การศึกษาบุคลิกการเป็นผู้ประกอบการ และกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ ที่เกี่ยวข้องกับความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจร้านยา ของเภสัชกรที่เป็นเจ้าของร้านยาในประเทศไทย (The study of Entrepreneur orientation and Business Strategy that related to the Success of -) The study of Entrepreneur orientation and Business Strategy that related to the Success of Drug Store Business of Thai pharmacists who are the owner of drugstore

Main Article Content

ศรัณย์ กอสนาน (Sarun Gorsanan)
วิรัตน์ ทองรอด (Wirat Tongrod)

Abstract

          การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบุคลิกการเป็นผู้ประกอบการ และกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ ที่เกี่ยวข้องกับความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจร้านยา ของเภสัชกรที่เป็นเจ้าของร้านยาในประเทศไทย ตามแบบจำลองความสำเร็จในการประกอบการกีเซน-อัมสเตอรดัม ทำการศึกษาโดยใช้แบบสอบถาม ทำการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างจำนวน 210 คน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณา และเชิงสหสัมพันธ์เพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ (60.48%) เป็นเพศหญิง  มีอายุมากกว่า 40 ปี (54.29%)มีประสบการณ์ในการบริหารอยุ่ในช่วง 1-5 ปี (54.29%)  เป็นเจ้าของร้านยาเพียงหนึ่งร้าน (73.55%) เงินลงทุนเฉลี่ยต่อร้านอยู่ในช่วง 1-5 ล้านบาท (57.21%) ส่วนใหญ่ทำการประกอบธุรกิจร้านยามาเป็นระยะเวลา 1-5 ปี (52.45%) และมีร้านยาเป็นการประกอบธุรกิจแต่อย่างเดียวไม่มีการประกอบธุรกิจอื่น (55.56%)  ในส่วนบุคลิกการเป็นผู้ประกอบการพบว่ากลุ่มตัวอย่างมีบุคลิกด้านความเป็นตัวของตัวเองและด้านความมีนวัตกรรมในระดับค่อนข้างสูง (3.54, 3.45 )  ด้านความกล้าเสี่ยง ความสม่ำเสมอและใฝ่ใจในการเรียนรู้ ความใฝ่ใจในความสำเร็จ อยู่ในระดับปานกลาง (2.85, 2.91, 3.26)และ มีบุคลิกในด้านความก้าวร้าวในการแข่งขัน (Competitive Aggressiveness) ในระดับค่อนข้างต่ำ(2.43) ในปัจจัยกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ พบว่ากลุ่มตัวอย่างใช้กลยุทธ์ในการประกอบธุรกิจร้านยามากที่สุดในด้านการแสวงหาโอกาส (3.15)  การวางแผนเฉพาะสิ่งสำคัญ (3.06) และการวางแผนล่วงหน้าอย่างสมบูรณ์  (3.03) ตามลำดับ แต่ทั้งสามด้านก็ยังจัดว่าอยู่ในระดับปานกลาง และกลุ่มตัวอย่างใช้กลยุทธ์ด้านการตั้งรับ (Reactive Strategy) น้อยที่สุด (2.45) โดยจัดอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ ผลการทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างบุคลิกการเป็นผู้ประกอบการ ความสำเร็จของการประกอบธุรกิจร้านยา พบว่าความใฝ่ใจในความสำเร็จ ความมีนวัตกรรม ความก้าวร้าวในการแข่งขัน ความเป็นตัวของตัวเอง มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับความสำเร็จของการประกอบธุรกิจร้านยา (r = 0.356, 0.354, 0.311, 0.276 ตามลำดับ)  ส่วนปัจจัยกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ พบว่ากลยุทธ์การวางแผนล่วงหน้าอย่างสมบูรณ์ และกลยุทธ์การวางแผนเฉพาะสิ่งสำคัญ มีความสัมพันธ์ทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับความสำเร็จของการประกอบธุรกิจร้านยา (r = 0.330, 0.233 ตามลำดับ)  ในขณะที่พบความสัมพันธ์เชิงลบกับกลยุทธ์การตั้งรับ (r = -0.183) และไม่พบความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับกลยุทธ์การแสวงหาโอกาส จากการวิเคราะห์สมการการพยากรณ์ความสำเร็จในการประกอบการ พบว่าหากเภสัชกรผู้ประกอบการร้านยาต้องการเพิ่มความสำเร็จในการประกอบธุรกิจมากขึ้น ควรมีบุคลิกภาพด้านความก้าวร้าวในการแข่งขันเพิ่มขึ้น และลดความกล้าเสี่ยง และลดการใช้กลยุทธ์ด้านการแสวงหาโอกาส


 


               The purpose of the study is to study Entrepreneurial Orientation and Strategy Process of Thai pharmacists who are the entrepreneur of drug store business by using Geissen-Amsterdam Model of Entrepreneurial Success. The results were from 210 subjects who answered the questionnaire. The statistical analyses were used descriptive statistics and Pearson’s coefficient correlation (r). The finding showed that most of the subjects were women (60.48%), age more than 40 years old (54.29%), had administrative experience between 1-5 years (54.29%), own only 1 drug store (73.55%), and the average funding/drug store was between1-5 million Baht (57.21%). Most of the subjects were in the drug store business for 1-5 years (52.45%) and the drug store was the only one business that they have (55.56%).  For Entrepreneurial Orientation, the results showed that they had rather high characteristic for Autonomy and Innovativeness   (3.54, 3.45), middle rank for Risk Taking, Stability and Learning Orientation and Achievement Orientation (2.85, 2.91, 3.26) while they had rather low characteristic for  Competitive Aggressiveness(2.43). For Strategy Process, the results showed that they most of the subjects used Opportunistic Strategy (3.15)  following with Critical Point Planning (3.06) and  Complete Planning (3.03) but all of them were in the middle rank. The subjects used Reactive Strategy as the least strategy (2.45) in the rather low level. The correlation between Business Success and Entrepreneurial Orientation were found that there had statistically correlation with Achievement Orientation (r = 0.356), Innovativeness (r = 0.354)  Competitive  Aggressiveness (r = 0.311) and Autonomy (r = 0.276).   The correlation between Business Success and Strategy Process Orientation were found that there had statistically positive correlation with Complete Planning Strategy (r = 0.330) and Critical Point Planning Strategy (r = 0.233) and they also had statistically negative correlation with Reactive Strategy  (r = - 0.183) and no statistically correlation with Opportunistic Strategy. The predictive equation show that at present, if the pharmacists who are the owner of the drug store want their business have more success, they should have more character of competitive aggressiveness , lower their risk taking, and use less opportunistic strategy.

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

Section
บทความ : มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ