การพัฒนาแนวทางการคาดคะเนน้ำหนักทารกในครรภ์ ในหญิงตั้งครรภ์ที่มาคลอด โรงพยาบาลบุณฑริก อำเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี
คำสำคัญ:
การคาดคะเนน้ำหนักทารกในครรภ์, การวัดความสูงของยอดมดลูก, การวัดความยาวเส้นรอบวงหน้าท้อง, น้ำหนักทารกแรกเกิดบทคัดย่อ
โรงพยาบาลบุณฑริก เป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด 60 เตียง ไม่มีสูติแพทย์ มีแนวปฏิบัติในการคาดคะเนน้ำหนักทารกในครรภ์ โดยพยาบาลวิชาชีพประจำห้องคลอด ประเมินเบื้องต้นโดยวัดความสูง ยอดมดลูกหญิงตั้งครรภ์ที่มาคลอดแรกรับพ.ศ.2553 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งในแต่ละปีมีอุบัติการณ์ จากการที่คลอดทารกน้ำหนักตัวไม่สัมพันธ์กับเชิงกรานของหญิงตั้งครรภ์ทำให้เกิดการคลอดติดแน่น (dystocia) และการคลอดติดไหล่ (shoulder dystocia) ซึ่งมีผลเสียตามมา คือเกิดภาวะขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิด ทารกได้รับบาดเจ็บ และทารกเสียชีวิตจากการคลอดติดไหล่ เพื่อหาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแล ป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการที่คลอดทารกน้ำหนักตัวไม่สัมพันธ์กับเชิงกรานของหญิงตั้งครรภ์ในการคาดคะเนน้ำหนักทารกในครรภ์คาดเคลื่อน
ผลการศึกษา พบว่าน้ำหนักทารกแรกเกิดจริงเฉลี่ย 2,987.24 กรัม ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 360.11 กรัม การคาดคะเนน้ำหนักทารกในครรภ์ โดยการวัดความสูงของมดลูกจาก Bikini line เส้นรอบวงหน้าท้องมารดาที่ระดับสะดือ คำนวณตามสมการ 1,884.09 + 0.383 (HF×AC) น้ำหนักทารกเฉลี่ย 3,042.15 กรัม เปรียบเทียบกับน้ำหนักทารกแรกเกิดจริงมีน้ำหนักต่างกันเฉลี่ยน้อยที่สุดคือ 54 กรัม ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 292 กรัม ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t-value = 2.170, p-value = 0.032)
เอกสารอ้างอิง
จินตนา ชาญสูงเนิน.พัฒนางานการคำนวณน้ำหนักทารกในครรภ์.[อินเทอร์เน็ต]. 2557 [เข้าถึงเมื่อ13 มกราคม 2560]. เข้าถึงได้จาก: http://mop.longdo.com /P/A10301205 /info/mobile
ชาญชัย มาลีพันธ์และคณะ.ไม้บรรทัดวัดน้ำหนักทารก งาน HA โรงพยาบาลขอนแก่น. [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ20 พฤษภาคม 2553]. เข้าถึงได้จาก: http:// www.kkh.go.th/msokkh/chan.htm
นุสรา พัวรัตนอรุณกร. การคาดคะเน น้ำหนักทารกในครรภ์. วารสารวิชาการ สาธารณสุข 2551 ;17(5):SV1377-1384.
ขจรศิลป์ ผ่องสวัสดิ์กุล. การคาดคะเนน้ำหนักทารกแรกเกิดโดยใช้ผลคูณระหว่างความสูงของมดลูกและเส้นรอบวงหน้าท้องมารดาที่ระดับสะดือเมื่อเจ็บครรภ์คลอด. พุทธชินราชเวชสาร 2550; 24(1):15-21.
Tongsong T, Wanapirak C, Chaichon lartrap W. Estimation of fetal weight in utero by ultrasound.Thai J Obstet Gynecol 1992; 4:15-22.