การพัฒนารูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยบาดเจ็บหลายระบบในห้องฉุกเฉิน

ผู้แต่ง

  • ธัญรัศม์ ปิยวัชร์เวลา โรงพยาบาลขอนแก่น
  • สุภาพรณ์ ตัณฑ์สุระ โรงพยาบาลขอนแก่น
  • สมพร หงษ์เวียง โรงพยาบาลขอนแก่น
  • อรไท โพธิ์ไชยแสน โรงพยาบาลขอนแก่น
  • จิราพร น้อมกุศล โรงพยาบาลขอนแก่น
  • ผนึกแก้ว คลังคา โรงพยาบาลขอนแก่น
  • กรัณย์พิชญ์ โคตรประทุม โรงพยาบาลขอนแก่น

บทคัดย่อ

         การวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสถานการณ์การพยาบาลผู้ป่วยบาดเจ็บหลายระบบในห้องฉุกเฉิน 2) พัฒนารูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยบาดเจ็บหลายระบบในห้องฉุกเฉิน และ 3) ประเมินผลลัพธ์ของรูปแบบการพยาบาลที่พัฒนาขึ้น ได้แก่ สมรรถนะของพยาบาล ความพึงพอใจของพยาบาล การปฏิบัติตามแนวปฏิบัติการพยาบาล และผลลัพธ์การพยาบาล กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้ป่วยบาดเจ็บหลายระบบ พยาบาลวิชาชีพ และทีมสหสาขาวิชาชีพ ศึกษาระหว่างวันที่ 8 มกราคม–10 สิงหาคม 2568 ดำเนินการ  4 ระยะ ได้แก่ 1) วิเคราะห์สภาพปัญหา 2) พัฒนาต้นแบบ 3) ทดลองใช้และปรับปรุง 4) ประเมินประสิทธิผล เครื่องมือเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบบันทึกการทบทวนเวชระเบียน แบบสัมภาษณ์เชิงลึก แนวคำถามสนทนากลุ่ม แบบสังเกตการปฏิบัติ แบบสอบถามความพึงพอใจ แบบประเมินสมรรถนะ และแบบบันทึกผลลัพธ์การพยาบาล วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ Paired t-test และ Chi-square ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 1) แนวปฏิบัติการพยาบาล 2) การพัฒนาสมรรถนะพยาบาล และ 3) นวัตกรรม KKaRe Trauma, Primary Survey Card และ SIT KKH ผลลัพธ์การใช้รูปแบบ พบว่า สมรรถนะพยาบาลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) การปฏิบัติตามแนวปฏิบัติอยู่ในระดับสูง (ร้อยละ 95.70)  พยาบาลมีความพึงพอใจต่อรูปแบบร้อยละ 93.52 และผลลัพธ์การพยาบาลดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) ได้แก่ ลดความผิดพลาดในการคัดกรองผู้ป่วย การใส่ท่อช่วยหายใจภายใน 10 นาที การแก้ไขภาวะ Tension pneumothorax การจัดการความปวด และการส่งผ่าตัดเร่งด่วนภายใน 60 นาที สรุปได้ว่ารูปแบบนี้ช่วยยกระดับสมรรถนะและมาตรฐานการพยาบาลรวมถึงปรับปรุงผลลัพธ์ผู้ป่วยได้อย่างชัดเจน

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. Road traffic injuries [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2023.Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/ detail/road-traffic-injuries.

Elbaih AH, Alhag M, Ali EM, Alhadi HA, Elgazzar AE. Mortality predictors in polytrauma patients in emergency department: A prospective study.Chin J Traumatol. 2022;25(1):12–9

กลุ่มงานอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลขอนแก่น. รายงานสถิติผู้ป่วยบาดเจ็บหลายระบบ. ขอนแก่น: โรงพยาบาลขอนแก่น; 2567.

กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. รายละเอียดตัวชี้วัดกระทรวงสาธารณสุขประจำปีงบประมาณ 2568 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; [เข้าถึงเมื่อ 4 ธ.ค. 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://spd.moph.go.th/wp-content/uploads/2024/11/KPI_template_2568.pdf.

สุดาสวรรค์ เจียมสกุล, กัญญดา ประจุศิลป์. ความถูกต้องของการคัดกรองผู้ป่วยฉุกเฉินด้วย ESI ในประเทศไทย. วารสารเวชปฏิบัติฉุกเฉิน. 2560;10(1):25–36.

วาสนา สายเสมา, สมคิด เริงขำกลั่น. ปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพการพยาบาลผู้บาดเจ็บ. วารสารพยาบาลศาสตร์. 2566;42(3):211–20.

เสาวรส จันทมาศ, กัญจนา ปุกคำ, สุมาลี พลจรัส, ประณีต ส่งวัฒนา. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยบาดเจ็บหลายระบบในห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช. วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์. 2565;42(3):25-39.

รัตนะ บัวสนธ์. การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2565.

Soukup SM. The Center for Advanced Nursing Practice evidence-based practice model: promoting the scholarship of practice. Nurs Clin North Am. 2000 Jun;35(2):301-14.

Benner P. From Novice to Expert: Excellence and Power in Clinical Nursing Practice. Menlo Park: Addison-Wesley; 1984.

Donabedian A. An introduction to quality assurance in health care. New York: Oxford University Press; 2003.

Ngamjarus C. n4Studies: Sample size calculation for an epidemiological study on a smart device. Siriraj Med J. 2021;73(2):77–84.

พัทยา งามหอม. การพัฒนารูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยบาดเจ็บรุนแรง แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉินโรงพยาบาลยโสธร. วารสารการแพทย์ฉุกเฉิน. 2566;14(1):22–31.

พินรัฐ จอมเพชร, ศิราณี คำอู, ผนึกแก้ว คลังคา, จิราพร น้อมกุศล, อุทุมพร ศรีสถาพร, รัตนา ทองแจ่ม,และคณะ. การพัฒนารูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดหัวใจแบบเปิด. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ. 2566;46(3):144-55.

The Joanna Briggs Institute. Joanna Briggs Institute reviewers’ manual: 2014 edition. Adelaide: JBI; 2014.

Polit DF, Beck CT. Nursing research: Generating and assessing evidence for nursing practice. 10th ed. Philadelphia: Wolters Kluwer; 2017.

Kim J, Park JH, Shin S. Systematic review of the effect of simulation-based education on nurses’ clinical competence and patient outcomes. Nurse Educ Today. 2023;124:105664. Available from: https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S1471595323000720.

Al-Moteri M, Symmons M, Plummer V, Cooper S. Factors influencing emergency nurses’ clinical decision-making ability: an integrative review. Open Nurs J. 2025;19:e18744346378311.

Ito S, Ohnishi M, Nishida M, Hiraide A, Kodama T. Factors associated with EMS on-scene time and its regional variability in road traffic injury patients. BMC Emerg Med. 2022;22:139.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-09-29

รูปแบบการอ้างอิง

1.
ปิยวัชร์เวลา ธ, ตัณฑ์สุระ ส, หงษ์เวียง ส, โพธิ์ไชยแสน อ, น้อมกุศล จ, คลังคา ผ, โคตรประทุม ก. การพัฒนารูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยบาดเจ็บหลายระบบในห้องฉุกเฉิน . JKKPHO [อินเทอร์เน็ต]. 29 กันยายน 2025 [อ้างถึง 15 กุมภาพันธ์ 2026];7(3):e277147. available at: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/jkkpho/article/view/277147

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ