การพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุโดยชมรมผู้สูงอายุ จังหวัดนครราชสีมา
คำสำคัญ:
การดูแลสุขภาพ, ผู้สูงอายุ, ชมรมผู้สูงอายุบทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์ ปัญหา และแนวทางการแก้ไขปัญหาการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ พัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุโดยชมรมผู้สูงอายุ และประเมินผลการพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุโดยชมรมผู้สูงอายุ จังหวัดนครราชสีมา โดยกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้สูงอายุ จำนวน 386 คน บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข จำนวน 15 คน และผู้เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ จำนวน 30 คน เครื่องมือการวิจัยประกอบด้วย การวิเคราะห์เอกสาร แบบสอบถาม การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสนทนากลุ่มการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพวิเคราะห์ข้อมูลโดยการจำแนกและจัดกลุ่มข้อมูล
ผลการวิจัย พบว่า (1) ทั้ง 3 อำเภอได้มีการจัดทำคำสั่งคณะทำงานของชมรมผู้สูงอายุเป็นลายลักษณ์อักษร ดำเนินการจัดทำแผนการดำเนินงาน ปัญหาที่พบคือ ผู้สูงอายุเข้าร่วมกิจกรรมทางชมรมน้อย การแก้ไขปัญหา จัดกิจกรรมให้มีความหลากหลาย โดยกำหนดให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในการดำเนินงานเพิ่มมากขึ้น และงบประมาณสนับสนุนกิจกรรมของผู้สูงอายุไม่เพียงพอ การแก้ไขปัญหา โดยการขอรับงบประมาณสนับสนุนจากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ก่อนเข้าร่วมโครงการมีความคิดเห็นต่อการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุอยู่ที่ระดับมาก ( =3.82, S.D. =.64) (2) การพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุโดยชมรมผู้สูงอายุมีปัจจัยแห่งความสำเร็จ จำนวน 6 ปัจจัย ได้แก่ ผู้บริหาร ผู้นำชุมชน บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ภาคีเครือข่ายสุขภาพ ชมรมผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุ และครอบครัวของผู้สูงอายุ ดำเนินการพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง (3) การประเมินผลการพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุโดยชมรมผู้สูงอายุ จังหวัดนครราชสีมา หรือ AgeCare Model สามารถใช้งานได้จริงมีความเหมาะสม สามารถนำไปใช้ในบริบทที่ใกล้เคียงจังหวัดนครราชสีมาได้ ภายหลังจากเข้าร่วมโครงการ พบว่าระดับความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่าง เพิ่มขึ้นอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.25, S.D. =.67) ข้อเสนอแนะ คือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรสนับสนุนงบประมาณในการจัดกิจกรรมผู้สูงอายุ และควรส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง
เอกสารอ้างอิง
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13. [ออนไลน์]. (2566). [เข้าถึงเมื่อ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568]. เข้าถึงได้จาก : http:// www. stopcorruption.moph.go.th/application/editors/userfiles/files/(ร่าง)%20 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ%20ฉบับที่%2013.pdf
Cowgill, D. O. Aging around the world, Belmont, CA: Wadsworth; 1986.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. การสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2567. [ออนไลน์]. (2567). [เข้าถึงเมื่อ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568]. เข้าถึงได้จาก : https://www.nso.go.th/nsoweb/storage/survey_ detail /2024/20241003145311_ 94190.pdf
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา. สถานการณ์ผู้สูงอายุจังหวัดนครราชสีมา. นครราชสีมา.สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา; 2565.
Stufflebeam, D. L., & Shinkfield, A. J. Evaluation Theory, Models & Applications. San Francisco, CA: Jossey-Bass, 2007.
Yamane, T. Statistic: An Introductory Analysis. 3rd ed. New York : Harper and Row; 1973.
ปาจรีย์ ผลประเสริฐ และวรางคณา จันทร์คง. แนวทางการบริหารจัดการชมรมผ้สงอายจังหวัดกำแพงเพชร. วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย 2562; 14(2) (กรกฎาคม - ธันวาคม) : 242 – 65.
สวรรยา ธรรมอภิพล นันทิชา อ่อนละมัย และจรรยพร ตันเจริญ. ปัจจัยความสำเร็จของชมรมผู้สูงอายุบ้านไร่แค จังหวัดเพชรบุรี. วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร 2561; 11(2) : 352 – 65.
รัฐกานต์ พิพัฒน์วโรดม และทิพย์วรรณ จูมแพง. การดำเนินงาน และปัจจัยแห่งความสำเร็จในการดำเนินงานชมรมผู้สูงอายุเทศบาลตำบลนาป่า อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ 2567; 9(2) เมษายน – มิถุนายน : 514 – 24.
สุปราณี บุญมี. การพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านโนนเปือย อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์. [วิทยานิพนธ์หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม; 2560.
ธีระพงษ์ แก้วหาวงษ์. กระบวนการวางแผนแบบมีส่วนร่วม. [ออนไลน์]. (2558). [เข้าถึงเมื่อ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568]. เข้าถึงได้จาก http://www.prachasan.com/ mindmap knowledge /aic.html.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา กระทรวงสาธารณสุข
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา และบุคลากรท่านอื่นๆในสำนักงานฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว