ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลในการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน The causal relationship of factors affecting the effectiveness of learning organizationof the Office of the Basic Education The causal relationship of factors affecting the effectiveness of learning organizationof the Office of the Basic Education Commission.

Main Article Content

พัชรกันย์ เมธาอัครเกียรติ (Patcharakan Medhaakkharakiat)
ธีระวัฒน์ จันทึก (Thirawat Chantuk)

Abstract

               การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) เพื่อศึกษาและพัฒนาโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลในการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ  2) เพื่อตรวจสอบความสอดคล้องของตัวแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลในการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่พัฒนาขึ้นกับข้อมูลเชิงประจักษ์  กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ บุคลากรที่ปฏิบัติงานในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ส่วนกลาง) จำนวนทั้งหมด 340 คน ใช้วิธีการเลือกสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นแบบสอบถามประมาณค่า 5 ระดับ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้โปรแกรม SPSS  วิเคราะห์ค่าสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และใช้โปรแกรม LISREL 8.80 วิเคราะห์โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ ค่าสถิติที่ใช้ในการตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ได้แก่ค่า Chi-square (p>.05), c2/df<3.00, GFI > 0.90, AGFI > 0.90, PGFI > 0.50, NF I>0.90, CF > 0.90, RMSEA >.05 และ RMR >.05


               ผลการวิจัยพบว่า


               1) โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลในการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ พิจารณาได้จาก ค่าไค-สแควร์ (c2) มีค่าเท่ากับ 275.51 ค่าองศาอิสระ (df) มีค่าเท่ากับ 110  ค่า P-value มีค่าเท่ากับ 0.00000 ค่าไค-สแควร์ (Relative Chisquare : c2/df) มีค่าเท่ากับ 2.505 และมีค่าดัชนีวัดระดับความสอดคล้อง (GFI)  มีค่าเท่ากับ 0.96 ค่าดัชนีวัดระดับความสอดคล้องที่ปรับแก้แล้ว  (AGFI) มีค่าเท่ากับ 0.93 ค่าดัชนีความสอดคล้องแบบประหยัด (PGFI) มีค่าเท่ากับ 0.55 ค่าดัชนีวัดระดับความสอดคล้องเชิงสัมพันธ์ (NFI) มีค่าเท่ากับ 0.98 ค่าดัชนีวัดระดับความสอดคล้องเปรียบเทียบ (CFI) มีค่าเท่ากับ 0.98 ค่าดัชนีความคลาดเคลื่อนในการประมาณค่าพารามิเตอร์ (RMSEA) มีค่าเท่ากับ 0.027 และค่าดัชนีรากของค่าเฉลี่ยเท่ากับกำลังสองของเศษเหลือ (RMR) มีค่าเท่ากับ 0.020


               2) ปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อประสิทธิผลในการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ตามโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลในการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตัวแปรสังเกตได้มีค่าน้าหนักอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทุกตัว โดยตัวแปรที่มีค่าสูงสุด คือ การบริหารการเปลี่ยนแปลง ค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพลเท่ากับ 0.93 รองลงมาคือ ประสิทธิผลในการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพลเท่ากับ 0.82 และคุณลักษณะของนวัตกรการศึกษา ค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพลเท่ากับ 0.79


 


              The purposes of this research were to study. 1) To study and develop a causal model of factors affecting the effectiveness of learning organization of the Office of the Basic Education Commission. And 2) to examine the consistency of causal relationships among factors affecting the effectiveness of learning organization. Of the Office of the Basic Education Commission.The research saple consisted of 340 staff working in the Office of Basic Education Commission (Central). Use a stratified sampling method. Tools used to collect data. A 5-level questionnaire was used. The SPSS program was used to analyze basic statistics such as frequency, percentage, mean, standard deviation. Pearson correlation And use LISREL 8.80 program. Analyze the causal relationship model. Statistics used to validate model conformance with empirical data. The Chi-square (p> .05), c2/df <3.00, GFI> 0.90, AGFI> 0.90, PGFI> 0.50, NF I> 0.90, CF> 0.90, RMSEA> .05 and RMR> .05.


             The research found that


               1.Model of causal relationship of factors affecting the effectiveness of learning organization. Of the Office of the Basic Education Commission. Be consistent with empirical data. Given the chi-square value (c2) of 275.51, the independent degree (df) is 110. The             P-value is 0.00000. The chi-square (Relative Chisquare: c2/df) is 2.505 and the GFI is 0.96. The modified AGFI value is equal to 0.93. The Consensus Correlation Index (PGFI) was 0.55. The correlation coefficient (NFI) index was 0.98. The CFI was 0.98. As the parameters (RMSEA) is equal to 0.027 and the index of the root mean square of the residual (RMR) is equal to 0.020.


  1. Causal factors affecting the effectiveness of learning organization. Of the Office of the Basic Education Commission. The results of this study are consistent with empirical data on causal relationship models of factors affecting the effectiveness of learning organization. Of the Office of the Basic Education Commission. Observed values ​​were statistically significant at .01 level. The highest variable was change management. The coefficient of influence was 0.93. Second, the effectiveness of learning organization. Of the Office of the Basic Education Commission The coefficient of influence was 0.82. And the features of education. The coefficient of influence was 0.79.

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

Section
บทความ : มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ