติ้ง กรุ๊ป.

อัจฉโรบล แสงประเสริฐ และ ปิ่นแก้ว โชติอำนวย. (2566). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือน ของมารดาที่ผ่าตัดคลอดแบบฉุกเฉิน. วารสารแพทย์เขต 4-5, 42(4), 541-551.

Best, J. W. (1977). Research in education (3rd ed.). Prentice-Hall.

Collier, J. E. (2020). Applied structural equation modeling using AMOS: Basic to advanced techniques. Routledge.

Demirtas, B. (2012). Strategies to support breastfeeding: A review. International Nursing Review, 59(4), 474-481. https://doi.org/10.1111/j.1466-7657.2012.01017.x

Field, A. (2018). Discovering statistics using IBM SPSS Statistics (5th ed.). SAGE.

Grant, A., Pell, B., Copeland, L., Brown, A., Ellis, R., Morris, D., Williams, D., & Phillips, R. (2022). Views and experience of breastfeeding in public: A qualitative systematic review. Maternal & Child Nutrition, 18(4), Article e13407. https://doi.org/10.1111/mcn.13407

Masruroh, N., & Istianah, N. Z. (2019). Family support for increasing exclusive breastfeeding. Jurnal Aisyah: Jurnal Ilmu Kesehatan, 4(1), 59-62. https://doi.org/10.30604/jika.v4i1.194

Meek, J. Y., Noble, L., & Section on Breastfeeding. (2022). Policy statement: Breastfeeding and the use of human milk. Pediatrics, 150(1), Article e2022057988. https://doi.org/10.1542/peds.2022-057988

Polit, D. F. (2014). Statistics and data analysis for nursing research (Pearson new international edition). Pearson.

Theodorah, D. Z., & Mc’Deline, R. N. (2021). The kind of support that matters to exclusive breastfeeding a qualitative study. BMC Pregnancy and Childbirth, 21, Article 119. https://doi.org/10.1186/s12884-021-03590-2

Wu, Q., Tang, N., & Wacharasin, C. (2022). Factors influencing exclusive breastfeeding for 6 months postpartum: A systematic review. International Journal of Nursing Knowledge, 33(4), 209-303. https://doi.org/10.1111/2047-3095.12360

Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis. Harper & Row.

Yuen, M., Hall, O. J., Masters, G. A., Nephew, B. C., Carr, C., Leung, K., Griffen, A., McIntyre, L., Byatt, N., & Moore Simas, T. A. (2022). The effects of breastfeeding on maternal mental health: A systematic review. Journal of Women's Health (2002), 31(6), 787–807. https://doi.org/10.1089/jwh.2021.0504

Zulkarnaini, Z., Hernita, H., & Ardilla, A. (2023). The relationship between breastfeeding self-efficacy and the success of exclusive breastfeeding. Jurnal Ilmiah Keperawatan Orthopedi, 7(1), 1-7.

https://doi.org/10.46749/jiko.v7i1.121