การเปลี่ยนแปลงค่าไบโอเมตริกของลูกตาและค่าสายตา หลังการทำผ่าตัดต้อหิน
คำสำคัญ:
Biometric, Keratometry, Anterior chamber depth, Axial length, Refraction, Glaucomaบทคัดย่อ
ภูมิหลัง: โรคต้อหินเป็นกลุ่มโรคที่มีการเสื่อมของขั้วประสาทตา ส่งผลให้เกิดการสูญเสียการมองเห็นและเป็นสาเหตุสำคัญ
ของภาวะตาบอดที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งการเพิ่มขึ้นของความดันลูกตาเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้การดำเนินโรคเลวลง การผ่าตัด
หนึ่งที่ทำกันอย่างแพร่หลายและได้ผลดีในการควบคุมความดันลูกตาคือ การผ่าตัดต้อหินทำทางระบายออกของน้ำในลูกตา
(trabeculectomy) ซึ่งกระบวนการผ่าตัดทำทางระบายออกของน้ำลูกตา (trabeculectomy) และความดันลูกตาที่ลดลง
อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของความยาวลูกตาและความโค้งของกระจกตาซึ่งมีผลทำให้ค่าสายตาผิดปกติได้หลังผ่าตัด นำ
มาซึ่งปัญหาด้านการมองเห็น เช่น สายตาเอียง เป็นต้น ทำให้คุณภาพชีวิตหลังการผ่าตัดอาจแย่ลงจากสายตาที่มัวลงเป็น
อุปสรรคต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ งานวิจัยนี้จะศึกษาแนวโน้มของค่าสายตาที่ผิดปกติ และค่าไบโอเมตริกของลูกตาที่
เปลี่ยนแปลงหลังการทำผ่าตัด เพื่อให้แพทย์ผู้ทำการผ่าตัดสามารถปรับวิธีการผ่าตัดเพื่อลดภาวะดังกล่าว และเพื่ออธิบาย
และแนะนำผู้ป่วยตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดให้เข้าใจถึง ค่าสายตาผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น
วัตถุประสงค์: ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของค่าไบโอเมตริกของลูกตาซึ่งส่งผลให้ค่าสายตาผิดปกติหลังการผ่าตัดต้อหิน
วัสดุและวิธีการ: วัดระดับการมองเห็น (Visual acuity), วัดความดันตาด้วยเครื่องวัดความดันตา (Applanation
tonometry), วัดค่าสายตา (Refraction) และค่าไบโอเมตริกของสายตาคือ ค่าความโค้งของกระจกตา (keratometry), ค่า
ความยาวลูกตา (axial length), วัดความลึกของช่องหน้าม่านตา (Anteriorchamber depth) ก่อนการผ่าตัดทำทางระบาย
ออกของน้ำลูกตา และที่ระยะเวลา 2 สัปดาห์, 1, 3 และ 6 เดือน หลังการผ่าตัด, โดยผู้ป่วยจะได้รับการผ่าตัดโดยแพทย์
ผู้เชี่ยวชาญโรคต้อหิน โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
ผลการศึกษา: หลังการผ่าตัดต้อหิน ค่าความดันลูกตาลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ระดับการมองเห็น, ค่าสายตา, ค่า
ความโค้งกระจกตา, ค่าความยาวลูกตา, ค่าความลึกของช่องหน้าม่านตา มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ใน
ช่วงระหว่างการวิจัย
สรุป: ค่าไบโอเมตริกของลูกตาและค่าสายตาไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำ�คัญ หลังการทำ�ผ่าตัดต้อหิน
เอกสารอ้างอิง
Kingman S. Glaucoma is second leading cause of blindness globally. Bull World Health Organ 2004;82(11):887-8.
Leske MC, Heij A, Hussein M, et al. Factors for Glaucoma progression and the effect of treatment. The Early Manifest Glaucoma Trial. Arch Ophthalmol 2003;12 (1):48-56.
Watson PG, Grierson I. The place of trabeculectomy in the treatment of glaucoma. Am Acad Ophthalmol 1981;88(3):175-96.
Cashwell LF, Martin CA. Axial length decrease accompanying successful glaucoma filtration surgery. Ophthalmology 1999;106:2307-11.
Kook MS, Kim HB, Lee SU. Short-term effect of mitomycin-C augmented trabeculectomy on axial length and corneal astigmatism. J Cataract Refract Surg 2001;27:518-23.
Nemeth J, Horoczi Z. Changes in the ocular dimensions after trabeculectomy. Intl Ophthalmol 1992; 16:355-7.
Lamoureux EL, Saw SM, JThumboo J, Wee HL, Aung T, Mitchell P, et al. The impact of corrected and uncorrected refractiveerror on visual functioning: The Singapore Malay Eye Study. Invest Ophthalmol Vis Sci 2009;50:2614-20.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
วารสารจักษุวิทยาไทย (TJO) เป็นวารสารทางวิทยาศาสตร์ที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ตีพิมพ์ปีละสองครั้งสำหรับราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย วัตถุประสงค์ของวารสารคือเพื่อให้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัยในสาขาจักษุวิทยา ให้การศึกษาต่อเนื่องแก่จักษุแพทย์ ส่งเสริมความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้อ่าน
ลิขสิทธิ์ของบทความที่ตีพิมพ์เป็นของวารสารจักษุวิทยาไทย อย่างไรก็ตาม เนื้อหา ความคิด และความคิดเห็นในบทความนั้นมาจากผู้เขียน คณะบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับความคิดและความคิดเห็นของผู้เขียน
ผู้เขียนหรือผู้อ่านสามารถติดต่อคณะบรรณาธิการได้ทางอีเมลที่ admin@rcopt.org