รูปแบบการจัดการการดูแลผู้ป่วยไตเรื้อรังระยะ 3 เพื่อชะลอการเสื่อมของไต โรงพยาบาลปราสาท
คำสำคัญ:
รูปแบบการจัดการการดูแลผู้ป่วย, ผู้ป่วยไตเรื้อรังระยะ 3, การชะลอการเสื่อมของไตบทคัดย่อ
การวิจัยและพัฒนารูปแบบนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์การจัดการการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะ 3 และ 2) สร้างรูปแบบการจัดการการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะ 3 เพื่อชะลอการเสื่อมของไต โรงพยาบาลปราสาท ผู้ให้ข้อมูล คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มผู้ให้บริการสุขภาพจำนวน 8 คน ประกอบด้วย แพทย์ 1 คน พยาบาล 4 คน เภสัชกร 1 คน นักโภชนาการ 1 คน และนักกายภาพบำบัด 1 คน และ 2) กลุ่มผู้รับบริการสุขภาพ ได้แก่ ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะ 3 ที่สามารถชะลอการเสื่อมของไตได้ดี จำนวน 4 คน โดยผู้วิจัยได้พัฒนาเครื่องมือวิจัยขึ้น เป็นแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างสำหรับการวิเคราะห์การจัดการการดูแลผู้ป่วยไตเรื้อรังระยะ 3 เพื่อชะลอการเสื่อมของไต ประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 สำหรับผู้ให้บริการด้านสุขภาพ และส่วนที่ 2 สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะ 3 โดยผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหา โดยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 คน ได้ค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหาทั้ง 2 ชุด เท่ากับ 1 จากผลการวิจัย พบว่า 1) การวิเคราะห์การจัดการการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะ 3 เพื่อชะลอการเสื่อมของไต จากผู้ให้บริการมี 10 ประเด็น และผู้รับบริการ 7 ประเด็น 2) รูปแบบการจัดการการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะ 3 ที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ดังนี้ องค์ประกอบที่ 1 ด้านโครงสร้าง ได้แก่ ทีมสหสาขาวิชาชีพ สถานที่ เครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ แนวทางการดูแลรักษาโรคไตเรื้อรังของแต่ละวิชาชีพ องค์ประกอบที่ 2 ด้านกระบวนการ ประกอบด้วย 4 ประเด็นร่วมระหว่างผู้ให้บริการและผู้รับบริการ ได้แก่ (1) การประเมินภาวะสุขภาพและการให้บริการพยาบาลก่อนเข้าพบแพทย์ (2) แผนการดูแลรักษาโดยมีพยาบาลวิชาชีพเป็นผู้ประสาน (3) การส่งเสริมการจัดการการดูแลสุขภาพตนเอง (4) แผนการจำหน่ายและการเยี่ยมผู้ป่วยที่บ้าน และองค์ประกอบที่ 3 ด้านผลลัพธ์ คือ ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะ 3 สามารถชะลอการเสื่อมของไตได้ ซึ่งจากการวิจัยดังกล่าวสามารถนำรูปแบบการจัดการการดูแลโรคไตเรื้อรังระยะ 3 ที่พัฒนาขึ้น ไปปรับใช้ในโรงพยาบาลอื่นได้ แต่ต้องคำนึงถึงบริบทของผู้ให้บริการและผู้รับบริการในแต่ละพื้นที่ร่วมด้วย
เอกสารอ้างอิง
Csaba P. Kovesdy. Epidemiology of chronic kidney disease: an update 2022 [อินเตอร์เน็ต]. 2565 [เข้าถึงเมื่อ 2565 มีนาคม 15]. เข้าถึงได้จาก: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/ articles/PMC9073222/.
กมลทิพย์ วิจิตรสุนทรกุล. ระบาดวิทยาและการทบทวนมาตรการป้องกันโรคไตเรื้อรัง. กองโรคติดต่อ กรมควบคุมโรค. 2565.
สุรัคเมธ มหาศิริมงคล และคณะ. โปรแกรม HDC กระทรวงสาธารณสุข [อินเตอร์เน็ต]. 2565 [เข้าถึงเมื่อ 2565 มีนาคม 15]. เข้าถึงได้จาก: https://hdcservice.moph.go.th/hdc/main/index.php.
มนัชญา เสรีวิวัฒนา, ยุพาวรรณ ทองตะนุนาม, สุดาวรรณ์ ลิ่มอักขรา. การพัฒนาคุณภาพการ ดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังเพื่อชะลอการเสื่อมของไตโดยใช้ แนวคิดการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังของโรงพยาบาลส่ง เสริมสุขภาพตำบล. วารสารการปฏิบัติการพยาบาล และการผดุงครรภ์ไทย. 2561;5(1):45-56.
สุนีรัตน์ สิงห์คำ. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในชุมชน โดยการเสริมสร้างพลังภาคีเครือข่ายแบบมีส่วนร่วมวารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. 2559;13(3):92-98.
สกานต์ บุนนาค. แนวทาง implement NCD และ CKD clinic แบบบูรณาการ [อินเตอร์เน็ต]. 2558 [เข้าถึงเมื่อ 2565 มีนาคม 15]. เข้าถึงได้จาก: https://www..slideshare.net/KomolKhosi trangsikun/ckd-clinic.
สำนักวิชาการแพทย์ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. รูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานกิจการโรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์; 2559.
สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย. คู่มือการจัดการดูแลผู้ป่วยไตเรื้อรังในระยะเริ่มต้น. กรุงเทพมหานคร: บริษัทยูเนียนอุลตร้าไวโอเร็ตจำกัด; 2555.
สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน). มาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ. ฉบับที่ 4. นนทบุรี: บริษัท หนังสือดีวัน จำกัด; 2561.
สำนักการพยาบาล กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2. นนทบุรี: โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก; 2551.
สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย. คำแนะนำสำหรับการดูแลผู้ป่วยไตเรื้อรังก่อนการบำบัดทดแทนไต พ.ศ. 2558 [อินเตอร์เน็ต]. 2558 [เข้าถึงเมื่อ 2565 มีนาคม 15]. เข้าถึงได้จาก: https://www.nephrothai.org.
El Haj , HI Lamrini , M & Rais, N. Donabedian model ; Quality of care between Donabedian Model and ISO9001V2008. International Journal for Quality Research. 2013;7(1):17-30.
สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือปฏิบัติการเพื่อดำเนินงานลดโรคไตเรื้อรัง (CKD) ในผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง [อินเตอร์เน็ต]. 2559 [เข้าถึงเมื่อ 2565 มีนาคม 15]. เข้าถึงได้จาก: http://thaincd.com.
วรา เศลวัตนะกุล. การประเมินผลการใช้ Clinical Practice Guideline ในการรักษาคนไข้ไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลันของโรงพยาบาลสุรินทร์. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ บุรีรัมย์ สุรินทร์. 2546;18(1):39-50.
ณัฐธิวรรณ พันธ์มุง, ขนิษฐา ศรีสวัสดิ์, ประภัสรา บุญทวี. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความสำเร็จของการดำเนินงาน “คลินิกชะลอไตเสื่อม”. วารสารควบคุมโรค. 2564;47(2):353-362.
เสาวลักษณ์ ชาวโพนทอง.ผลการดูแลผู้ป่วยไตเรื้อรังโดยทีมสหวิชาชีพในคลินิกโรคไตเรื้อรังโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา. วารสารสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย. 2558;5(3):197-205.
ทิพมาส ชินวงศ์. ผลของโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองเพื่อชะลอไตเสื่อมจากเบาหวานต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองและผลลัพธ์ทางคลินิกในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้. วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์. 2560;35(1):67-84.
พิมพ์สุภัค ปานเพียรกุลภัค. ผลของโปรแกรมควบคุมอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในคลินิกชะลอไตเสื่อมโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา. วารสารสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย. 2559;6(3):205-15.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ลงพิมพ์ในวารสารวิชาการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา ถือว่าเป็นลิขสิทธิ์ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา
