การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ความสามารถของตนและระดับความสามารถการช่วยเหลือตนเองในการประกอบกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ

ผู้แต่ง

  • ทิพวรรณ ไทยวนต์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

คำสำคัญ:

การรับรู้ความสามารถของตนเอง, กิจวัตรประจำวัน, โรคหลอดเลือดสมอง

บทคัดย่อ

การศึกษาวิจัยนี้ เป็นวิจัยเชิงพรรณนา (Description Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ (Interrelationship studies) ระหว่างการรับรู้ความสามารถของตนและระดับความสามารถการช่วยเหลือตนเองในการประกอบกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในระยะหลังเฉียบพลันและระยะฟื้นฟูสภาพที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ

            การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างเป็นแบบตามความสะดวกของผู้วิจัย (Accidental sampling) และตามความสมัครใจของอาสาสมัคร (Volunteer) จำนวนทั้งสิ้น 30 คน อายุเฉลี่ย 55 ปี เครื่องมือที่ใช้วัด ได้แก่ แบบสอบถามความเชื่อมั่นในการทำกิจกรรมด้วยตนเองหลังโรคหลอดเลือดสมอง (The Stroke Self-Efficacy Questionnaire) เพื่อวัดระดับการรับรู้ความสามารถของตนเอง และแบบประเมินการดูแลตนเอง (Barthel Index Scoring Form) เพื่อวัดระดับความสามารถการช่วยเหลือตนเองในการทำกิจวัตรประจำวันของกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของ Spearman Rank Correlation Coefficient (r) ระหว่างการรับรู้ความสามารถของตนและความสามารถการช่วยเหลือตนเองในการประกอบกิจวัตรประจำวันของกลุ่มตัวอย่าง

            ผลการวิจัยพบว่า การรับรู้ความสามารถของตนมีค่าเฉลี่ยคือ 94 คะแนนจาก 130 คะแนนและค่าเฉลี่ยของระดับความสามารถการช่วยเหลือตนเองในการประกอบกิจวัตรประจำวัน 78 คะแนน อธิบายคือสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ในระดับปานกลาง การรับรู้ความสามารถของตนมีความสัมพันธ์ทางบวกกับระดับความสามารถการช่วยเหลือตนเองในการประกอบกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05

เอกสารอ้างอิง

กมลทิพย์ หาญผดุงกิจและกิ่งแก้ว ปาจรีย์. (2547). การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง. กรุงเทพมหานคร: งานตำราวารสารและสิ่งพิมพ์สถานเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล.

จุฬาภรณ์ โสตะ. (2546). กลยุทธ์การพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ. ขอนแก่น: คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

เจือจันทร์ วัฒกีเจริญ. (2549). การนำเสนอโปรแกรมการเชื่อในความสามารถแห่งตนในการฟื้นฟูสภาพที่บ้านของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (A propose self-efficacy program in home-base rehabilitation for post stroke patient). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร.

ทศพล ภูรัดสาย. (2548). ความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อในสมรรถนะแห่งตนกับความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, เชียงใหม่.

นิธิกานต์ อินก้อนวงค์. (2548). ความสัมพันธ์ระหว่าง Cognitive function และความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่: ภาควิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรบัณฑิต(กิจกรรมบำบัด) คณะเทคนิคการแพทย์.

ประคอง อินทรสมบัติและคณะ. (2550). แนวทางการพยาบาลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง สำหรับ พยาบาลทั่วไป. กรุงเทพฯ: สถาบันประสาทวิทยา; ภาคผนวกที่ 6, หน้า 58-59

ประทีป จินงี่. (2539). ผลการเตือนตนเองต่อการรับรู้ความสามารถของตนเองที่ส่งผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานตามที่ได้รับมอบหมายของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ. กรุงเทพมหานคร: สถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ ประสานมิตร.

ประทีป จินงี่. (2540). การวิเคราะห์พฤติกรรมและการปรับพฤติกรรม. กรุงเทพมหานคร: สถาบันพฤติกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. หน้า 110-133

พรทิพย์พา ธิมายอมและคณะ (2555). ผลของการใช้โปรแกรมพัฒนาการรับรู้ความสามารถของตนที่มีต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก. วารสารพฤติกรรมศาสตร์เพื่อการพัฒนา, ปีที่ 4(ฉบับที่ 1).

พรภัทร ธรรมสโรช (2554). ผลการรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือด สมองตีบและอุดตันระยะเฉียบพลัน ชาวไทยด้วยยาละลายลิ่มเลือด (Outcomes of Thai patient with acute ischemic stroke after intravenous thrombolysis). 3(20), 247-250.

พศิน วิริยะนานนท์. (2547). การศึกษาความเชื่อในประสิทธิภาพแห่งตนกับการทำกิจวัตรประจำวันในผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลังในชุมชน. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, เชียงใหม่.

พัชรินทร์ เจริญผล (2555). แนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน. (ฉบับที่ l. 2, หน้า 2/5). จังหวัดสระบุรี: โรงพยาบาลมวกเหล็ก.

มัยธัช สามเสน. (2551). พบคนไทยป่วยโรคหลอดเลือดสมองเกือบ 5 แสน, หนังสือพิมพ์บ้านเมือง. 3 มิถุนายน 2551

วันวิสาข์ อินทรัตน์. (2546). ความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันกับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่: ภาควิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรบัณฑิต(กิจกรรมบำบัด) คณะเทคนิคการแพทย์.

วัลลภา โคสิตานนท์. (2542). ผลของการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแบบกลุ่มตามแนวพิจารณาเหตุผล อารมณ์และพฤติกรรมต่อการลดความว้าเหว่ในผู้สูงอายุ. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สมโภชน์ เอี่ยมสุภาษิต. (2536). ทฤษฎีและเทคนิคการปรับพฤติกรรม. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร.

สันติ จันทวรรณ. (2548). การศึกษาชนิดของ Cognitive deficit ขณะทำกิจวัตรประจำวัน (ADL) ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่: ภาควิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรบัณฑิต(กิจกรรมบำบัด) คณะเทคนิคการแพทย์.

สุทธิชัย จิตะพันธ์กุล. (2541). หลักสำคัญของเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร.

Bandura, A. (1982). Social foundation of thoughts and action: A social cognitive theory. NJ: Prentice-Hall: Englewood Cliffs.

Campbell, N. K., & Hackett, G. (1989). The effects of mathematics task performance on math self-efficacy and task interest. Journal of Vocational Behavior, 28, 149-162.

Evans, R. I. (1989). Albert Bandura: The man and his ideas-a dialogue. NY: Praeger.

Gage, M., & Polatajko, H. (1994). Enhancing Occupational Performance Trough and Understanding of Perceived Self-efficacy. American Journal of Occupational Therapy, 48(5), 452-461.

Gibson, Sherri, Dembo, & Myron H. (1984). Teacher efficacy: A construct validation. Journal of Educational Psychology, 76(4), 569-582.

Gordon, J. R. (1999). Organizational behavior : A diagnostic approach. Saddle River: NJ : Prentice Hall International.

Greenberg, L. S. (2002). Emotion-focused therapy. Washington D.C.: American Psychological Association.

Hinkle DE, Wiersma W, & SG., J. (1998). Applied Statistics for the Behavioral Science. Boston: Houghton Mifflin Company.

Kazdin, A. (1974). Reactive self-monitoring: The effect of response desirability, goal setting and feedback. Journal of Consulting and Clinic Psychology.

Khemthong, S.(2009). Forward-Backward translation from Jones F.,Reid F. The stroke self-efficacy questionnaire: measuring individual confidence in function performance after stroke. J Clin Nurs 2008; 17(7b), 244-52.

Khemthong, S., Posawang, P., & Thimayom, P. (2009). Effectiveness of health system program with occupational therapy on quality of life and self-efficacy after stroke. The Journal of Occupational Therapist Association of Thailand, 4(3), 26-34.

Mahoney, F., & Barthel, D. (1965). Functional evaluation: the Barthel Index. Maryland State Medical Journal, 14, 56-61.

Meyer, J. E. (1993). New paradigm research in practice: the trials and tribulations of action research. J Adv Nurs, 18, 1066-1072.

Pedretti, L. W. (1981). Occupational Therapy Practice skills for physical dysfunction. St. Louis: Mosby.

Reed, K., & Sanderson, S. (1980). Concept of Occupational Therapy. Baltimore: Williams & Wiskins

Rinehart, & Winston. (1969). Principles of behavior modification. New York: Holt.

Smith, R. E. (1989). Effects of coping skills training on generalized self-efficacy and locus of control. J Pers Soc Psychol, 56, 228–233.

Trombly, C. A., & Scott, A. D. (1983). Occupational Therapy for phasical dysfunction. Baltimore: Williams & Wilkins.

Wood, R., & Bandura, A. (1989). Impact of conceptions of ability on self-regulatory mechanisms and complex decision making. J Pers Soc Psychol, 56(3), 407-415.

World Health Organization Meeting on Community Control of Stroke and Hypertension. (1973). Control of stroke in the community: methodological considerations and protocol of WHO register, 73.6. Geneva: C

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2016-04-29

รูปแบบการอ้างอิง

1.
ไทยวนต์ ท. การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ความสามารถของตนและระดับความสามารถการช่วยเหลือตนเองในการประกอบกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ. TUHJ [อินเทอร์เน็ต]. 29 เมษายน 2016 [อ้างถึง 6 กุมภาพันธ์ 2026];1(1):84-96. available at: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TUHJ/article/view/240171

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ