พฤติกรรมการประกอบกิจกรรมทางกายและพฤติกรรมเนือยนิ่งของบุคลากร โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
คำสำคัญ:
พฤติกรรม, กิจกรรมทางกาย, พฤติกรรมเนือยนิ่ง, บุคลากร โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติบทคัดย่อ
บทนำ : การมีกิจกรรมทางกายที่ไม่เพียงพอและพฤติกรรมเนือยนิ่ง เช่น การนั่งต่อเนื่องเป็นเวลานาน เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases: NCDs) โดยเฉพาะโรคอ้วนลงพุง เบาหวาน และโรคหัวใจ บุคลากรโรงพยาบาลในฐานะบุคลากรทางการแพทย์ควรมีบทบาทเป็นต้นแบบด้านสุขภาพที่ดี เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือและส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพ
วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบพฤติกรรมการประกอบกิจกรรมทางกายและพฤติกรรมเนือยนิ่งของบุคลากรโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จำแนกตามเพศ อายุ และสถานภาพสมรส
วิธีดำเนินการวิจัย : การวิจัยเป็นการศึกษาเชิงสำรวจ กลุ่มตัวอย่างคือบุคลากรโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จำนวน 364 คน ได้จากการสุ่มแบบอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถามกิจกรรมทางกายระดับโลก (Global Physical Activity Questionnaire: GPAQ) การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และร้อยละ รวมถึงสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ t-test, one-way ANOVA และการเปรียบเทียบรายคู่ด้วยวิธี (Scheffe’s) โดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ 0.05
ผลการศึกษา : บุคลากรมีพฤติกรรมการประกอบกิจกรรมทางกายโดยรวมอยู่ในระดับน้อย (ร้อยละ 82.42) กิจกรรมทางกายด้านการทำงานอยู่ในระดับปานกลาง (ร้อยละ 51.92) ส่วนด้านการเดินทางและนันทนาการอยู่ในระดับน้อย (ร้อยละ 60.99 และ 69.23 ตามลำดับ) สำหรับพฤติกรรมเนือยนิ่ง พบว่ามีการนั่งต่อเนื่องเกิน 2 ชั่วโมงในบางวัน (ร้อยละ 42.86) เมื่อเปรียบเทียบตามเพศและสถานภาพสมรสไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ขณะที่อายุสัมพันธ์กับกิจกรรมทางกายด้านการทำงาน โดยกลุ่มอายุ 20–30 ปี แตกต่างจาก 30–40 ปี และกลุ่มอายุ 30–40 ปี แตกต่างจาก 40–50 ปี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 (Scheffe’s test) ตัวแปรอื่น ๆ ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ 0.05
สรุปผล : บุคลากรส่วนใหญ่มีพฤติกรรมกิจกรรมทางกายในระดับน้อย โดยเฉพาะด้านการเดินทางและนันทนาการ และยังมีพฤติกรรมเนือยนิ่งจากการนั่งต่อเนื่องในบางวัน จึงควรส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายระหว่างการทำงานและพัฒนากิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในโรงพยาบาล เพื่อเสริมสร้างบทบาทการเป็นต้นแบบสุขภาพที่ดีของบุคลากรทางการแพทย์
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. ผลการดำเนินงานขอกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566.[อินเตอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 18 พฤศจิกายน 2566]; เข้าถึงได้จาก: https://www.mots.go.th.news/category/55.
U.S. Department of Health and Human Services. Physical Activity Guidelines for mericans, 2nd edition. 2018.
ฉัตรตระกูล ปานอุทัย. กิจกรรมทางกายแบบออนไลน์ที่ส่งผลต่อสมรรถภาพทางกาย ความฉลาดทางอารมณ์และคุณภาพชีวิตของเยาวชน. วารสารมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ. 2567;16(3): 35-46.
ธิติ ญานปรีชาเศรษฐ. โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมเนือยนิ่งของนักศึกษาระดับปริญญาตรี. วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร. 2561;11(3): 1-14.
ศูนย์ตรวจสุขภาพธรรมศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ. รายงานผลตรวจสุขภาพ พนักงานโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ .งานรักสุขภาพ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ. 2566; 1-7
Yamane,T.,Statistics:An Introductory Analysis, 2nd Edition, New York: Harper and Row. 1967.
กองออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ. กิจกรรมทางกาย (Physical Activity). [อินเตอร์เน็ต]. 2561. [เข้าถึงเมื่อ 21 พฤศจิกายน 2566]; เข้าถึงได้จาก : http://dental2.anamai.moph.go.th/download/article/.pdf
วนิดา วิสุทธิพานิช, กฤช สีทองอิน และสุพิชชา วงศ์อนุการ. การทดสอบคุณภาพ แบบสอบถาม กิจกรรมทางกายนานาชาติฉบบสั้น สำหรับประชากรไทยช่วงอายุ 15-65 ปี. วารสารคณะพลศึกษา 2555; 15(ฉบับพิเศษ): 427-438.
World Health Organization. Global Physical Activity Questionnaire (GPAQ). [internet] 2021. [Cited October 18, 2023]; Available From: https://www.
who.int/publications/m/item/global-physical activity-questionnaire.
ช่อนภา สิทธิ์ธัง. การสำรวจกิจกรรมทางกายและพฤติกรรมเนือยนิ่งของบุคลากรสายสนับสนุนในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. [วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต] กรุงเทพมหานคร; 2563.
ณัฐพงษ์ อัญชลี และเบญจา มุกตพันธุ์. วิถีชีวิตและปัจจัยส่วนบุคคลที่สัมพันธ์กับภาวะโภชนาการเกินของบุคลากรสายสนับสนุนมหาวิทยาลัยขอนแก่น. ศรีนครินทร์เวชสาร. 2563;35(1): 89-97.
นุชราภรณ์ เลี้ยงรื่นรมย์ และคณะ. คนไทยมีกิจกรรมทางกายเพียงพอตามเกณฑ์หรือไม่. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข. 2560;11(2): 205-220.
ดุลยา จิตตะยโศธร. บทบาททางเพศในทัศนะของนักจิตวิทยา. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. 2551;28(1): 195-208.
Matsushita, M., Harada, K., & Arao, T. Socioeconomic position and work, travel, and recreation-related physical activity in Japanese adults: a cross-sectional study. BMC public health, 2015;15(1): 1-7.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.