การพัฒนารูปแบบการจัดการมูลฝอยติดเชื้อในชุมชนโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของ ภาคีเครือข่าย จังหวัดนนทบุรี
คำสำคัญ:
มูลฝอยติดเชื้อ, การจัดการมูลฝอยติดเชื้อในชุมชน, กระบวนการการมีส่วนร่วม, ภาคีเครือข่าย, การจัดการมูลฝอยติดเชื้อ; มูลฝอยติดเชื้อในชุมชน; การจัดการมูลฝอยติดเชื้อในครัวเรือน; การมีส่วนร่วมของชุมชน; การออกแบบร่วมบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ(1)เพื่อศึกษาสถานการณ์ ปัญหา ความรู้ ทัศนคติ พฤติกรรม และบริบทของรการจัดการมูลฝอยติดเชื้อในชุมชน จังหวัดนนทบุรี (2) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการมูลฝอยติดเชื้อในชุมชน (3) เพื่อประเมินผลรูปแบบที่พัฒนาขึ้น ดำเนินการ 4 ระยะ เป็นเวลา 9เดือน ระยะที่ 1 การศึกษาสถานการณ์ปัญหาโดย การสนทนากลุ่มภาคีเครือข่าย และศึกษาความรู้ ทัศนคติ พฤติกรรม การจัดการมูลฝอยติดเชื้อของประชาชนอายุ18ปีขึ้นไป ระยะที่ 2.พัฒนารูปแบบฯโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน ระยะที่ 3 ทดลองใช้รูปแบบ 2 วงรอบ ได้แก่ การทดลองใช้ในครัวเรือนนำร่อง 10 ครัวเรือน เพื่อประเมินและปรับปรุงรูปแบบ ก่อนนำไปทดลองใช้ในครัวเรือนเป้าหมาย 103 ครัวเรือน ระยะที่4 การสะท้อนผลและประเมิน โดยการสนทนากลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อสะท้อนผล เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย แนวคำถามสะท้อนปัญหาแบบสอบถามความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรม แบบประเมินความถูกต้องของการปฏิบัติ แบบบันทึกตัวชี้วัดเชิงระบบและแนวคำถามสำหรับการสะท้อนผล วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สถิติ paired t-test และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนมีความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการจัดการมูลฝอยติดเชื้อในระดับดี แต่ยังพบข้อจำกัดเชิงด้านระบบการจัดการมูลฝอยติดเชื้อ รูปแบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) ระบบต้นทางในครัวเรือน (2) ระบบกลางทางด้านจุดรวบรวมและการเก็บขน (3) ระบบปลายทางด้านการส่งต่อและกำจัดตามมาตรฐาน และ(4) กลไกสนับสนุนจากภาคีเครือข่าย หลังทดลองใช้ระบบ ครัวเรือนเป้าหมายมีค่าเฉลี่ยของพฤติกรรมการจัดการมูลฝอยติดเชื้อเพิ่มขึ้นจาก 2.90±0.42 เป็น 3.87±0.41 และค่าเฉลี่ยความถูกต้องของการปฏิบัติเพิ่มขึ้นจาก 4.98±1.50 เป็น 8.85±0.98 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t=50.180 และ t=22.648; p<.001) และ ภาคีเครือข่ายยอมรับรูปแบบที่พัฒนาขึ้นและมองว่าปัจจัยความสำเร็จเกิดจากบรูณาการร่วมกันอย่างเป็นระบบ
เอกสารอ้างอิง
กฎกระทรวงว่าด้วยการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ. 2545. ราชกิจจานุเบกษา; 2545.
กรมอนามัย. คู่มือการจัดการมูลฝอยติดเชื้อ. นนทบุรี: กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข; 2561.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี. ฐานข้อมูลด้านสุขภาพของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี [ฐานข้อมูลภายใน]. นนทบุรี: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี; 2568.
กรมอนามัย. ข้อมูลจากระบบ E-Manifest กรมอนามัย จังหวัดนนทบุรี ปีงบประมาณ 2565–2568. นนทบุรี: กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข; 2568.
พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535. ราชกิจจานุเบกษา; 2535.
Kemmis S, McTaggart R. The action research planner. 3rd ed. Geelong: Deakin University Press; 1988.
Charbonneau MS, Parsons KA, Danckert DC, et al. Sharps disposal practices among people with diabetes in a community care clinic. Diabetes Spectr. 2022;35(4):476-83.
McLeroy KR, Bibeau D, Steckler A, et al. An ecological perspective on health promotion programs. Health Educ Q. 1988;15(4):351-77.
World Health Organization. Health-care waste. Geneva: World Health Organization; 2024.
Majumdar A, Sahoo J, Roy G, et al. Improper sharp disposal practices among diabetes patients in home care settings: need for concern? Indian J Endocrinol Metab.2015;19(3):420-5.
พิพัฒน์ กว้างนอก, ประจวบ แสงดาว, กิตติคุณ บัวศรีพันธ์. การพัฒนารูปแบบการจัดการมูลฝอยติดเชื้อในชุมชน จังหวัดสิงห์บุรี. วารสารสาธารณสุขและสุขภาพศึกษา. 2567;4(3):e271196.
วินิช โสภาพล. การพัฒนาระบบบริหารจัดการมูลฝอยติดเชื้อในโรงพยาบาลร้อยเอ็ด. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ 2566;4(3):9-20.
Soliman HMH, El-Zoka AH, Fetohy EM, et al. The effect of an educational program on the knowledge and practices of diabetic patients regarding sharps waste disposal at home. Sci Rep. 2024;14:30590.
Janik-Karpinska E, Brancaleoni R, Niemcewicz M, et al. Healthcare waste: a serious problem for global health. Healthcare (Basel) 2023;11(2):242.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา กระทรวงสาธารณสุข
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา และบุคลากรท่านอื่นๆในสำนักงานฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว