ความร่วมมือระหว่างวิทยาลัยพยาบาลทหารอากาศ และสถานบริการสุขภาพที่เป็นแหล่งฝึกปฏิบัติการพยาบาลของนักเรียนพยาบาลทหารอากาศ
Main Article Content
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาลักษณะความร่วมมือระหว่างวิทยาลัยพยาบาลทหารอากาศ กับสถานบริการสุขภาพที่ใช้เป็นแหล่งฝึก นักเรียนพยาบาลทหารอากาศ หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต
วัสดุและวิธีการ : การวิจัยนี้เป็นวิจัยเชิงคุณภาพ โดยมีผู้ร่วมวิจัยคือ อาจารย์วิทยาลัยพยาบาลทหารอากาศ ประกอบด้วย ผู้บริหารและอาจารย์ จำนวน 15 คน และ พยาบาลประจำการในแหล่งฝึก 3 แหล่งประกอบด้วยผู้บริหารและพยาบาลประจำการ จำนวน 28 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลคือแบบสัมภาษณ์อย่างมีโครงสร้าง ตามแนวคิด 7 Dimension of collaboration ของ Travis การเก็บข้อมูลโดยการสนทนากลุ่มและสัมภาษณ์เชิงลึก การตรวจสอบความเชื่อถือได้และคุณภาพของข้อมูล (Trustworthiness) ใช้แนวคิดของ Lincon and Guba วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์สาระ (content analysis)
ผลการวิจัย : พบว่าจุดเน้น (Focus) ของความร่วมมือทั้งฝ่ายการศึกษาและฝ่ายบริการคืองานที่ทำมานานและดำเนินเป็นปกติ (routine work) ด้านโครงสร้าง (structure) ของความร่วมมือคือมีผู้ประสานความร่วมมือในงานทุกระดับ (coordinator at all level) ด้านกระบวนการ (process) ของร่วมมือ เกิดขึ้นโดยการชี้แจงให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ของการฝึกปฏิบัติการพยาบาล (Determine objectives) ด้านผลลัพธ์ของความร่วมมือ พบว่าความร่วมมือทำให้เกิดการพัฒนาตนเองและเกิดการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ร่วมกัน (self development and knowledge exchange) ผู้ปฏิบัติด้านความร่วมมือ (Actors) คือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ความรับผิดชอบในการฝึกภาคปฏิบัติโดยตำแหน่งและการมอบหมายงาน (position and job assignment) โดยการกำหนด ข้อตกลงร่วมกัน (Formalization) เพื่อพัฒนางานวิชาการร่วมกัน (mutual development) และการตกลงทำตามกฎระเบียบ (follow regulation) การใช้ทรัพยากร (Resources) มีการใช้ทรัพยากรอย่างสมเหตุสมผล (reasonable) และ การช่วยเหลือ เกื้อกูลกัน (supporting each other) จุดเน้นของอำนาจ (Focus of power) ขึ้นอยู่กับหอผู้ป่วยแต่ละแห่ง (ward objective) ที่ยินยอมให้นักเรียนขึ้นฝึกปฏิบัติ โดยมีผู้บริหารตัดสินใจ (decision making) จุดเน้นของการควบคุม (Focus of Control) คือให้เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพ (professional standard) และเป้าหมาย (Goals) ความร่วมมือคือเกิดการพัฒนาทักษะ (skill development) และการประสานประโยชน์ร่วมกัน (mutual benefit)
สรุป : ความร่วมมือทั้งฝ่ายการศึกษาและฝ่ายบริการช่วยขับเคลื่อนให้เกิดความก้าวหน้าในวิชาชีพ การประสานความร่วมมือเกิดขึ้น ในงานทุกระดับ และมีการควบคุมการฝึกปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพ
Article Details
บทความที่ได้รับการตีพิมพฺเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร
เอกสารอ้างอิง
Annexes. GENEVA: WHO Press; 2013.
2. Foster O, MarksMaran N. Nursing students’ expectations and experiences of mentorship,
Nursing Education Today, 2015 Jan;35(1):18-24.
3. Graneheim, BL. Qualitative content analysis in nursing research: concepts, procedures and
measures to achieve trustworthiness. Nurse Education Today, 2004;24,105–12.
4. Lincon,Y.S.,& Guba, E. G. The Constructivist: Left Coast Press; 2013.
5. Travis L, Hart A, Hardin S, Harwell K. Academic –Service partnerships: Seven dimensions of successful
collaboration, Journal of Nursing Education and Practice, 2013. Jan; Vol.3, No.1.
6. Harvath T, Flaherty-Robb M, Talerico W, Hayden KC. Best Practices Initiative: Nurturing
Partnerships that Promote Change, 2015.
7. Barger S, Das EA., Academic-Service Partnership: Ideas That Work, Journal of Professional Nursing, 2004; Vol 20,
No 2 (March-April), 97-102.
8. อมรรัตน์ ภิญโญอนันตพงษ์. การพัฒนารูปแบบความร่วมมือทางวิชาการด้านการสอนระหว่างอุดมศึกษาของรัฐ. ปริญญานิพนธ์ปริญญา
ดุษฎีบัณฑิต. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ; 2546.
9. Elliott K, Marks-Maran N, Diane R, Bach R. Teaching student nurses how to use electronic patient records
through simulation; 2018.
10. Walter L, Davies H, Nutley S. Increasing research impact through partnerships: Evidence
from outside health care. Journal of Health Services Research and Policy, S; 2003:58-61.
11. Hass BK, Deardorff KU, Klotz L. et.al Creating a collaborative partnership between academia
and service; Journal of Nursing Education; 2002:518-23.
12. กัญญ์สิริ จันทร์เจริญ, ภัทรจิต เจริญศักดิ์, ลดาวัลย์ คงนวล, สาลิตา หัดสะแหละ, เสาวลักษณ์ นิลภูศรี,
อทิตยา เอียดหวัง. ทัศนคติของการทํางานบริการสุขภาพของผู้สําเร็จการศึกษา วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี
สงขลา. สงขลา: วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สงขลา; 2549.
13. ยุวดี ฦาชา, อรสา พันธ์ภักดี, พรศรี ศรีอัษฎาพร, สมใจ พุทธาพิทักษ์ผล, โสพรรณ โพทะยะ, พรทิพย์ มาลาธรรม,
และคณะ. ความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา และ สถานบริการสุขภาพเพื่อสร้างบัณทิตที่มีคุณภาพ : กรณี
ศึกษา. วารสารสภาการพยาบาล 2548;20:1-16.
14. Hall- Barrow J, Hodgest LC, Brown PA. Collaborative model for employee health and
nursing education: successful program, AAOHNJ 2001;49(9):429-36.