ผลของโปรแกรมทันตสุขศึกษาโดยการใช้แรงสนับสนุนทางสังคม ต่อความรู้ พฤติกรรมในการดูแลสุขภาพช่องปาก และปริมาณแผ่นคราบจุลินทรีย์ ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ผู้แต่ง

  • ศิรัญญา แสงอรุณ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดตรัง คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • ทิพวรรณ มาศแสวง วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดตรัง คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • ณัฐณิชา เหล่าทองกุล วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดตรัง คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • ธวัชชัย สุนทรนนท์ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดตรัง คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • ประวิช ขุนนิคม วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดตรัง คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก

คำสำคัญ:

โปรแกรมทันตสุขศึกษา, ทฤษฎีแรงสนับสนุนทางสังคม, การดูแลสุขภาพช่องปาก, บกพร่องทางการมองเห็น, โรงเรียนสอนคนตาบอด

บทคัดย่อ

บทนำ : สุขภาพช่องปากเป็นสิ่งสำคัญของสุขภาพโดยรวมที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะในเด็กที่บกพร่องทางการมองเห็น มักเผชิญอุปสรรคในการเรียนรู้และดูแลตนเองตั้งแต่เด็ก ปัญหาช่องปากจึงรุนแรงกว่าคนทั่วไป  การส่งเสริมสุขภาพช่องปากผ่านการสนับสนุนจากครอบครัว ครู เพื่อน ตลอดจนการจัดให้มีสื่อการสอนที่เหมาะสม จึงมีความสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้น

วัตถุประสงค์ : เพื่อเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยความรู้ พฤติกรรมในการดูแลสุขภาพช่องปาก และปริมาณแผ่นคราบจุลินทรีย์ ก่อนและหลังเข้าร่วมโปรแกรมทันตสุขศึกษา

วิธีดำเนินการวิจัย : เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบ 1 กลุ่ม วัดก่อนและหลัง ประชากร คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคใต้ จำนวน 18 คน  เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ โปรแกรมทันตสุขศึกษาโดยการประยุกต์ใช้ทฤษฎีแรงสนับสนุนทางสังคม แบบสอบถาม และแบบบันทึกการตรวจแผ่นคราบจุลินทรีย์ ระยะเวลาในการดำเนินการ 5 สัปดาห์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา paired samples t-test, Wilcoxon signed rank test

ผลการศึกษา : หลังเข้าร่วมโปรแกรมฯ นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยความรู้และพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพช่องปาก สูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมฯ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.001) และมีปริมาณแผ่นคราบจุลินทรีย์ ลดลงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมฯ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.001)

สรุป : โปรแกรมทันตสุขศึกษาโดยการประยุกต์ใช้ทฤษฎีแรงสนับสนุนทางสังคมร่วมกับสื่อการสอนที่เหมาะสมและน่าสนใจสำหรับเด็กที่บกพร่องทางการมองเห็น ช่วยให้เด็กเข้าถึงและรับรู้ข้อมูลได้ง่ายขึ้น นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดี

เอกสารอ้างอิง

ศุภกร ศิริบุรี, พันพัสส์ ปาระมี. การพัฒนารูปแบบการฝึกแปรงฟันในเด็กที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นโรงเรียนการศึกษาคนตาบอดแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย. เชียงรายเวชสาร. 2561;10(1):103–11.

สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา นวมินทราชินี บ้านควนยูง. รายงานสุขภาพช่องปากโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคใต้. สุราษฎร์ธานี: สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา นวมินทราชินี บ้านควนยูง; 2566.

สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย. รายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 9 ประเทศไทย พ.ศ. 2566. นนทบุรี: สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข; 2567.

Schembri A, Fiske J. The implications of visual impairment in an elderly populationin recog-nizing oral disease and maintainingoral health. Spec Care Dentist. 2001;21(6):222-6.

Mahoney EK, Kumar N, Porter SR. Effect of visual impairment upon oral health care: A review. Br Dent J 2008; 204(2):63-7.doi:10.1038/bdj.2008.2.

ประวีณา โสภาพรอมร, พนม สัมพัดสิม, พิมพ์ชนก ธรรมมา, จุฑารัตน์ ฉิมเรือง, ธานี โกสุม. แบบจำลองฟันประกอบเสียงสอนแปรงฟันสำหรับผู้บกพร่องทางการมองเห็น. วิทยาสารทันตสาธารณสุข. 2561;23(1):60–8.

วรณัน ประพันธ์ศิลป์. ทำไมผู้บกพร่องทางการมองเห็นถึงต้องใช้ ‘หนังสือภาพนูนเพื่อสุขภาพฟันที่ดี’ [อินเทอร์เน็ต]. นครปฐม: มหาวิทยาลัยมหิดล; [เข้าถึงเมื่อ 21 มี.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://url.in.th/RNIsb

House JS. Work stress and social support. Reading (MA): Addison-Wesley; 1981.

โศภิดา บุญมี. การจัดกิจกรรมทันตสุขศึกษาโดยประยุกต์ทฤษฎีการรับรู้ความสามารถของตนเองร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคมที่มีต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี [วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต]. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา; 2565.

เอื้องอรุณ สมนึก, ประเสริฐ ประสมรักษ์, และสวรรค์ สายบัว. ผลของโปรแกรมทันตสุขศึกษาที่ใช้สื่อประสมร่วมกับการประยุกต์ใช้แรงสนับสนุนทางสังคม ต่อความรู้ พฤติกรรมการแปรงฟัน และปริมาณคราบจุลินทรีย์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วารสารทันตาภิบาล. 2564;32(1):115-30.

Ju C, Zhang B, You X, Alterman V, Li Y. Religiousness, social support and subjective well-being: An exploratory study among adolescents in an Asian atheist country. Int J Psychol. 2018;53(2):97–106. doi:10.1002/ijop.12270.

จุฬาภรณ์ โสตะ. แนวคิด ทฤษฎีและการประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ. ขอนแก่น: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2554.

Lowenfeld B. Berthold Lowenfeld on blindness and blind people. New York: American Foundation for the Blind, Inc.; 1986.

สำนักนันทนาการ กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. กิจกรรมนันทนาการสำหรับเด็กพิการ [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: สำนักนันทนาการ; 2558 [เข้าถึงเมื่อ 6 มี.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก:https://dl.parliament.go.th/handle/20.500.13072/578421

Turesky S, Gilmore ND, Glickman I. Reduced plaque formation by the chloromethyl analogue of victamine C. J Periodontol. 1970;41(1):41-3.

ตรีรัตษ์ชญากร แก้วปัญญา. รายงานเบื้องต้น: ผลของโปรแกรมทันตสุขศึกษาต่อพฤติกรรมทันตสุขภาพนักเรียนชั้นมัธยมตอนต้น โรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา ตำบลแม่เปา อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย. ใน: การประชุมวิชาการนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ; 18 ส.ค. 2560; เชียงใหม่, ประเทศไทย. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่; 2560. หน้า 990–1109.

Darwita RR, Mayasari Y, Danaswari PVS. Potential factors of dental health behavior as a predictor of dental caries status in visually impaired children: a pilot study. J Contemp Dent Pract. 2024;25(2):174-179. doi: 10.5005/jp-journals-10024-3639. PMID: 38514416.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-11-13

รูปแบบการอ้างอิง

1.
แสงอรุณ ศ, มาศแสวง ท, เหล่าทองกุล ณ, สุนทรนนท์ ธ, ขุนนิคม ป. ผลของโปรแกรมทันตสุขศึกษาโดยการใช้แรงสนับสนุนทางสังคม ต่อความรู้ พฤติกรรมในการดูแลสุขภาพช่องปาก และปริมาณแผ่นคราบจุลินทรีย์ ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี. TUHJ [อินเทอร์เน็ต]. 13 พฤศจิกายน 2025 [อ้างถึง 4 กุมภาพันธ์ 2026];10(3):132-44. available at: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TUHJ/article/view/275279

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย