ศึกษาอัตราการเข้าถึงโทรเวชกรรมผ่านเว็บเบราเซอร์ แผนกฉุกเฉิน โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช
Main Article Content
บทคัดย่อ
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา : การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้เกิดการพัฒนาระบบโทรเวชกรรมมาใช้งาน อย่างรวดเร็วในทุกประเทศ ระบบโทรเวชกรรมเกือบทั้งหมดพัฒนาโดยพื้นฐานแอพพลิเคชั่นของตนเอง จำเป็นต้องลงทะเบียนและ ติดตั้งก่อนใช้งานครั้งแรกทำให้อาจเกิดความล่าช้าในการเข้าถึงระบบโทรเวชกรรมในผู้ป่วยที่ต้องการความเร่งด่วนในกลุ่มผู้ป่วยฉุกเฉิน เว็บเบราเซอร์เป็นสิ่งที่อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อสู่อินเตอร์เน็ตได้ในปัจจุบันถูกติดตั้งมาจากโรงงานและมีการปรับปรุงพัฒนาต่อเนื่อง ระบบโทรเวชกรรมผ่านเว็บเบราเซอร์สามารถลดความล่าช้า ความยุ่งยากที่เกิดขึ้นจากระบบโทรเวชกรรมรูปแบบเดิม สามารถยืนยันตำแหน่งผู้ป่วย และสามารถใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยฉุกเฉินในระยะก่อนถึงโรงพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาอัตราการเข้าถึงระบบโทรเวชกรรมผ่านเว็บเบราเซอร์ ในแผนกฉุกเฉิน โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช พอ. และวัตถุประสงค์รองคือความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมทดสอบ
ระเบียบวิธีวิจัย : เป็นการวิจัยแบบ Cross-sectional analytic study มีประชากรทั้งหมด 107 คน ที่ผ่านเกณฑ์คัดเข้า ผู้ร่วมวิจัยทดสอบเข้าระบบโทรเวชกรรมผ่านเว็บเบราเซอร์ด้วยโทรศัพท์มือถือของตนเอง และบันทึกผลการเข้าใช้ระบบโดยแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช พอ.
ผลการวิจัย : อัตราการรองรับระบบโทรเวชกรรมผ่านเว็บเบราเซอร์ กลุ่มบุคลากรการแพทย์ ร้อยละ 100, กลุ่มบุคคลทั่วไป ร้อยละ 93.4 และผู้ทดสอบ ร้อยละ 88.79 มีความพึงพอใจอย่างมากหลังร่วมทดลองใช้งาน อัตราการเข้าถึงระบบโทรเวชกรรม ผ่านเว็บเบราเซอร์ด้วยตนเองในกลุ่มประชาชนทั่วไปร้อยละ 80.33 และกลุ่มบุคลากรการแพทย์ร้อยละ 86.96
สรุป : อัตราการเข้าถึงด้วยตนเองของระบบโทรเวชกรรมผ่านเว็บเบราเซอร์ ในกลุ่มบุคคลทั่วไป (ร้อยละ 80.33) น้อยกว่าสถิติ จากระบบโทรเวชกรรมที่ต้องติดตั้งแอพพลิชั่นและยืนยันตัวตนก่อนของห้องตรวจโทรเวชกรรม โรงพยาบาลภูมิพลอดลุยเดช พอ. (ร้อยละ 94)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพฺเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร
เอกสารอ้างอิง
สันต์ ใจวงค์ การยอมรับและการนำระบบโทรเวชกรรมเข้าไปใช้กับกระบวนการสาธารณสุข ในพื้นที่ห่างไกลกรณีศึกษา : โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของวารสารวิจัยและพัฒนามจธ. ปีที่ 40 ฉบับที่ 4
ตุลาคม – ธันวาคม 2560
เริงฤทธิ พลเหลือ. ปัจจัยความสัมพันธ์เชิงสาเหตุทีส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้งานแอพพลิเคชัน ปรึกษาแพทย์(Telemedicine Application). บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ; 2564
สํานักงานสถิติแห่งชาติ. โครงการการสํารวจการมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสือสารในครัวเรือน พ.ศ.2565 [Available from: https://catalogapi.nso.go.th/api/doc/ICTH_1_5.pdf]
4. Barbosa W, Zhou K, Waddell E, Myers T, DorseyER.Improving Access to Care:Telemedicine Across Medical Domains, William Barbosa , Department of Neurology, University of Rochester Medical Center, Rochester, New York Annu. Rev. Public Health 2021. 42:463–81
5. Annaswamy TM, Verduzco-Gutierrez M, FriedenL.Telemedicine barriers and challenges for persons with disabilities: COVID-19 and beyond , Thiru M. Annaswamy, MD , North Texas Health Care System, UT Southwestern Medical Center, Dallas, TX, USA , Disability and Health Journal Volume 13, Issue 4, October 2020, 100973
6. Grosman-Dziewiszek P, Wiatrak B, Jeskowiak I,Szelag A.Patients’ Habits and the Role of Pharmacists and Telemedicine as Elements of a Modern Health Care System during the COVID-19 Pandemic , Patrycja Grosman-Dziewiszek , J. Clin. Med. 2021, 10, 4211