ความสัมพันธ์ระหว่างความเครียดและการเผชิญความเครียดในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ไม่สามารถควบคุมระดับความดันโลหิต อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี
คำสำคัญ:
ความเครียด, การเผชิญความเครียด, ความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้บทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการศึกษาความสัมพันธ์แบบภาคตัดขวาง (Cross-sectional correlational study) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ความเครียดและการเผชิญความเครียดในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ไม่สามารถควบคุมระดับความดันโลหิต อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ขนาดกลุ่มตัวอย่าง 133 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วยแบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบวัดความเครียดสวนปรุง (SPST-20) และแบบวัดการเผชิญความเครียด Jalowies Coping Scale (JCS) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนา สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน และสถิติไคสแควร์
ผลการศึกษา กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีระดับความเครียดอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 74.43 รองลงมาคือระดับ ความเครียดมาก ร้อยละ 17.29 และระดับความเครียดน้อย ร้อยละ 8.27 ค่าเฉลี่ยคะแนนความเครียดเท่ากับ 33.5 (SD=7.69) ระดับการเผชิญความเครียดโดยรวมอยู่ในระดับต่ า มีค่าเฉลี่ย 1.90 (SD=0.49) ด้านการเผชิญความเครียดแบบมุ่ง จัดการอารมณ์มีค่าเฉลี่ย 2.29 (SD =0.66) ด้านการเผชิญความเครียดแบบมุ่งแก้ปัญหามีค่าเฉลี่ย 1.93 (SD=0.62) และด้าน การเผชิญความเครียดแบบหลีกเลี่ยงมีค่าเฉลี่ย 1.62 (SD = 0.41) จากการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ พบว่า ระดับการศึกษามี ความสัมพันธ์ทางบวกระดับต่ำกับการเผชิญความเครียดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r=.239, p< .01) ระดับความเครียดมีความสัมพันธ์ทางบวกกับการเผชิญความเครียดระดับปานกลางอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r=.555, p<.001) การมี ภาวะแทรกซ้อนมีความสัมพันธ์กับการเผชิญความเครียดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (χ²=5.415, df=1, p<.05) แต่พบว่าตัว แปร อายุ เพศ ระยะเวลาการป่วยและการมีโรคร่วม ไม่มีความสัมพันธ์กับการเผชิญความเครียด
จากผลการศึกษา ระดับความเครียดและภาวะแทรกซ้อนเป็นปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเผชิญความเครียดของผู้ป่วย ดังนั้นบุคลากรทางสุขภาพควรให้ความสำคัญกับการประเมินความเครียดและการประเมินภาวะแทรกซ้อน เพื่อส่งเสริมการเผชิญความเครียดที่เหมาะสม ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2567). สถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ของประเทศไทย. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข.
กัญนิกา อยู่สำราญ, ศรีสกุล ชนะพันธ์ และพานิช แก่นกาญจน์. (2565). ความเครียดและการเผชิญความเครียดของผู้ดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9,16(1), 55-64.
บุษยมาศ ตรีรัตนกิจ. (2569). ความรอบรู้ด้านสุขภาพที่มีอิทธิผลต่อการจัดการความเครียดในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง อำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารวิชาการเพื่อการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิและสาธารณสุข, 4(2), 248-263.
ปริญดา จันทร์แก้ว, สายฝน เอกวรางกูร, นัยนา หนูนิล, นันทพร กลิ่นจันทร์. (2567). ปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะสุขภาพจิตของผู้สูงอายุภาวะเรื้อรังในสถานการณ์โรคโควิด 19 จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารพยาบาลทหารบก, 25(1), 274-282.
ไพรินทร์ พัสดุ. (2556). ความเครียด การเผชิญความเครียดของญาติผู้ดูแล และการจัดการกับปัญหาพฤติกรรมและอารมณ์ในผู้ป่วยภายหลังบาดเจ็บที่ศีรษะ [วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล].
วิชัย เอกพลากร และคณะ. (2568). การสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 7 พ.ศ. 2567–2568. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย. (2567). แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2567. https://thaihypertension.org/2024-guideline
สรารัตน์ สุมาศรี. (2567). ผลของโปรแกรมพัฒนาพฤติกรรมการป้องกันโรคความดันโลหิตสูงร่วมกับระบบสุขภาพทางไกลในกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง[วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช].
สรร กลิ่นวิชิต, เวธกา กลิ่นวิชิต, พวงทอง อินใจ, และ พลอยพันธุ์ กลิ่นวิชิต. (2562).ความเครียดของผู้สูงอายุโรคเรื้อรังในชุมชน. วารสารบูรพาเวชสาร, 6(1), 21–33.
Aekplakorn, W., Chariyalertsak, S., Kessomboon, P., Assanangkornchai, S., Taneepanichskul, S., Goldstein, A., Cazabon, D., & Neelapaichit, N. (2024). Trends in hypertension prevalence, awareness, treatment, and control in the Thai population, 2004 to 2020. BMC Public Health, 24, 3149.
Aung, S., Musa, R., A, J. R., M, A. S., & Abdullah, A. (2018). Relationship between Coping Mechanisms to Psychosocial Stress with Blood Pressure in Young Adults: A Pilot Study. Bangladesh Journal of Medical Science, 17(3), 439-445.
Devi, N. B., Shaji, H. J. C., Janani, S., Vigneshwari, P., & Keerthana, G. (2024). Living with hypertension: Exploring self-efficacy and coping strategies – A cross-sectional study. Scope Journal, 14, 1411–1422.
Farrar, J., & Frieden, T. (2025). WHO global report on hypertension 2025. The Lancet, 406(10517), 2318–2319
Gyeltshen, D., Deenan, A., & Wacharasin, C. (2020). Psychological stress among patients with hypertension in Bhutan. The Journal of Faculty of Nursing Burapha University, 28(4), 63–74.
Lazarus, R. S., & Folkman, S. (1984). Stress, appraisal, and coping. Springer Publishing.
Li, C. C., & Shun, S. C. (2015). Understanding self-care coping styles in patients with chronic heart failure: A systematic review. European Journal of Cardiovascular Nursing, 14(3), 1–8.
Marwaha, S. (2022). Stress and coping among patients with chronic illness. Journal of Mental Health and Clinical Psychology, 6(2), 45–52.
Marwaha, K. (2022). Examining the role of psychosocial stressors in hypertension. Journal of Preventive Medicine and Public Health, 55(6), 499–505.
Merluzzi, T. V., Philip, E. J., Gomer, B., Heitzmann Ruhf, C. A., & Kim, D. (2021). Comorbidity, Functional Impairment, and Emotional Distress: A Coping Mediation Model for Persons With Cancer. Annals of behavioral medicine : a publication of the Society of Behavioral Medicine, 55(10), 994–1004.
Oei, E. R., Sari, D. R., Setiawan, H. K., & Bestari, D. (2025). Effects of stress on blood pressure the re: A literature review. International Journal of Scientific Advances, 6(1), 24–28.
Polit, D. F., & Beck, C. T. (2021). Nursing research: Generating and assessing evidence for nursing practice (11th ed.). Wolters Kluwer.
Qi, X., et al. (2025). The relationship between perceived stress and coping strategies among patients with hematologic malignancies. Supportive Care in Cancer, 33, 1–10.
Tunprapussorn, P., & Saisuwan, K. (2024). The relationship between education level and stress management among hypertensive patients.Thai Journal of Nursing Research, 28(1),1–12.
World Health Organization. (2025). Global report on hypertension 2025. https://www.who.int
World Health Organization. (2025). Noncommunicable diseases (NCDs). https://www.who.int.
Zhang, L., & Liu, M. (2025). The overlooked driver of hypertension: Mental stress at crossroad of cardiology and psychiatry. Current Atherosclerosis Reports, 28, 3.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี และคณาจารย์ท่านอื่นๆในวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว