ภาวะน้ำลายแห้งในผู้ป่วยมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอที่เข้ารับการรักษาด้วยรังสีเทคนิคปรับความเข้มแบบหมุนรอบ:การศึกษาตามกลุ่มประชากรแบบไปข้างหน้า 1 ปี
คำสำคัญ:
ภาวะน้ำลายแห้ง, ต่อมน้ำลายหน้ากกหู, มะเร็งศีรษะและลำคอ, ปริมาณรังสีเฉลี่ยบทคัดย่อ
ภูมิหลัง: เทคนิคการฉายรังสีปรับความเข้มแบบหมุนรอบเป็นเทคนิคการฉายรังสีที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง เพื่อให้ปริมาณรังสีสูงบริเวณก้อนมะเร็งและลดปริมาณรังสีที่อวัยวะสำคัญข้างเคียง ภาวะน้ำลายแห้งพบได้ในผู้ป่วยที่ฉายรังสีบริเวณศีรษะและลำคอ ซึ่งเกิดจากเซลล์ต่อมน้ำลาย หน้ากกหูถูกทำลาย ทำให้ต่อมน้ำลายทำหน้าที่ได้ลดลงหรือไม่สามารถทำหน้าที่ได้ วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาการเกิดภาวะน้ำลายแห้งจากการฉายรังสี และความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณรังสีที่ต่อมน้ำลายหน้ากกหูได้รับกับอัตราการไหลของน้ำลายในผู้ป่วยมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอที่เข้ารับการรักษาด้วยรังสี เทคนิคปรับความเข้มแบบหมุนรอบ วิธีการ: งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาแบบไปข้างหน้าในผู้ป่วยมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอที่เข้ารับการรักษาด้วยรังสีเทคนิคปรับความเข้มแบบหมุนรอบ โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรีจำนวน 84 ราย ระหว่าง ปี พ.ศ. 2565 ถึง พ.ศ. 2567 ปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยได้รับระหว่าง 60 ถึง 70 เกรย์ บันทึกปริมาณรังสีต่อมน้ำลายหน้ากกหูสองข้างได้รับจากการวางแผนการรักษาด้วยรังสี ทำการเก็บอัตราการไหลของน้ำลายโดยปราศจากสิ่งกระตุ้น ทำการเก็บ 5 ครั้ง ได้แก่ ก่อนเข้ารับการฉายรังสี, ระหว่างฉายรังสีสัปดาห์ที่ 4, ฉายรังสี ครบ, หลังจากฉายรังสีครบ 3 เดือน และหลังจากฉายรังสีครบ 1 ปี เกณฑ์วินิจฉัยภาวะน้ำลายแห้งอัตราการไหลของน้ำลาย โดยปราศจากการกระตุ้นจะน้อยกว่า 0.1 มิลลิลิตรต่อนาทีจาก การศึกษาทบทวนวรรณกรรม ผล: จากผู้เข้าร่วมวิจัยทั้งหมด 84 ราย ระหว่างฉายรังสีสัปดาห์ที่ 4 และฉายรังสีครบเกิดภาวะ น้ำลายแห้ง จำนวน 50 และ 65 ราย ตามลำดับ หลังจากฉาย รังสีครบ 3 เดือน มีผู้เข้าร่วมวิจัย 69 ราย เกิดภาวะน้ำลายแห้ง 58 ราย หลังจากฉายรังสีครบ 1 ปี มีผู้เข้าร่วมวิจัย 56 ราย เกิดภาวะน้ำลายแห้ง 37 ราย ค่าเฉลี่ยอัตราไหลของน้ำลายก่อนเข้ารับการฉายรังสี, ระหว่างฉายรังสีสัปดาห์ที่ 4, ฉายรังสีครบ, ฉายรังสีครบ 3 เดือนและฉายรังสีครบ 1 ปีเท่ากับ 0.22±0.16, 0.09±0.08,0.060.06, 0.04±0.05 และ0.07±0.04 มิลลิลิตร ต่อนาที ตามลำดับ ค่าเฉลี่ยอัตราไหลของน้ำลายในกลุ่มที่ต่อมน้ำลายหน้ากกหูทั้งสองข้างได้รับปริมาณรังสีไม่เกิน 26 เกรย์ และกลุ่มที่ต่อมน้ำลายหน้ากกหูข้างใดข้างหนึ่งได้รับปริมาณ รังสีไม่เกิน 26 เกรย์ พบว่า ค่าเฉลี่ยอัตราไหลของน้ำลายหลังจากฉายรังสีครบ 1 ปี ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สรุป: ในผู้ป่วยมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอที่เข้ารับการรักษาด้วยรังสีเทคนิคปรับความเข้มแบบหมุนรอบปริมาณรังสีที่ต่อม น้ำลายหน้ากกหูทั้งสองข้างหรือต่อมน้ำลายหน้ากกหูข้างใดข้างหนึ่งควรได้รับปริมาณรังสีไม่เกิน 26 เกรย์เพื่อลดภาวะ การเกิดน้ำลายแห้ง
เอกสารอ้างอิง
Prayongrat A. Nasopharyngeal carcinoma. J Thai Assn of Radiat Oncol 2014;20(1):42-70.
Rattananen O. Nursing manual for skin care in patients with radiation induced skin changes in head and neck cancer. Faculty of Medicine Siriraj Hospital: Mahidol University; 2020.
Podgorsak EB. Radiation oncology physics:a handbook for teachers and students. Vienna: IAEA; 2005. p. 71-6.
Khan FM. Medical Physics of Radiation Therapy. 4th ed. Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins; 2010.
Jensen SB, Pedersen AM, Reibel J, Nauntofte B. Xerostomia and hypofunction of the salivary glands in cancer therapy. Support Care Cancer 2003;11(4):207-25.
Wu VWC, Leung KY. A Review on the assessment of radiation induced salivary gland damage after radiotherapy. Front Oncol 2019;9:1090.
Marks LB, Yorke ED, Jackson A, Ten Haken RK, Constine LS, Eisbruch A, et al. Use of normal tissue complication probability models in the clinic. Int J Radiat Oncol Biol Phys 2010;76(3 Suppl):S10-9.
Wang X, Eisbruch A. IMRT for head and neck cancer: reducing xerostomia and dysphagia. J Radiat Res 2016;57 Suppl 1(Suppl 1):i69-i75.
Hey J, Setz J, Gerlach R, Janich M, Hildebrandt G, Vordermark D, et al. Parotid gland-recovery after radiotherapy in the head and neck region -- 36 months follow-up of a prospective clinical study. Radiat Oncol 2011;6:125.
lancu RI, Mirestean CC, Buzea CGH, lancu DT. Radiotherapy induced toxicity for oropharyngeal cancer patients: implications for oral health. Romanian J Oral Rehabili 2019;11(3):6-12.
Bentzen SM, Constine LS, Deasy JO, Eisbruch A, Jackson A, Marks LB, et al. Quantitative analyses of normal tissue effects in the clinic (QUANTEC): an introduction to the scientific issues. Int J Radiat Oncol Biol Phys 2010;76(3 Suppl):S3-9.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
ข้อความและข้อคิดเห็นต่างๆ เป็นของผู้เขียนบทความ ไม่ใช่ความเห็นของกองบรรณาธิการหรือของวารสารกรมการแพทย์