ผลของโปรแกรมพยาบาลพี่เลี้ยงสำหรับพยาบาลวิชาชีพในการดูแลผู้ป่วยแผลไหม้

ผู้แต่ง

  • เชาวฤทธิ์ อรุณเลิศศิริ หลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเซนต์หลุยส์
  • ปานตา อภิรักษ์นภานนท์ คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเซนต์หลุยส์
  • มณีรัตน์ ภาคธูป คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเซนต์หลุยส์

คำสำคัญ:

รูปแบบพยาบาลพี่เลี้ยง, สมรรถนะพยาบาลวิชาชีพ, การดูแลผู้ป่วยแผลไหม้

บทคัดย่อ

บทนำ: แผลไหม้เป็นการบาดเจ็บของผิวหนังหรือเนื้อเยื่อที่ได้รับอันตรายจากการถูกความร้อน กระแสไฟฟ้า แรงเสียดทาน กัมมันตภาพรังสีหรือการสัมผัสสารเคมี สามารถพบได้ทุกเพศทุกวัย ดังนั้นต้องใช้ความรู้ ทักษะในการวางแผนการปฏิบัติการพยาบาลอย่างรอบด้านตั้งแต่ประเมินผู้ป่วยและครอบครัวในทุกมิติ
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพในการดูแลผู้ป่วยแผลไหม้และเปรียบเทียบสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพก่อนและหลังการใช้โปรแกรมพยาบาลพี่เลี้ยงสำหรับพยาบาลวิชาชีพในการดูแลผู้ป่วยแผลไหม้
วิธีการดำเนินการวิจัย: การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง กลุ่มตัวอย่าง คือ พยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานการดูแลผู้ป่วยแผลไหม้แผนกศัลยกรรมจำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วยเครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือ โปรแกรมพยาบาลพี่เลี้ยงสำหรับพยาบาลวิชาชีพในการดูแลผู้ป่วยแผลไหม้ และเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วยแบบประเมินสมรรถนะการดูแลผู้ป่วยแผลไหม้ ของพยาบาลวิชาชีพ และแบบประเมินความพึงพอใจของพยาบาลวิชาชีพต่อโปรแกรมพยาบาลพี่เลี้ยง การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานด้วยสถิติ Wilcoxon signed  ranks test  นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ผลการวิจัย: สมรรถนะพยาบาลวิชาชีพก่อนและหลังการใช้โปรแกรมพยาบาลพี่เลี้ยงสำหรับพยาบาลวิชาชีพในการดูแลผู้ป่วยแผลไหม้ มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  และความพึงพอใจของพยาบาลวิชาชีพหลังการใช้โปแกรมพยาบาลพี่เลี้ยงสูงกว่าก่อนใช้โปรแกรม
สรุปผลและข้อเสนอแนะ: รูปแบบพยาบาลพี่เลี้ยงเป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มพูนความสามารถเฉพาะทางที่จำเป็นสำหรับการดูแลผู้ป่วยแผลไหม้ และนำโปรแกรมพยาบาลพี่เลี้ยงสำหรับพยาบาลวิชาชีพไปใช้เพื่อเป็นแนวทางและพัฒนาความสามารถของพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยต่อไป

เอกสารอ้างอิง

วิไลลักษณ์ เนตรประเสริฐกุล และปาริชาติ จันทร์สุนราพร. (2564). การพัฒนาแบบประเมิน สมรรถนะพยาบาลพี่เลี้ยง โรงพยาบาลวชิรพยาบาล. วารสารพยาบาลทหารบก, 22(3), 313-321. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JRTAN/article/view/250325/171563

สุธิดา วรโชติธนัน และฐานิตา สมศรี. (2566). สรุปผลการถอดบทเรียนโครงการพัฒนาโปรแกรมพี่เลี้ยง (Mentoring Program) กองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566. งานพัฒนาบุคลากรกลุ่มยุทธศาสตร์ และพัฒนาองค์กร กองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน.

สุเพ็ญทิพย์ ทิพย์ประเสริฐ. (2567). การพยาบาลผู้ปาวยแผลไหม้ในภาวะวิกฤต: กรณีศึกษา 2 ราย. วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม, 1(2), 86-103. https://he04.tci-thaijo.org/index.php/hpc8Journal/article/view/736/357.

หฤทัย กงมหา, จงกลณี ตุ้ยเจริญ, และประทุ่ม กงมหา. (2568). การติดตามและประเมินผลสมรรถนะทางการพยาบาลของพยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไป ในหน่วยบริการระดับปฐมภูมิ ที่สำเร็จการอบรมหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไป (การรักษาโรคเบื้องต้น). วารสารวิจัยและพัฒนาด้านสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา, 11(1). 20-34. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/journalkorat/article/view/271812.

หนึ่งฤทัย เอกอภิญญา, กัญญดา ประจุศิลป, และมาลีวัล เลิศสาครศิริ. (2566). ผลของการใช้รูปแบบพยาบาลพี่เลี้ยงต่อความมั่นใจในการปฏิบัติบทบาทหัวหน้าหอผู้ป่วยของพยาบาลวิชาชีพ. วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ, 9(2), 66-77. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/slc/article/view/259350/180575

Cartotto, R., Johnson, .LS., Savetamal, A., Greenhalgh, D., Kubasiak, J. C., Pham, T. N., Rizzo, J. A., Sen, S., & Main, E. (2024). American Burn Association Clinical Practice Guidelines on Burn Shock Resuscitation. Journal of Burn Care & Research. 45(3), 565-589. doi: 10.1093/jbcr/irad125.

European Burns Association. (2017). European Practice Guidelines for Burn Care. EBA.

Feng, P., Hao, J., Wang, Y., Zhang, Y., Yu, T., & Gu, L. (2023). A cross-sectional survey on 134 nurses in burn departments: core competencies and influencing factors. Burns, 49(5), 1218-1224. doi: 10.1016/j.burns.2022.09.003.

Jeschke, M. G., van Baar, M. E., Choudhry, M. A., Chung, K. K., Gibran, N. S., & Logsetty, S. (2020). Burn injury. Nature Reviews. Disease Primers, 6(1), 11. doi: 10.1038/s41572-020-0145-5.

Koyro, K. I., Bingoel, A. S., Bucher, F., & Vogt, P. M. (2021). Burn Guidelines-An International Comparison. European Burn Journal, 2(3), 125-139; https://doi.org/10.3390/ebj2030010

McCann, C., Watson, A., & Barnes, D. (2022). Major burns: Part 1. Epidemiology, pathophysiology and initial management. BJA Education, 22(3), 94–103. doi: 10.1016/j.bjae.2021.10.001

Morton-Cooper, A., & Palmer A. (2000). Mentoring, Preceptor Ship and Clinical Supervision: A Guide to Professional Support Roles in Clinical Practice. (2nd ed.). Blackwell Science.

Phillips-Jones, L. (2003). The mentor’s guide: How to be the kind of mentor you once had-or wish you’d had. Coalition of Counseling Centers.

Reimers, F. M. (2010). Educating for global competency. In Cohen, J. E. & Malin, M. B. (Eds.) International Perspectives on the Goals of Universal Basic and Secondary Education. (pp. 183–202). American Academy of Arts and Sciences.

Subrata, S. A. (2021). A concept analysis of burn care in nursing. Scandinavian Journal of Caring Sciences, 35(1), 75-85. doi: 10.1111/scs.12847.

Toth. J. C. (1984). Evaluating the use of the Basic Knowledge Assessment Tool (BKAT) in critical care nursing with baccalaureate nursing students. Journal of Nursing Scholarship, 16(3), 67–71. https://doi.org/10.1111/j.1547-5069.1984.tb01390.x

Wang, Y., Hu, S., Yao, J., Pan, Y., Wang, J., & Wang H. (2024). Clinical nursing mentors’ motivation, attitude, and practice for mentoring and factors associated with them. BMC Nursing, 23(1), 76. doi: 10.1186/s12912-024-01757-8.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-31

รูปแบบการอ้างอิง

อรุณเลิศศิริ เ., อภิรักษ์นภานนท์ ป. และ ภาคธูป ม. (2026) “ผลของโปรแกรมพยาบาลพี่เลี้ยงสำหรับพยาบาลวิชาชีพในการดูแลผู้ป่วยแผลไหม้”, วารสารการพยาบาล สุขภาพ และการศึกษา, 9(2), น. 1–14. available at: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/NHEJ/article/view/280564 (สืบค้น: 19 กันยายน 2026).

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย