การพัฒนารูปแบบการดูแลจัดการตนเองสำหรับผู้ที่สัมผัสสารตะกั่วในกลุ่มวัยแรงงาน อาชีพประมงพื้นบ้าน อำเภอเมือง จังหวัดระยองประเทศไทย

ผู้แต่ง

  • ณัฐนันท์ วรสุข คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยชินวัตร
  • ดนยา เนียมเตียง โรงพยาบาลระยอง

คำสำคัญ:

การดูแลจัดการตนเอง, ผู้ที่สัมผัสสารตะกั่ว, วัยแรงงาน, ประมงพื้นบ้าน

บทคัดย่อ

ตะกั่วเป็นโลหะหนักที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญ โดยสำนักงานวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศจัดให้เป็นสารที่อาจจะก่อมะเร็งในมนุษย์ จังหวัดระยองซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีชุมชนประมงพื้นบ้านตั้งอยู่มาอย่างยาวนาน ต้องเผชิญความเสี่ยงจากการสัมผัสสารตะกั่วทั้งจากการประกอบอาชีพและจากสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ชาวประมงเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคพิษตะกั่ว การวิจัยและพัฒนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินรูปแบบการจัดการตนเองสำหรับกลุ่มวัยแรงงานที่สัมผัสสารตะกั่วอาชีพประมงพื้นบ้านในเขตอำเภอเมือง จังหวัดระยอง รูปแบบดังกล่าวพัฒนาขึ้นจากทฤษฎีการจัดการตนเองของ Creer ร่วมกับแนวคิดการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย อาชีว  อนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยรูปแบบที่ได้ประกอบด้วย 7 ขั้นตอน ได้แก่ การกำหนดเป้าหมาย การตรวจสอบการประเมินความเสี่ยงในงาน การตัดสินใจ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม        การประเมินผล และการนำไปใช้ การเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนาและการทดสอบค่าทีแบบจับคู่

 ผลการวิจัย พบว่า ภายหลังการนำรูปแบบไปใช้ ผู้เข้าร่วมมีระดับความรู้ด้านการดูแลสุขภาพและพฤติกรรมการจัดการตนเองดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนว่ารูปแบบที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิผลในการเพิ่มพูนความรู้และส่งเสริมพฤติกรรมป้องกันการสัมผัสสารตะกั่ว รูปแบบการจัดการตนเองนี้สามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคพิษตะกั่วในกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีศักยภาพที่จะนำไปปรับใช้ในชุมชนอื่นที่มีความเสี่ยงลักษณะเดียวกัน ซึ่งจะช่วยยกระดับสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงานของประชาชนทั้งในระดับชุมชนและระดับประเทศ

เอกสารอ้างอิง

วีระวุฒิ สร้อยพลอย. ความคืบหน้าระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก. [ออนไลน์]. (2561). [เข้าถึงเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2567]. เข้าถึงได้จาก:https://www.shorturl. asia/xqOLw

กระทรวงสาธารณสุข. ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ. [ออนไลน์]. (2567). [เข้าถึงเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://hdcservice.moph.go.th/

World Health Organization. Lead Poisoning. [online]. (2024). [cited 2024 Sep 30]. Available from: http://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/ lead-poisoning-and-health

United States Environmental Protection Agency. Learn about lead. [online]. (2024). [cited 2024 Oct 13]. Available from: https://www.epa.gov/lead/learn-about-lead#found

ภิญธนัฎฐ์ ศรีชะเอม. โครงการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้จากการปนเปื้อนสารตะกั่ว จังหวัดกาญจนบุรี. [ออนไลน์]. (2567). [เข้าถึงเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://www.pcd.go.th/wp-content/ uploads/ 2020/11/pcdnew-2020-11-11_08-02-54_ 579443.pdf

กระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม. คู่มือการเฝ้าระวังและป้องกันโรคพิษตะกั่วในกลุ่มเด็ก. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2564.

กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค. แนวทางการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคพิษตะกั่วในกลุ่มวัยแรงงาน. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2564.

International Agency for Research on Cancer. Agents Classified by the IARC Monographs. [online]. (2022). [cited 2024 Sep 19]. Available from: https:// monographs.iarc.who.int/agents-classified-by-the-iarc/

ราชกิจจานุเบกษา. พระราชบัญญัติควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2562. [ออนไลน์]. (2562). [เข้าถึงเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://www. Ratchakitcha.soc. go.th/DATA/PDF/2562/A/067/T_0215.PDF

จำนงค์ ธนะภพ ศศิธร ธนะภพ และอุไรวรรณ หมัดอำดัม. ผลของโปรแกรมอาชีวสุขศึกษาต่อการลดการสัมผัสสารตะกั่วของช่างหมันในอู่ต่อเรือ จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารสาธารณสุขมหาวิทยาลัยบูรพา 2558;10(2):77-88.

วรางคณา วิเศษมณี ลี และวารุณี พันธ์วงษ์. ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับปริมาณสารตะกั่วในเลือด กรณีศึกษา โรงงานผลิตอะไหล่รถยนต์ จังหวัดสมุทรปราการ. [ออนไลน์]. (2558). [เข้าถึงเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://has.hcu.ac.th/jspui/ handle/123456789/450

Venugopal D, Beerappa R, Karunamoorthy P, Ranganathan V. Elevated blood lead and metal levels among occupationally exposed tribal fishermen in Tamil Nadu, India. J Trace Elem Med Biol 2025;91:127713.

Illinois Department of Public Health. Lead Safety for Fishermen. [online]. (2024).[cited 2024 Oct 19]. Available from: https://dph.illinois.gov/content/dam/soi/en/web/idph/files/publications/lead-safety-fishermen-041516.pdf

Dang P, Tang M, Fan H, Hao J. Chronic lead exposure and burden of cardiovascular disease during 1990–2019: a systematic analysis of the global burden of disease study. Front Cardiovasc Med 2024;11: 1367681.

Pucci C, Tomassini L, dell’Omo M, Deini A, Lillacci D, Gambelunghe C, et al. Unveiling a hidden hazard: lead poisoning from hobbyist activities and its long-term impact. Ann Occup Environ Med 2025;37: e15.

Mayor P, Oliva AL, Perez-Peña C, et al. Unexpected high blood lead levels in a remote Indigenous community in the Northeastern Peruvian Amazon. Toxics 2025;13(10):826.

Minnesota Department of Health. 2021 Blood Lead Surveillance Report. St Paul (MN): MDH; 2023.

Creer TL. Self-management of chronic illness. In: Boekaerts M, Pintrich PR, Zeidner M, editors. Handbook of Self-Regulation. San Diego: Academic Press; 2000.

กรมควบคุมโรค. กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม. แนวทางการประเมินและจัดการ ความเสี่ยงทางสุขภาพแบบองค์รวม. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2563.

Krejcie RV, Morgan DW. Determining sample size for research activities. Educ Psychol Meas 1970;30(3):607-10.

เกศ ชัยวัชราภรณ์ ธนวดี จันทร์เทียน ธนาพร ทองสิม และคณะ. โรคจากสิ่งแวดล้อม:โรคตะกั่วและสารประกอบของตะกั่ว. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2565.

Bloom BS. Taxonomy of educational objectives: The classification of educational goals. Handbook I: Cognitive domain. New York: David McKay; 1971.

Pransky GS, Fassier JB, Besen E, Blanck P, Ekberg K, Feuerstein M, et al. Sustaining work participation across the life course. J Occup Rehabil. 2016;26:465–79.

Methanawin N, Laohasiriwong W, Puttanapong N. Effects of participatory health education program on knowledge, attitude, preventive behavior and blood lead level among battery factory workers. J Med Tech Assoc Thailand 2020;48(3):249–58.

Lormphongs S, Theppanya P, Siripornthummarak S. Occupational health education and prevention program for workers exposed to lead in battery manufacturing industry. Thai J Nurs Res 2019;23(1):72–84.

Allaouat S, Reddy VK, Räsänen K, Khan S, Lumens ME. Educational interventions for preventing lead poisoning in workers. Cochrane Database Syst Rev. 2020; 8:CD013097.

Hutting N, Oswald W, Staal JB, de Bie RA. Self-management interventions for employees with complaints of arm, neck or shoulder: a systematic review. Occup Environ Med 2022;79(4):235–44.

Shaw WS, Besen E, Pransky G, Boot CRL, Nicholas MK, McLellan RK, Tveito TH. Manage at work: a randomized, controlled trial of a self-management group intervention to overcome workplace challenges associated with chronic physical health conditions. BMC Public Health. 2014; 14:515.

วรางคณา วิเศษมณี ลี, วารุณี พันธ์วงษ์. ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับปริมาณสารตะกั่วในเลือด กรณีศึกษา โรงงานผลิตอะไหล่รถยนต์ จังหวัดสมุทรปราการ. [ออนไลน์]. (2558). [เข้าถึงเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://has.hcu.ac.th/jspui/ handle/123456789/450

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-01-22

รูปแบบการอ้างอิง

1.
วรสุข ณ, เนียมเตียง ด. การพัฒนารูปแบบการดูแลจัดการตนเองสำหรับผู้ที่สัมผัสสารตะกั่วในกลุ่มวัยแรงงาน อาชีพประมงพื้นบ้าน อำเภอเมือง จังหวัดระยองประเทศไทย. journalkorat [อินเทอร์เน็ต]. 22 มกราคม 2026 [อ้างถึง 27 มกราคม 2026];11(2):98-118. available at: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/journalkorat/article/view/277383

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย