ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับผลการมองเห็นที่ไม่ดีในภาวะลูกตาแตกที่โรงพยาบาลทุ่งสง
คำสำคัญ:
ภาวะลูกตาแตก, ผลการมองเห็น, อายุบทคัดย่อ
บทคัดย่อ
ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับผลการมองเห็นที่ไม่ดีในภาวะลูกตาแตกที่โรงพยาบาลทุ่งสง
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็นที่ไม่ดีขึ้นหลังการรักษาผู้ป่วยลูกตาแตกในโรงพยาบาลทุ่งสง
วิธีการ: การศึกษาเชิงวิเคราะห์ เก็บข้อมูลย้อนหลัง ของผู้ป่วยที่มีภาวะลูกตาแตก ที่รักษาตัวในหอผู้ป่วยกลุ่มงานจักษุวิทยา
โรงพยาบาลทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2552 ถึง 31 ธันวาคม พ.ศ. 2559 โดยใช้การ
วิเคราะห์แบบตัวแปรเดียว และหลายตัวแปรร่วมกันในการหาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับผลการมองเห็นของผู้ป่วย
ผลการศึกษา: ได้มีการเก็บข้อมูลผู้ป่วยลูกตาแตกในตอนแรก 125 ราย แต่มีเพียง 59 รายที่มีข้อมูลครบถ้วนที่สามารถ
นำมาวิเคราะห์ผลได้ โดยส่วนใหญ่เป็นเพศชาย (83.2 %), อายุ 20-49 ปี (59.2 %). จากการวิเคราะห์แบบหลายตัวแปร
(multivariable analysis) พบว่าผู้ป่วยจำนวน 41 (69.5%) และ 18 (30.5 %) รายผลการรักษาที่ดีขึ้น และไม่ดีขึ้นตาม
ลำดับ โดยพบว่าค่า adjusted odds ratio (95 % CI) ของผู้ป่วยที่อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปที่ผลการรักษาไม่ดีขึ้น เท่ากับ 4.18
(1.06, 16.51) ค่า พื้นที่ใต้กราฟ ROC (95 % CI) ของอายุในการทำนายผลการรักษาไม่ดีขึ้น เท่ากับ 0.74 (0.62, 0.87)
สรุป: อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป เป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็นที่ไม่ดีขึ้นหลังจากเกิดภาวะลูกตาแตก
เอกสารอ้างอิง
ศุภานัน สุขมาก. ภาวะลูกตาแตกในโรงพยาบาลทุ่งสง. จักษุเวชสาร 2558;29:28-32.
Derek KY, Kunal KD, Mary MS. The Wills eye manual. 4th ed. Philadelphia: Williams & Wilkins; 2004. p. 35-6.
วารุณีย์ เดชพงษพิลาศ. อุบัติเหตุทางตาในโรงพยาบาลสุโขทัย ปีงบประมาณ 2545-2547. พุทธชินราชเวชสาร 2548;22:48-54.
Greiner M, Pfeiffer D, Smith R. Principles and practical application of the receiver-operating characteristic analysis for diagnostic tests. Preventive Veterinary
Medicine. 2000;45(1-2):23-41.
ญาณี เจียมไชยศรี. อุบัติเหตุต่อตา ป้องกันได้หรือไม่. จักษุเวชสาร 2533;4:13-5.
โกศล คำพิทักษ์. อุบัติเหตุทางตา. วารสารจักษุสาธารณสุข 2543;1:19-24.
Kuhn, MV, Morris BA. Epidemiology of severe eye injuries. United States Eye Injury Registry (USEIR) and Hungarian Eye Injury Registry. Ophthalmology
;95:332-43.
Bressler NM. Age-related macular degeneration Is the leading cause of blindness. JAMA. 2004;291(15):1900-1.DOI: 10.1001/jama.291.15.1900
Lee CM, Afshari NA. The global state of cataract blindness. Curr Opin Ophthalmol. 2017;28(1):98-103.
Meng Y, Yan H. Prognostic factors for open globe injuries and correlation of ocular trauma score in Tianjin, China. J Ophthalmol. 2015;2015.
Fujikawa A, Mohamed YH, Kinoshita H, Matsumoto M, Uematsu M, Tsuiki E, et al. Visual outcomes and prognostic factors in open-globe injuries. BMC
Ophthalmol. 2018;18(1):138.
Ehlers JP, Kunimoto DY, Ittoop S, Maguire JI, Ho AC, Regillo CD. Metallic intraocular foreign bodies: characteristics, interventions, and prognostic
factors for visual outcome and globe survival. Am J Ophthalmol. 2008 Sep 1;146(3):427-33.
Scott R. The ocular trauma score. Community Eye Health. 2015;28(91):44.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
วารสารจักษุวิทยาไทย (TJO) เป็นวารสารทางวิทยาศาสตร์ที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ตีพิมพ์ปีละสองครั้งสำหรับราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย วัตถุประสงค์ของวารสารคือเพื่อให้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัยในสาขาจักษุวิทยา ให้การศึกษาต่อเนื่องแก่จักษุแพทย์ ส่งเสริมความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้อ่าน
ลิขสิทธิ์ของบทความที่ตีพิมพ์เป็นของวารสารจักษุวิทยาไทย อย่างไรก็ตาม เนื้อหา ความคิด และความคิดเห็นในบทความนั้นมาจากผู้เขียน คณะบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับความคิดและความคิดเห็นของผู้เขียน
ผู้เขียนหรือผู้อ่านสามารถติดต่อคณะบรรณาธิการได้ทางอีเมลที่ admin@rcopt.org