การพัฒนารูปแบบการดูแลต่อเนื่องสำหรับผู้ป่วยยาเสพติดในศูนย์พักคอย จังหวัดขอนแก่น
คำสำคัญ:
รูปแบบการดูแล, ผู้ป่วยยาเสพติด, ศูนย์พักคอยบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการดูแลต่อเนื่องสำหรับผู้ป่วย ยาเสพติดในศูนย์พักคอย จังหวัดขอนแก่น ดำเนินการวิจัยโดยใช้แนวทางของ Kemmis and Mc Taggart เป็นฐานของการศึกษาประกอบด้วย 3 ระยะคือ ระยะศึกษาปัญหา ระยะพัฒนาและระยะประเมินผล ดำเนินการวิจัยระหว่างวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ถึง วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 โดยมีกลุ่มผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนา จำนวน 238 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน 30 คน ผู้ดูแล 52 คน และผู้ป่วย 156 คน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติ เชิงพรรณนา และสถิติเชิงอนุมาน (Paired t-test, McNemar’s test) ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้วิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า กระบวนการวิจัย ระยะที่ 1 การศึกษาปัญหา พบว่าผู้ป่วยขาดการดูแลต่อเนื่องและระบบบูรณาการ ส่งผลให้เสพซ้ำและเสี่ยงต่อความรุนแรง ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบโดยใช้กระบวนการ PAOR ร่วมกับกรอบทฤษฎีระบบ จนได้รูปแบบ "CI-KK Model" ประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่ การค้นหาคัดกรอง, การดูแลในศูนย์พักคอย, การฟื้นฟูและเสริมพลัง, การเตรียมความพร้อมก่อนกลับสู่ชุมชน และการติดตามต่อเนื่องหลังออกจากศูนย์พักคอย ระยะที่ 3 ประเมินผลการนำรูปแบบไปใช้ ผลการศึกษาพบว่า หลังนำรูปแบบไปใช้ อัตราการคงอยู่ในระบบการบำบัดเพิ่มขึ้น จากร้อยละ 61.54 เป็นร้อยละ 86.54 อัตราการกลับไปเสพซ้ำลดลง จากร้อยละ 38.46 เหลือร้อยละ 13.46 และพฤติกรรมเสี่ยงต่อความรุนแรงลดลง จากร้อยละ 42.31 เหลือร้อยละ 11.54 นอกจากนี้ ผู้ป่วยมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.47 (SD = 0.13, คิดเป็นร้อยละ 89.4) โดยความพึงพอใจหลังใช้รูปแบบสูงกว่าก่อนใช้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = -14.18, p < .001) สรุป รูปแบบ CI-KK Model เป็นการดูแลต่อเนื่องที่เน้นการมีส่วนร่วมของสหวิชาชีพและชุมชน สามารถเพิ่มการคงอยู่ในระบบบำบัด ตลอดจนลดอัตราการกลับไปเสพซ้ำและพฤติกรรมเสี่ยงต่อความรุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
กองบริหารการสาธารณสุข สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการดำเนินงานการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565. นนทบุรี: บอร์น ทู บี พับลิชชิ่ง; 2565.
กองบริหารการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service plan) สาขายาเสพติด. สมุทรสาคร: บอร์น ทู บี พับลิชชิ่ง; 2561.
กรมสุขภาพจิต. คู่มือระบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง สำหรับสถาบัน/โรงพยาบาล สังกัดกรมสุขภาพจิต. กรุงเทพฯ: พรอสเพอรัสพลัส; 2563.
ปิยกัณญา แก่นวิชา, สุณี อาวรณ์, วิไลลักษณ์ ดูวงบุปผา. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยยาเสพติดที่มีอาการทางจิตและเสี่ยงก่อความรุนแรง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ. 2567;5(2):230–41.
สวิตตา ธงยศ. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติดที่มีพฤติกรรมรุนแรงโดยใช้รูปแบบการจัดการโรคเรื้อรัง. วารสารการศึกษา-สุขภาพและการจัดการสิ่งแวดล้อม. 30 เมษายน 2024;9(2):388–95.
ณฐพร ผลงาม. การพัฒนารูปแบบการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยยาเสพติด โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนจังหวัดระยอง. วารสารศาสตร์สาธารณสุขและนวัตกรรม. 30 สิงหาคม 2021;1(2):49–71.
Dennis ML, Foss MA, Scott CK. An eight-year perspective on the relationship between abstaining duration and other aspects of recovery. Eval Rev. 2007;31(6):585–612.
บำรุง วงษ์นิ่ม, แสงเดือน ดีผิว, สุรพล สุพวง. การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชสารเสพติดโดยการมีส่วนร่วมและไร้รอยต่อ ตัวแบบลพบุรี: กรณีศึกษาอำเภอโคกสำโรง. วารสารวิชาการสาธารณสุขชุมชน. 2024;10(1): 223–223.
กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). คู่มือการจัดตั้งศูนย์แยกกักตัวในชุมชน. กรุงเทพฯ: กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.); 2564.
ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดขอนแก่น. ผลการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดขอนแก่น. ขอนแก่น: ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดขอนแก่น; 2567.
Cohen JM, Uphoff NT. Participation in rural development: Seeking clarity through specificity. World Dev. 1977;8(3):213–35.
Davis K, Newstrom JW. Human behavior in the workplace: Organizational behavior. 8th ed. New York: McGraw-Hill; 1989.
Kemmis S, McTaggart R. The action research planner. 3rd ed. Victoria: Deakin University Press; 1988.
Brown MG, Svenson RA. Measuring R&D productivity. Res Technol Manage. 1988;31(4):11–15.
อรุณ จิรวัฒน์กุล. สถิติวิทยาศาสตร์สุขภาพสำหรับการวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: วิทยาภัทร; 2558.
Best JW, Kahn JV. Research in education. 9th ed. USA: Pearson Education; 2003.
วนิดา รัตนสุมาวงศ์, รัศมน กัลยาณศิริ, พิชัย แสงชาญชัย. ทฤษฎีของพฤติกรรมเสพติด และ ข้อถกเถียงที่มี ในปัจจุบัน. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย 2561; 63(3): 295-306
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น กระทรวงสาธารณสุข
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น และบุคลากรท่านอื่นๆในสำนักงานฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว