ผลของการพัฒนาแนวทางการจัดทำฉลากบนซองบรรจุยาของคลินิกเวชกรรมตามกฎหมาย: กรณีศึกษา อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี
คำสำคัญ:
ฉลากบรรจุยา, ฉลากยา, คลินิกเวชกรรมเอกชน, การปฏิบัติตามกฎหมายสถานพยาบาล, การคุ้มครองผู้บริโภคบทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแนวทางในการสนับสนุนคลินิกเอกชนให้สามารถจัดให้มีฉลากบรรจุยาและประเมินผลสำเร็จของโครงการฯ โดยการเปรียบเทียบฉลากบรรจุยาก่อนและหลังการเข้าร่วมโครงการนี้ ศึกษาในคือ คลินิกเอกชนด้านเวชกรรม อำเภอเมืองอุดรธานี เป็นการวิจัยการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมด้วยวงจร PAOR เก็บข้อมูลจากผู้ปฏิบัติงานที่มีหน้าที่ส่งมอบยาให้กับผู้ป่วย จำนวน 48 แห่ง ระยะเวลาวิจัย สิงหาคม 2567 - พฤศจิกายน 2568 รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม Planning: วิเคราะห์ปัญหา Acting: ออกแบบการพัฒนาศักยภาพเป็น 3 แนวทาง ได้แก่ 1) คู่มือพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงานด้วยตนเอง 2) บริการให้คำปรึกษาผ่านไลน์ Official 3) บริการให้คำปรึกษาเชิงลึก ณ คลินิกฉลากยาคุณภาพ Observing: ติดตามและประเมินผลการพัฒนาฉลากบนซองบรรจุยาในสัปดาห์ที่ 2 และ 4 Reflecting: มอบป้ายรับรองแก่คลินิกที่มีมาตรฐานและจัดการสนทนากลุ่ม (focus group) ร่วมกับผู้ปฏิบัติงานในคลินิกเพื่อประเมินแนวทางฯ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา (ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน)
ผลการศึกษาพบว่า จากคลินิกที่ศึกษา 48 แห่งพบว่าก่อนเข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพมีเพียง 3 แห่ง (6.3%) ที่ฉลากบรรจุยามีองค์ประกอบในครบถ้วนตามกฎหมายและหลังจากพัฒนาศักยภาพภายใน 4 สัปดาห์ พบว่าคลินิก 44 แห่ง (91.7%) สามารถจัดฉลากบรรจุยาครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด โดยผู้ปฏิบัติงานในคลินิก 43 แห่ง ใช้คู่มือและปรึกษาผ่านช่องทางไลน์ official ส่วนใหญ่หัวข้อที่มีการปรึกษา คือ ชื่อยาภาษาไทย ข้อบ่งใช้ และคำเตือน ข้อควรระวังหรือข้อห้ามใช้ ส่วนคลินิกฉลากยาคุณภาพมีผู้ใช้บริการเพียง 12 แห่ง และจากการสนทนากลุ่มพบว่าโครงการฯ ดังกล่าวมีความเหมาะสม ส่วนอุปสรรคหลักคือการขาดฐานข้อมูลชื่อสามัญทางยาภาษาไทยและคำเตือน ข้อควรระวังหรือข้อห้ามใช้ที่สำคัญ ซึ่งโครงการดังกล่าว สามารถสนับสนุนให้คลินิกจัดให้มีฉลากบรรจุยาได้ตามกฎหมาย จึงควรขยายผลในวงกว้างและหน่วยงานที่รับผิดชอบควรจัดให้มีความสมบูรณ์ในฐานข้อมูลชื่อสามัญทางยาภาษาไทยและคำเตือน ข้อควรระวัง หรือข้อห้ามใช้ที่สำคัญ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ปฏิบัติงานในคลินิก
เอกสารอ้างอิง
Department of Health Service Support Ministry of Public Health. Non-overnight sanatoriums (clinic) [online]. [cited 2024 May 22]. Available from: statv2. nic.go.th/Health/05030602_02.php.
Department of Health Service Support Ministry of Public Health. RDU in private health sectors: Private Medical Clinics [Internet]. 2022 [cited 2024 Jun 1]. Available from: https://mrd.hss.moph.go.th/mrd1_hss/?cat=18.
Dockpong D. Drug information for patients in private clinics and drugstores in Khukhan district, Si Sa Ket province [Internet]. Graduate School, Khonkaen University; 2013. Available from: https://dric.nrct.go.th/Search/SearchDetail/257615.
khraibutr K, Na-Ek N, Muenpa R. Characteristics of drug labels in private medical clinics: a cross-sectional study in Mueang district, Udonthani. Forthcoming in: Thai J Pharm Prac. 2024.
Notification of the Ministry of Public Health Re: Standard of services of sanatorium regarding drug labeling B.E.2565. Thai Government Gazette Volume 139, Special part 61D, (March 16, B.E.2565).
Nonthakitpaisal W, Sirijeerajai P, Kongkaew C. Development of drug safety regulatory measures for private clinics in Rayong Province [conference presentation]. National Consumer Protection Academic Conference 2023: Development through Digital and Innovation; 2023 Aug 31; Food and Drug Administration, Thailand.
Wade A. Study size. Sex Transm Infect. 2001; 77: 332–4. doi: 10.1136/sti.77.5.332.
Strategy and planning Division Ministry of Public Health. Indicator Details Ministry of Public Health 2567[online]. [cited 2024 May 22]. Available from: https://spd.moph.go.th.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ประกาศเกี่ยวกับลิขสิทธิ์
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของชมรมเภสัชสาธารณสุขแห่งประเทศไทย
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับชมรมเภสัชสาธารณสุขจังหวัดแห่งประเทศไทย และบุคลากรท่านอื่นๆในสำนักงานฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
