การตั้งค่าเทคนิคการให้ปริมาณรังสีที่เหมาะสมสำหรับ การสร้างภาพรังสีระบบดิจิทัลในหุ่นจำลอง
คำสำคัญ:
เทคนิคการให้ปริมาณรังสี, ค่าดัชนีชี้วัดปริมาณรังสี, ค่าความเบี่ยงเบนดัชนีชี้วัดปริมาณรังสี, ค่าดัชนีชี้วัดปริมาณรังสีที่กำหนด และค่าปริมาณรังสีที่ผิวผู้ป่วยได้รับบทคัดย่อ
ที่มาของปัญหา: ปัจจัยพื้นฐานของการสร้างภาพรังสีคือเทคนิคการให้ปริมาณรังสีซึ่งเกี่ยวข้องกับค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าสูงสุด และค่ากระแสหลอดคูณด้วยเวลา แต่การถ่ายภาพรังสีในระบบดิจิทัลบอกได้ยากว่าเทคนิคเท่าใดถึงจะเหมาะสมถ้าดูจากภาพ นอกจากพิจารณาจากค่าดัชนีชี้วัดปริมาณรังสีและค่าเบี่ยงเบนดัชนีชี้วัดปริมาณรังสีซึ่งเป็นปัจจัยบ่งชี้ถึงคุณภาพของภาพในระบบดิจิทัล
วัตถุประสงค์: เพื่อตั้งค่าเทคนิคการให้ปริมาณรังสีสำหรับการสร้างภาพรังสีระบบดิจิทัลที่เหมาะสม
วิธีการศึกษา:เป็นการศึกษาเชิงทดลอง ถ่ายภาพรังสีในหุ่นจำลองวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของค่าเทคนิคการให้ปริมาณรังสีกับค่าดัชนีชี้วัดปริมาณรังสี และค่าเบี่ยงเบนดัชนีชี้วัดปริมาณรังสี โดยการวิจัยนี้เลือกกำหนดค่าเทคนิคที่ใช้บ่อยที่ 80 kVp และ กำหนดค่าดัชนีชี้วัดปริมาณรังสีที่ 400 ในขณะที่ปรับเปลี่ยนค่า mAs4-16 mAs คำนวณปริมาณรังสีที่ผิวผู้ป่วยได้รับจากการตั้งค่าเทคนิคการให้ปริมาณรังสี
ผลการศึกษา: ค่าเทคนิคที่เหมาะสมทางคือค่าดัชนีชี้วัดปริมาณรังสีที่ 300–600และค่าเบี่ยงเบนดัชนีชี้วัดปริมาณรังสี±2 คือ 80 kVp6.3-10 mAs ปริมาณรังสีผิวผู้ป่วยที่ได้รับคือ 0.44-0.70 mGy ส่วนค่าที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเอกซเรย์ที่ได้ภาพรังสีที่มีคุณภาพที่ 80 kVp 7.1 mAs เมื่อกำหนดค่าดัชนีชี้วัดปริมาณรังสีที่ 400
สรุป:การตั้งค่าเทคนิคการให้ปริมาณรังสีที่เหมาะสมในระบบดิจิทัล วิเคราะห์จากค่าดัชนีชี้วัดปริมาณรังสี(EI) ที่เท่ากับหรือใกล้เคียงกับค่าดัชนีชี้วัดปริมาณรังสีที่กำหนดไว้(EIt) และค่าความเบี่ยงเบนดัชนีชี้วัดปริมาณรังสี (DI) ที่เท่ากับ 0 หรือใกล้เคียงที่สุด และการทราบค่าปริมาณรังสีที่ผิวผู้ป่วยได้รับ จะทำให้ปรับค่าเทคนิคเพื่อลดปริมาณรังสีในผู้ป่วยได้
เอกสารอ้างอิง
เอกสารอ้างอิง
เพชรากร หาญพานิชย์ และ วัลลภ เหล่าไพบูลย์. ระบบสื่อสารและการเก็บข้อมูลภาพทางการแพทย์ [อินเตอร์เน็ต]. 2550[เข้าถึงเมื่อ10สิงหาคม 2561]; 22:115-123. เข้าถึงได้จาก: https://www. smj.ejnal.com/e-journal/showdetail /?show_detail-T&art_id-1339
ชวลิต วงษ์เอก. เทคนิคการให้ปริมาณรังสีเพื่อถ่ายภาพเอกซเรย์. [อินเตอร์เน็ต].[เข้าถึงเมื่อ10 สิงหาคม 2561]; เข้าถึงได้จาก: https:// www. mt.mahidol.ac.th/ e-learning/MTRD310/w%20second /s1.htm
Seeram E, Davidson R, Bushong S, Swan H. Optimizing the exposure indicator as a dose management strategy in computed radiography. Radiol Technol 2016; 87(4):381-91.
Seeram E, Davidson R, Bushong S, Swan H. Radiation dose optimization research: exposure technique approaches in CR imaging: A literature review Radiography 2013; 19(4):331-8.
Brindhaban A, Al Khalifah K. Radiation dose in pelvic imaging. Radiol technol. 2005; 77(1):32-40.
Geijer H, Norrman E, Persliden J. Optimizing the tube potential for lumbar spine radiography with a flat-panel digital detector. Br J Radiol 2009; 82(973):62-8.
Fauber TL, Cohen TF, Dempsey MC. High kilovoltage digital exposure techniques and patient dosimetry. Radiol Technol 2011; 82(6):501-10.
Tilak RD, Shanthi K. Analysis on x-ray parameters of exposure by measuring x-ray tube voltage and time of exposure. The IJES 2014; 3(6):69-73.
Uffmann M, Neitzel U, Prokop M, et al. Flat-panel-detector chest radiography:effect of tube voltage on image quality. Radiology 2005; 235:642–50.
Uffmann M, Schaefer-Prokop C. Digital radiography: the balance between image quality and required radiation dose. Eur J Radiol 2009; 72(2):202-8.
Don S, Whiting BR, Rutz LJ, Apgar BK. New exposure indicators for digital radiography simplified for radiologists and technologists. AJR 2012; 199(6):1337-41.
บรรจง เขื่อนแก้ว. คุณภาพของภาพรังสี. พิมพ์ครั้งที่ 1. ขอนแก่น: หจก.โรงพิมพ์คลังนานาวิทยา, 2551.
American Association of Physicists in Medicine. AAPM report No.116: An exposure indicator for digital radiography.[internet]. 2009[cited 2018 August 10]. Available from: https://www.aapm.org/pubs/reports /RPT_116.pdf