ผลของโปรแกรมการพยาบาลระบบสนับสนุนและให้ความรู้ต่อความรู้และพฤติกรรมของมารดาในการดูแลทารกเกิดก่อนกำหนด
คำสำคัญ:
ทารกเกิดก่อนกำหนด, มารดา, ความรู้, พฤติกรรม, การพยาบาลระบบสนับสนุนและให้ความรู้, การวางแผนจำหน่ายบทคัดย่อ
บทนำ: ทารกเกิดก่อนกำหนดเป็นทารกที่มีความเสี่ยงสูงที่มักมีปัญหาทางสุขภาพตามมาและต้องการการดูแลเป็นพิเศษ มารดาของทารกกลุ่มนี้ต้องการการช่วยเหลือทางด้านจิตใจ ความรู้และทักษะในการดูแลทารกก่อนจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล โปรแกรมการพยาบาลระบบสนับสนุนและให้ความรู้ต่อความรู้และพฤติกรรมการดูแลของมารดาในการดูแลทารกเกิดก่อนกำหนดจะช่วยเพิ่มความรู้และทักษะของมารดา รวมทั้งสร้างความมั่นใจว่ามารดาสามารถที่จะดูแลทารกได้หลังจากจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล
วัตถุประสงค์: ศึกษาผลของโปรแกรมการพยาบาลระบบสนับสนุนและให้ความรู้ต่อความรู้และพฤติกรรมของมารดาในการดูแลทารกเกิดก่อนกำหนด
วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ มารดาและทารกเกิดก่อนกำหนด แบ่งออกเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม โดยเก็บข้อมูลในกลุ่มควบคุมจนครบ 30 ราย จากนั้นดำเนินการกับกลุ่มทดลองจนครบ 30 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลของทารกแรกเกิดก่อนกำหนดและข้อมูลส่วนบุคคลของมารดา แบบประเมินความรู้และแบบสังเกตพฤติกรรมของมารดาในการดูแลทารกเกิดก่อนกำหนด เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินการวิจัย ได้แก่ โปรแกรมการพยาบาลระบบสนับสนุนและให้ความรู้และคู่มือการดูแลทารกเกิดก่อนกำหนดสำหรับมารดา ข้อมูลวิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงบรรยาย, Independent t-test, Dependent t-test และ Mann-Whitney U
ผลการศึกษา: ค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ของมารดาในการดูแลทารกเกิดก่อนกำหนดของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 ค่าเฉลี่ยคะแนนพฤติกรรมของมารดาในการดูแลทารกเกิดก่อนกำหนดของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ และค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ของมารดาในการดูแลทารกเกิดก่อนกำหนดของกลุ่มทดลองหลังได้รับโปรแกรมสูงกว่าค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ของกลุ่มทดลองก่อนได้รับโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001
สรุป: การใช้โปรแกรมการพยาบาลระบบสนับสนุนและส่งเสริมความรู้การดูแลทารกเกิดก่อนกำหนด ทำให้มารดาเรียนรู้และพัฒนาความรู้ในการดูแลบุตรมากขึ้นกว่าการพยาบาลตามปกติ ดังนั้นพยาบาลควรนำโปรแกรมนี้มาใช้เพื่อพัฒนาความรู้และส่งเสริมให้มารดามีพฤติกรรมที่ดีการดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ต่อไป
เอกสารอ้างอิง
เกรียงศักดิ์ จีระแพทย์ และวีณา จีระแพทย์. การประเมินภาวะสุขภาพทารกแรกเกิด (เล่มที่ 2). พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพมหานคร: ด่านสุทธาการพิมพ์; 2551.
นฤมล ธีระรังสิกุล. การพยาบาลทารกคลอดก่อนกำหนด. กรุงเทพมหานคร: พี เพรส จำกัด; 2545.
จริยาพร วรรณโชติ. การพยาบาลทารกคลอดก่อนกำหนด. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี 2554; 22(1): 83-90.
Underwood MA, Danielsen B, Gilbert W. Cost, causes and rates of rehospitalization of preterm infants. J Perinatol. 2007; 27(10): 614-9.
Forsythe ES, & Allen PL. Health risks associated with late-preterm infants: implications for newborn primary care. Pediatr Nurs. 2013; 39(4): 197-201.
Pezzati M. Hospital readmissions in late preterm infants. Ital J Pediatr. 2014; 40(2): 29.
Brett J, Staniszewska S, Newburn M, Jones N, Taylor L. A systematic mapping review of effective interventions for communicating with, supporting and providing information to parents of preterm infants. BMJ Open. 2011; Jun 2;1(1):e000023. doi: 10.1136/bmjopen-2010-000023.
สกลสุภา อภิชัจบุญโชค. การมีส่วนร่วมของบิดามารดาในการส่งเสริมพัฒนาการทารกคลอดก่อนกำหนดในหอผู้ป่วยวิกฤต. วชิรเวชสาร 2556; 57(1), 65-72.
ภาริดา ตันตระกูล. ผลของโปรแกรมส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะตนเองต่อการรับรู้สมรรถนะตนเองของมารดาครรภ์แรกในการดูแลทารกเกิดก่อนกำหนด. วารสารเกื้อการุณย์ 2556; 20(1), 42-54.
นฤมล ธีระรังสิกุล. การพยาบาลทารกคลอดก่อนกำหนด. กรุงเทพมหานคร: พี เพรส จำกัด; 2545.
นฤมล วิปูโร. ปัจจัยทำนายการรับรู้สมรรถนะตนเองของมารดาในการดูแลทารก. [วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์] บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหิดล; 2550.
Swartz MK. Parenting pre-term infants: meta-synthesis. MCN Am J Matern Child Nurs. 2005; 30(2), 115-120.
พัชรี วรกิจพูนผล. คู่มือฝึกปฏิบัติการพยาบาลทารกแรกเกิด. คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. 2554
Jefferies AL; Canadian Paediatric Society, Fetus and Newborn Committee. Going home:Facilitating discharge of the preterm infant. Paediatr Child Health. 2014; 19(1), 31-42.
Young PC, Korgenski K, Buchi KF. Early readmission of newborns in a large health care system. Pediatrics. 2013; 131(5), e1538-44.
Premji SS, Pana G, Currie G, Dosani A, Reilly S, Young M, Hall M, Williamson T, Lodha AK. Mother's level of confidence in caring for her late preterm infant: A mixed methods study. J Clin Nurs. 2018; 27(5-6): e1120-e1133. https://doi.org/10.1111/jocn.14190
Tomashek KM, Shapiro-Mendoza CK, Weiss J, Kotelchuck M, Barfield W, Evans S, Naninni A, Declercq E. Early discharge among late preterm and term newborns and risk of neonatal morbidity.Semin Perinatol 2006 Apr;30(2):61-8. doi: 10.1053/j.semperi.
02.003
เนตรทอง ทะยา. ผลการพยาบาลระบบสนับสนุนและให้ความรู้แก่มารดาทารกคลอดก่อนกำหนดต่อพฤติกรรมการดูแลของมารดาและผลลัพธ์ด้านสุขภาพของทารก. รามาธิบดีพยาบาลสาร 2548; 11(3), 167-176.
สมจิต หนุเจริญกุล. การพยาบาล : ศาสตร์ของการปฏิบัติ. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: โครงการตำราภาควิชาพยาบาลศาสตร์ ภาควิชาพยาบาลศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล; 2544.
Orem D. Nursing: Concepts of Practice 4 ed. St. Louis: Mosby year book; 1991.
ณัฐนิชา ศรีละมัย. ผลของโปรแกรมส่งเสริมการรับรู้ความสามารถตนเองของมารดาในการดูแลทารกคลอดก่อนกำหนด. วารสารการพยาบาลและการศึกษา 2558; 8(2), 83-94.
ปราณี ผลอนันต์. การมีส่วนร่วมของมารดาในการดูแลทารกเกิดก่อนกำหนด. พยาบาลสาร 2556; 40(1): 89-101.
Poungjuntaradej N. The effect of supportive-educative nursing system on mothers’ dependent-care agency, growth, development and temperament of premature infants [dissertation]. [Bangkok]: Mahidol University; 2003. 104p. Thai.
บุญใจ ศรีสถิตย์นรากูร. ระเบียบวิธีการวิจัยทางพยาบาลศาสตร์. กรุงเทพฯ: ยูแอนด์ไออินเตอร์มีเดีย จำกัด; 2553.
Cohen J. Statistical Power Analysis for the Behavioral Sciences (2nd ed.). NewYork: Hillsdale; 1988.
สินีนาฎ ลิ้มนิยมธรรม. ผลของการพยาบาลที่เน้นการเตรียมจำหน่ายทารกคลอดก่อนกำหนดโดยใช้ทฤษฎีความสำเร็จตามเป้าหมาย ต่อความวิตกกังวลและพฤติกรรมการดูแลทารกของมารดา. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2546.
จุฑารัตน์ มีสุขโข. ความต้องการข้อมูลและการช่วยเหลือสนับสนุนของมารดาทารกคลอดก่อนกำหนด. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่: วิทยานิพนธ์หลักสูตรปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลแม่และเด็ก. 2540.
สุวารี โพธิ์ศรี. ผลของโปรแกรมการเตรียมจำหน่ายทารกคลอดก่อนกำหนดโดยใช้ทฤษฎีความสำเร็จตามเป้าหมายต่อพฤติกรรมการดูแลทารกคลอดก่อนกำหนดของมารดาที่บ้าน. วิทยานิพนธ์พยาบาลศา-สตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2559.
รุ่งทิวา หวังเรืองสถิตย์. ผลการเตรียมความพร้อมของมารดาต่อความรู้และพฤติกรรมของมารดาในการดูแลทารกเกิดก่อนกำหนดภายหลังจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตร-มหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลกุมารเวชศาสตร์บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล. 2543.
Khamchoo K. The effect of a discharge planning on maternal knowledge, maternal dependent care agency for caring of preterm infants, and infant’s health status [dissertation]. [Khon Kaen]: Khon Kaen University; 2003. 105p. Thai.
วริสรา ศักดาจิวะเจริญ. ผลของโปรแกรมการวางแผนการจำหน่ายต่อพฤติกรรมการดูแลทารกคลอดก่อนกำหนดของมารดา. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. สาขาการพยาบาลเด็ก บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2553.
Gasquoine SE. Mothering a hospitalized child: it's the 'little things' that matter. J Child Health Care. 2005; 9(3), 189-195.
สุธาภินันท์ พรเลิศทวีกุล. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการมีส่วนร่วมของมารดาในการดูแลทารกแรกเกิดที่รับการรักษาในโรงพยาบาล. Journal of Nursing Science 2556; 31(1), 59-69.
Bunmachu D, Theunnadee S. Effects of promotion program on perceived self–efficacy preterm caring behaviors of mothers and health status of preterm babies. JNHC. 2015; 33(4): 150-8. Thai
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 วารสารโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.