ภาวะน้ำลายแห้งในผู้ป่วยมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอที่เข้ารับการรักษาด้วยรังสีเทคนิคปรับความเข้มแบบหมุนรอบ:การศึกษาตามกลุ่มประชากรแบบไปข้างหน้า 1 ปี

ผู้แต่ง

  • เฉลิมชาติ บุญส่ง โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี
  • กิตติศักดิ์ ชมประเสริฐ โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี
  • อรพินท์ โชคชัยธรรม โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี
  • พิเชษฐ์ อุเบอร์ โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี
  • วนิดา ปราบมนตรี โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี
  • กรกนก ทองบุญมี โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี
  • ณภาภัช สุขเกษม โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี
  • ขนิษฐา พูลทะจิตร โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี
  • จีราภรณ์ ใจเพียร โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี
  • ภานุพงศ์ สุวรรณ โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี
  • กิตติญาณี พรมเคน โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี
  • พิชญา อินทรวรรณ โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี
  • นัสณา ธิติชัย โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี
  • รวิพิมพ์ สงวนทรัพย์ โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี

คำสำคัญ:

ภาวะน้ำลายแห้ง, ต่อมน้ำลายหน้ากกหู, มะเร็งศีรษะและลำคอ, ปริมาณรังสีเฉลี่ย

บทคัดย่อ

ภูมิหลัง: เทคนิคการฉายรังสีปรับความเข้มแบบหมุนรอบเป็นเทคนิคการฉายรังสีที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง เพื่อให้ปริมาณรังสีสูงบริเวณก้อนมะเร็งและลดปริมาณรังสีที่อวัยวะสำคัญข้างเคียง ภาวะน้ำลายแห้งพบได้ในผู้ป่วยที่ฉายรังสีบริเวณศีรษะและลำคอ ซึ่งเกิดจากเซลล์ต่อมน้ำลาย หน้ากกหูถูกทำลาย ทำให้ต่อมน้ำลายทำหน้าที่ได้ลดลงหรือไม่สามารถทำหน้าที่ได้ วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาการเกิดภาวะน้ำลายแห้งจากการฉายรังสี และความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณรังสีที่ต่อมน้ำลายหน้ากกหูได้รับกับอัตราการไหลของน้ำลายในผู้ป่วยมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอที่เข้ารับการรักษาด้วยรังสี เทคนิคปรับความเข้มแบบหมุนรอบ วิธีการ: งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาแบบไปข้างหน้าในผู้ป่วยมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอที่เข้ารับการรักษาด้วยรังสีเทคนิคปรับความเข้มแบบหมุนรอบ โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรีจำนวน 84 ราย ระหว่าง ปี พ.ศ. 2565 ถึง พ.ศ. 2567 ปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยได้รับระหว่าง 60 ถึง 70 เกรย์ บันทึกปริมาณรังสีต่อมน้ำลายหน้ากกหูสองข้างได้รับจากการวางแผนการรักษาด้วยรังสี ทำการเก็บอัตราการไหลของน้ำลายโดยปราศจากสิ่งกระตุ้น ทำการเก็บ 5 ครั้ง ได้แก่ ก่อนเข้ารับการฉายรังสี, ระหว่างฉายรังสีสัปดาห์ที่ 4, ฉายรังสี ครบ, หลังจากฉายรังสีครบ 3 เดือน และหลังจากฉายรังสีครบ 1 ปี เกณฑ์วินิจฉัยภาวะน้ำลายแห้งอัตราการไหลของน้ำลาย โดยปราศจากการกระตุ้นจะน้อยกว่า 0.1 มิลลิลิตรต่อนาทีจาก การศึกษาทบทวนวรรณกรรม ผล: จากผู้เข้าร่วมวิจัยทั้งหมด 84 ราย ระหว่างฉายรังสีสัปดาห์ที่ 4 และฉายรังสีครบเกิดภาวะ น้ำลายแห้ง จำนวน 50 และ 65 ราย ตามลำดับ หลังจากฉาย รังสีครบ 3 เดือน มีผู้เข้าร่วมวิจัย 69 ราย เกิดภาวะน้ำลายแห้ง 58 ราย หลังจากฉายรังสีครบ 1 ปี มีผู้เข้าร่วมวิจัย 56 ราย เกิดภาวะน้ำลายแห้ง 37 ราย ค่าเฉลี่ยอัตราไหลของน้ำลายก่อนเข้ารับการฉายรังสี, ระหว่างฉายรังสีสัปดาห์ที่ 4, ฉายรังสีครบ, ฉายรังสีครบ 3 เดือนและฉายรังสีครบ 1 ปีเท่ากับ 0.22±0.16, 0.09±0.08,0.060.06, 0.04±0.05 และ0.07±0.04 มิลลิลิตร ต่อนาที ตามลำดับ ค่าเฉลี่ยอัตราไหลของน้ำลายในกลุ่มที่ต่อมน้ำลายหน้ากกหูทั้งสองข้างได้รับปริมาณรังสีไม่เกิน 26 เกรย์ และกลุ่มที่ต่อมน้ำลายหน้ากกหูข้างใดข้างหนึ่งได้รับปริมาณ รังสีไม่เกิน 26 เกรย์ พบว่า ค่าเฉลี่ยอัตราไหลของน้ำลายหลังจากฉายรังสีครบ 1 ปี ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สรุป: ในผู้ป่วยมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอที่เข้ารับการรักษาด้วยรังสีเทคนิคปรับความเข้มแบบหมุนรอบปริมาณรังสีที่ต่อม น้ำลายหน้ากกหูทั้งสองข้างหรือต่อมน้ำลายหน้ากกหูข้างใดข้างหนึ่งควรได้รับปริมาณรังสีไม่เกิน 26 เกรย์เพื่อลดภาวะ การเกิดน้ำลายแห้ง

เอกสารอ้างอิง

Prayongrat A. Nasopharyngeal carcinoma. J Thai Assn of Radiat Oncol 2014;20(1):42-70.

Rattananen O. Nursing manual for skin care in patients with radiation induced skin changes in head and neck cancer. Faculty of Medicine Siriraj Hospital: Mahidol University; 2020.

Podgorsak EB. Radiation oncology physics:a handbook for teachers and students. Vienna: IAEA; 2005. p. 71-6.

Khan FM. Medical Physics of Radiation Therapy. 4th ed. Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins; 2010.

Jensen SB, Pedersen AM, Reibel J, Nauntofte B. Xerostomia and hypofunction of the salivary glands in cancer therapy. Support Care Cancer 2003;11(4):207-25.

Wu VWC, Leung KY. A Review on the assessment of radiation induced salivary gland damage after radiotherapy. Front Oncol 2019;9:1090.

Marks LB, Yorke ED, Jackson A, Ten Haken RK, Constine LS, Eisbruch A, et al. Use of normal tissue complication probability models in the clinic. Int J Radiat Oncol Biol Phys 2010;76(3 Suppl):S10-9.

Wang X, Eisbruch A. IMRT for head and neck cancer: reducing xerostomia and dysphagia. J Radiat Res 2016;57 Suppl 1(Suppl 1):i69-i75.

Hey J, Setz J, Gerlach R, Janich M, Hildebrandt G, Vordermark D, et al. Parotid gland-recovery after radiotherapy in the head and neck region -- 36 months follow-up of a prospective clinical study. Radiat Oncol 2011;6:125.

lancu RI, Mirestean CC, Buzea CGH, lancu DT. Radiotherapy induced toxicity for oropharyngeal cancer patients: implications for oral health. Romanian J Oral Rehabili 2019;11(3):6-12.

Bentzen SM, Constine LS, Deasy JO, Eisbruch A, Jackson A, Marks LB, et al. Quantitative analyses of normal tissue effects in the clinic (QUANTEC): an introduction to the scientific issues. Int J Radiat Oncol Biol Phys 2010;76(3 Suppl):S3-9.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

18-03-2026

รูปแบบการอ้างอิง

1.
บุญส่ง เ, ชมประเสริฐ ก, โชคชัยธรรม อ, อุเบอร์ พ, ปราบมนตรี ว, ทองบุญมี ก, สุขเกษม ณ, พูลทะจิตร ข, ใจเพียร จ, สุวรรณ ภ, พรมเคน ก, อินทรวรรณ พ, ธิติชัย น, สงวนทรัพย์ ร. ภาวะน้ำลายแห้งในผู้ป่วยมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอที่เข้ารับการรักษาด้วยรังสีเทคนิคปรับความเข้มแบบหมุนรอบ:การศึกษาตามกลุ่มประชากรแบบไปข้างหน้า 1 ปี. J DMS [อินเทอร์เน็ต]. 18 มีนาคม 2026 [อ้างถึง 19 มีนาคม 2026];51(1):128-37. available at: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/JDMS/article/view/275183

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ