แนวทางการพัฒนาคุณภาพการบริการของแผนกต้อนรับส่วนหน้า โรงแรมบูติค จังหวัดเชียงใหม่
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ปัจจัยส่วนบุคคลของนักท่องเที่ยวที่เข้าใช้บริการกับแผนก ต้อนรับส่วนหน้าของโรงแรมบูติค จังหวัดเชียงใหม่ 2) พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในการเข้าใช้บริการกับแผนกต้อนรับส่วนหน้า โรงแรมบูติค จังหวัดเชียงใหม่ 3) ความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวต่อคุณภาพการบริการของแผนกต้อนรับส่วนหน้า โรงแรมบูติค จังหวัดเชียงใหม่ และ 4) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการบริการของแผนกต้อนรับส่วนหน้า โรงแรมบูติค จังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้แบบสอบถามภาษาอังกฤษที่ผ่านการตรวจสอบความตรง ของเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิในการเก็บรวมรวมข้อมูลจากนักท่องเที่ยว 400 ราย ที่เข้าใช้บริการโรงแรมบูติค จังหวัดเชียงใหม่ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมานที่ใช้ทดสอบสมมติฐาน ได้แก่ การทดสอบไคสแควร์
ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 21 – 25 ปี ภูมิลำเนาส่วนใหญ่อยู่ในอเมริกา สถานภาพโสด การศึกษาระดับปริญญาตรี ยังไม่ประกอบอาชีพเพราะโดยส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนักศึกษา และมีรายได้ต่อเดือน 15,001 – 20,000 บาท นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์ของการเข้าพักโรงแรมบูติคเพื่อการพักผ่อน เหตุผลในการเลือกโรงแรมบูติคจากการเดินทางที่สะดวก โดยระยะเวลาในการเข้าพักโรงแรมบูติคอยู่ที่ 3 คืน ช่องทางการค้นหาข้อมูลของโรงแรมบูติค ผ่านทางเว็บไซต์โรงแรม และค่าใช้จ่ายในการเข้าพักต่อคืนอยู่ที่ 501 – 1,000 บาท ทั้งนี้ปัจจัยส่วนบุคคลของนักท่องเที่ยวด้านเพศ สถานภาพ และอาชีพ ที่แตกต่างกัน มีความสัมพันธ์กับความพึงพอใจในคุณภาพการบริการแผนกต้อนรับส่วนหน้า โรงแรมบูติคจังหวัดเชียงใหม่ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 ส่วนลักษณะพฤติกรรมการใช้บริการด้านวัตถุประสงค์ของการเข้าพักโรงแรมบูติค ด้านเหตุผลในการเลือกโรงแรมบูติค และด้านระยะเวลาในการเข้าพักโรงแรมบูติคของนักท่องเที่ยว ที่แตกต่างกัน มีความสัมพันธ์กับความพึงพอใจในคุณภาพการบริการแผนกต้อนรับส่วนหน้า โรงแรมบูติค จังหวัดเชียงใหม่ แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05
ในแนวทางการพัฒนาคุณภาพการบริการของแผนกต้อนรับส่วนหน้า โรงแรมบูติค จังหวัดเชียงใหม่นั้น แผนกต้อนรับส่วนหน้าควรได้รับการพัฒนาด้านทักษะภาษาต่างประเทศ การสร้างหัวใจรักบริการเพื่อแสดงให้นักท่องเที่ยวเห็นว่าพนักงานมีความพร้อม ความตั้งใจ ความกระตือรือร้นในการให้บริการได้อย่างทันท่วงที ผู้มาติดต่อไม่ต้องรอนาน นอกจากนี้ลักษณะทางกายภาพที่ปรากฏให้เห็นสัมผัสรับรู้ได้ ต้องมีความทันสมัย สามารถใช้งานได้ รวมไปถึงบุคลิกภาพของพนักงานผู้ให้บริการที่ต้องเรียบร้อยสวยงาม พร้อมสำหรับการให้บริการอยู่เสมอ เพื่อสร้างความพึงพอใจในการให้บริการให้แก่นักท่องเที่ยวตามที่นักท่องเที่ยวคาดหวังไว้
Article Details
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
เอกสารอ้างอิง
Kasikorn Research Center. (2013). Boutique hoteI: A new type of accommodation that is currently. Retrieved from URL:http://www.ksmecare.com/Article/82/27821/Boutique-HoteI.
Kotler, P. and Keller, K. (2006). Marketing management. (12th ed). Upper Saddle River, NJ: Prentice Hall.
Maydini Wongtharawat. (2007). Guidelines for enhancing service quality of front desk staff, 5-Star Hotels in Bangkok. (Master’s thesis), Suan Dusit Rajabhat University.
Ministry of Tourism and Sports. (2017). Analysis and summary of tourism situation in Chiang Mai Province. Retrieved from http://164.115.25.139/mischm2018/analysis/5.2_Travel_
analyze.pdf.
Sansanee Siphimpol. (2013). Tourist satisfaction with quality providing services for 4-5 star hotels in Bangkok. Bangkok: Dhurakij Pundit University.
Seri Wongmonta. (2011). Consumer behavior analysis. Bangkok: Thira Film and Cytex.
Somwong Pongsathaporn. (2007). Non-secret service marketing tips. (2nd ed.). Bangkok: UBCL Books.
Supaluck Suriya. (2013). Guidelines for improving the service quality of the hotel front desk to support asean tourists case study: Boutique hotel Bangkok. (Master's thesis), National Institute of Development Administration.
Thanakrit Sangchao. (2011). Service quality analysis of the guesthouse industry in Thailand. Srinakharinwirot Business Administration Journal, 3(2), 1-21.
Tharithip Taki. (2006). Hotel front office management. Bangkok: SE-EDUCATION.
Wichian Ketasingh. (2002). Statistical Analysis for Research. (5th ed). Bangkok: Chulalongkorn University.