ผลของโปรแกรมการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อความรู้การป้องกันโรคหลอดเลือดสมองและความรอบรู้ด้านสุขภาพของกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองในจังหวัดอุบลราชธานี

Main Article Content

พรธิรา บุญฉวี
ลักขนา ชอบเสียง
ศฎาวุฒิ คุ้มครอง
สุธาวี แคนตะ
สุนิตา กระสังข์
สุพรีรญา บุญสุภา
สุเมธ ลีพรม

บทคัดย่อ

การวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดก่อนและหลังทดลองมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อความรู้การป้องกันโรคหลอดเลือดสมองและความรอบรู้ด้านสุขภาพของกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองในจังหวัดอุบลราชธานี กลุ่มตัวอย่างจำนวน 56 คน เลือกแบบเจาะจงโดยเป็นผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูงหรือไขมันในเลือดสูงที่มีคะแนนความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่าร้อยละ10  แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 28 คน กลุ่มเปรียบเทียบ 28 คน กลุ่มทดลองได้รับโปร แกรมการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ ส่วนกลุ่มเปรียบเทียบได้รับการพยาบาลปกติ เครื่องมือวิจัยได้แก่ แบบทดสอบความรู้การป้องกันโรคหลอดเลือดสมองและแบบสอบถามความรอบรู้ด้านสุขภาพซึ่งมีค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหา เท่ากับ 0.95 และ 0.85 และค่าสัมประสิทธิ์ความเที่ยง เท่ากับ 0.80 (KR-20) และ 0.87 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณ นา และการทดสอบที ผลการวิจัยพบว่าภายหลังเข้าร่วมโปรแกรมการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยความรู้การป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง (M = 19.92, SD = 0.26) มากกว่าก่อนได้รับโปรแกรมฯ (t = -7.517 ) และมากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ (t = 11.263) และมีคะแนนเฉลี่ยความรอบรู้ด้านสุขภาพ (M = 52.57, SD = 3.57) มากกว่าก่อนได้รับโปรแกรม ฯ (t = -6.884)  และมากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ (t = 5.701) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
บุญฉวี พ., ชอบเสียง ล., คุ้มครอง ศ., แคนตะ ส., กระสังข์ ส., บุญสุภา ส., & ลีพรม ส. (2026). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อความรู้การป้องกันโรคหลอดเลือดสมองและความรอบรู้ด้านสุขภาพของกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองในจังหวัดอุบลราชธานี. วารสารพยาบาล, 75(1), 21–30. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TJN/article/view/277066
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงสาธารณสุข ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ. (2567). ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวาน และ/หรือ ความดันโลหิตสูงที่มี CVD Risk ≥ 20% ในช่วงไตรมาส 1, 2 และมีผล CVD Risk ลดลงเป็น 20% ในไตรมาส 3, 4. https://hdc.moph.go.th/center/public/standard-report-detail/cb65de9ec5fa4e5987b43da669b2280d

กัญญาวีญ์ ต้นสวรรค์ และ อุษนีย์ รามฤทธิ์. (2566). การส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่มีภาวะเสี่ยงสูง. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน,. 8(1), 143–152.

กฤศภณ เทพอินทร์, สุทธีพร มูลศาสตร์, และ นภาเพ็ญ จันทขัมมา. (2562). ประสิทธิผลของโปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมความดันโลหิตไม่ได้. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข, 13(3), 431–442.

บุญใจ ศรีสถิตย์นรากูร. (2553). ระเบียบวิธีการวิจัยทางพยาบาลศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 5). ยูแอนด์ไออินเตอร์มีเดีย.

พรธิรา บุญฉวี และ ปชาณัฏฐ์ นันไทยทวีกุล. (2567). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะฟื้นฟูสภาพ. วารสารพยาบาล, 73(2), 51-60.

มหาวิทยาลัยมหิดล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี. (2559). แบบประเมินความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดออนไลน์. https://www.rama.mahidol.ac.th/cardio_vascular_risk/th/news/announcement/08012016-1000

วนิดา ศรีพรหมษา, ณัฐรุจา เนตรภักดี, อิสรีย์ ปัดภัย, รุ่งนภา ประยูรศิริศักดิ์, และ ชัญญาวีร์ ไชยวงศ์. (2566). ความรอบรู้ด้านสุขภาพของผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองในชุมชนความรอบรู้ด้านสุขภาพของผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองในชุมชน.วารสารเกื้อการุณย์, 30(2), 179-196.

สุวรรณา หล่อโลหการ และ ประพรศรี นรินทร์รักษ์. (2564). ความรอบรู้ด้านสุขภาพ พฤติกรรมสุขภาพ และ คุณภาพชีวิตของอาสาสมัครสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 30(3), 414-422.

สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กองยุทธศาสตร์และแผนงาน. (2568). สถิติสาธารณสุข 2566. https://spd.moph.go.th/public-health-statistics

อังศินันท์ อินทรกำแหง. (2560). ความรอบรู้ด้านสุขภาพ: การวัดและการพัฒนา. สุขุมวิทการพิมพ์.

Bushnell, C., Kernan, W. N., Sharrief, A. Z., Chaturvedi, S., Cole, J. W., Cornwell, W. K., Cosby-Gaither, C., Doyle, S., Goldstein, L. B., Lennon, O., Levine, D. A., Love, M., Miller, E., Nguyen-Huynh, M., Rasmussen-Winkler, J., Rexrode, K. M., Rosendale, N., Sarma, S., Shimbo, D., . . . Whelton, P. K. (2024). 2024 Guideline for the primary prevention of stroke: A guideline from the American Heart Association/American Stroke Association. Stroke, 55(12), Article e344-e424. https://doi.org/10.1161/STR.0000000000000475

Feigin, V. L., Brainin, M., Norrving, B., Martins, S. O., Pandian, J., Lindsay, P., Grupper, M. F., Rautalin, I., Asplund, K., Nikiforov, S., Korja, M., Piradov, M. A., Thrift, A. G., & Kim, D. (2025). World Stroke Organization: Global Stroke Fact Sheet 2025. International Journal of Stroke, 20(2), 132–144. https://doi.org/10.1177/17474930241308142

GBD 2021 Stroke Risk Factor Collaborators. (2024). Global, regional, and national burden of stroke and its risk factors, 1990-2021: A systematic analysis for the Global Burden of Disease Study 2021. The Lancet Neurology, 23(10), 973–1003. https://doi.org/10.1016/S1474-4422(24)00369-7

Polit, D. F. & Beck, C. T. (2004). Nursing research: Principles and methods (7th ed.). Lippincott Williams & Wilkins.

Sorensen, K., Van den Broucke, S., Fullam, J., Doyle, G., Pelikan, J., Slonska, Z., Brand, H., & Consortium Health Literacy Project European. (2012). Health literacy and public health: A systematic review and integration of definitions and models. BMC Public Health, 12, Article 80. https://doi.org/10.1186/1471-2458-12-80

Walle-Hansen, M. M., Hagberg, G., Myrstad, M., Berge, T., Vigen, T., Ihle-Hansen, H., Thommessen, B., Ariansen, I., Lyngbakken, M. N., Røsjø, H., Rønning, O. M., Tveit, A., & Ihle-Hansen, H. (2024). Systolic blood pressure at age 40 and 30-year stroke risk in men and women. Open Heart, 11(2). 1-8.